เป็นนวัตกรรมทางสังคมที่กว่า 40 ประเทศทั่วโลก นำมาช่วยจัดการปัญหาสังคมสูงวัย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ไร้การดูแลเอาใจใส่ ถูกนำมาประยุกต์และประกาศใช้ในประเทศไทยแล้ว กับโครงการ “ธนาคารเวลา” ดำเนินโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ด้วยตระหนักว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะเดินหน้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ กล่าวคือ “มีสัดส่วนประชากรสูงวัยร้อยละ 20 ของประชากรไทยทั้งหมด” และสถานการณ์จะทวีความรุนแรงไปอีก
ขณะที่พลวัตทางสังคมก็พบครอบครัวไทยมีขนาดเล็กลง คู่ชีวิตรุ่นใหม่ตัดสินใจมีบุตรน้อยลง บางคู่ตัดสินใจไม่มี ขณะที่คนก็ครองโสดอยู่ตามลำพังจนแก่ชรามากขึ้น
ฉะนั้น เมื่อไม่มีลูกหลานคอยดูแล หรือลูกหลานมีน้อยจนไม่พร้อมดูแลผู้สูงวัย ก็จำต้องพึ่งพาคนในสังคมที่มีจิตอาสาช่วยดูแล แต่ก่อนอื่นเราต้องเป็นที่พึ่งให้สังคมก่อน
ไพรวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุอธิบายถึงหลักการ “ธนาคารเวลา” ว่าเป็นรูปแบบกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้ชุมชนดูแลซึ่งกันและกัน ด้วยการแลกเปลี่ยนทักษะ ประสบการณ์ บริการขั้นพื้นฐาน และสามารถสะสมเวลาไว้ เสมือนเราออมเงินในบัญชีธนาคารของเรา เมื่อยามจำเป็นที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ ก็สามารถเบิกเวลามาใช้ได้
แม้โครงการจะนำรูปแบบธนาคารเวลาของสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นมาเป็นจุดตั้งต้น แต่ก็พยายามออกแบบระบบให้รองรับกับสภาพสังคมไทย
หลังจากทดลองนำร่องกับ 42 พื้นที่ใน 28 จังหวัด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ก่อนจะนำมาประมวลผล ถอดบทเรียน จนได้เป็นระบบที่เป็นทางการ ซึ่ง ผส.จัดทำเป็นคู่มือแนวทางธนาคารเวลาของประเทศไทย ประกาศผ่านเว็บไซต์กรม ผส.ในเดือนกรกฎาคมนี้เอง อย่างการทำความดี 1 ชั่วโมง จะได้ 1 คะแนนเก็บสะสม
อธิบดี ผส.ขยายความเพิ่มเติมว่า โครงการได้กำหนด 5 ประเภทกิจกรรมความดีหลักๆ ที่สามารถเก็บออมคะแนนได้ คือ
1.งานซ่อมบำรุงเล็กๆ น้อยๆ เช่น จิตอาสาซ่อมบำรุงเกี่ยวกับไฟฟ้า ประปา และอุปกรณ์ต่างๆ ของผู้สูงอายุเบื้องต้น
2.งานบริการอำนวยความสะดวก เช่น พาผู้สูงอายุไปหาหมอ พาไปธุระ พาไปออกกำลังกายซึ่งข้อนี้ได้รับความสนใจมาก เพราะผู้สูงอายุไม่มีรถยนต์ส่วนตัว
3.งานนันทนาการ เช่น พาผู้สูงอายุไปร่วมกิจกรรมดนตรี กีฬา ถ่ายทอดภูมิปัญญา เพื่อทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมชุมชนและสังคม
4.งานบ้านงานครัว เช่น ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร ซักผ้าให้ผู้สูงอายุ
5.งานส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น ให้ความรู้ใหม่ๆ ให้คำปรึกษาต่างๆ ที่ผู้สูงอายุสนใจ

สำหรับผู้สนใจสมัครเป็นจิตอาสาธนาคารเวลา ผส.ได้กำหนดคุณสมบัติหลักๆ อาทิ ต้องมีอายุขั้นต่ำ 15 ปีขึ้นไป ไม่มีประวัติอาชญากรรม เมื่อผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติแล้ว จะได้รับการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น 18 ชั่วโมง จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการจับคู่กับผู้สูงอายุเป้าหมาย ก่อนเริ่มปฏิบัติความดีสะสมลงสมุดบันทึกเวลา ซึ่งรูปเล่มคล้ายๆ สมุดบัญชีธนาคาร
“วันหนึ่งหากจิตอาสาตกอยู่ในสภาวะเจ็บป่วย ต้องการความช่วยเหลือ ก็สามารถถอนคะแนนความดีได้ โดยแจ้งธนาคารเวลาเพื่อจับคู่จิตอาสาคนอื่นๆ มาช่วย หรือหากไม่ต้องการ แต่อยากเอาคะแนนนี้ไปช่วยคนอื่นๆ ที่อยากให้ช่วย ก็สามารถบริจาคเวลาได้” อธิบดี ผส.อธิบายเพิ่มเติม
“ไพรวรรณ” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทุกคะแนนมีคุณค่าและความหมายเท่ากัน จัดเก็บอย่างเป็นระบบโดยธนาคารเวลาของชุมชน ที่ออกแบบภายใต้คณะกรรมการ ซึ่งมีผู้จัดการธนาคาร มีรองผู้จัดการธนาคาร มีที่ปรึกษา และกรรมการด้านต่างๆ ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นและคนในชุมชนที่เข้ามาบริหารจัดการ ออกกฎระเบียบที่สอดคล้องกับชุมชน ก่อนสรุปผลและถอดบทเรียนทุก 6 เดือน
ขณะนี้ ผส.กำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางจัดเก็บคะแนนความดีเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
ธนาคารเวลาถือเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังทำกัน หลายประเทศพัฒนาไปถึงขั้นระดับองค์กรต่อองค์กร ที่คอยช่วยเหลือกัน แต่สำหรับประเทศไทย เชื่อว่าอย่างน้อยๆ ประโยชน์ที่จะเห็นได้คือ เราจะได้เห็นสังคมที่กลับมาเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะในบ้านใกล้เรือนเคียง ชุมชน จะมาดูแลช่วยเหลือกัน ตรงนี้ยังทำให้เกิดความสัมพันธ์ต่างวัย ภาครัฐก็ประหยัดงบประมาณ เพราะจิตอาสาไปช่วยเหลือแทนรัฐ
“อีกประการที่สำคัญสำหรับโครงการนี้คือ จะเป็นโมเดลให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงการเตรียมตัวเวลาไปเห็นผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย ผู้สูงอายุที่ยากจน ก็จะเริ่มคิดและหาทางป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดปัญหาอย่างนั้น เสมือนสอนตัวเองไปในตัว” อธิบดี ผส.อธิบายบอกถึงประโยชน์อีกด้านหนึ่งของโครงการ
ส่วนข้อกังวลของหลายคนที่ว่า อาจมีบางคนแอบอ้างมาเป็นสมัครจิตอาสาแล้วฉวยโอกาสลักขโมยทรัพย์สิน หรือแสวงหาประโยชน์กับผู้สูงอายุนั้น “ไพรวรรณ” ยืนยันว่า ตรงนี้จะมีการสกรีนจิตอาสาจากคุณสมบัติรับสมัครข้างต้นแล้ว แต่ที่สำคัญคือการจับคู่จิตอาสากับผู้สูงอายุ จะเลือกโดยคนในชุมชนและผู้สูงอายุในชุมชนเดียวกัน อย่างน้อยๆ เขาเคยเห็นหน้ากัน พอรู้ประวัติกัน และได้รับความไว้วางใจระดับหนึ่งแล้วถึงเลือกมา
“ปัจจุบันมีผู้สนใจมาสมัครเป็นจิตอาสาธนาคารเวลาแล้วกว่า 3,200 ราย อายุต่ำสุด 35 ปีอายุมากสุด 80 ปี ผู้ที่สนใจสมัครเป็นจิตอาสาธนาคารเวลา สามารถเข้าไปสมัครได้ที่เว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ” อธิบดี ผส.สรุป พร้อมเชิญชวนให้ร่วมเป็นจิตอาสาธนาคารเวลา ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งในการช่วยดูแลสังคมผู้สูงวัย


