หน้าแรก เด่นวันนี้ รัฐบาลควร ควบ...

รัฐบาลควร ควบคุมการใช้รถบิ๊กไบค์ ด้วยมาตรการต่างๆ รวมถึง แยกประเภทใบขับขี่หรือไม่

30.07.19 | 21:18 น.

รัฐบาลควร ควบคุมการใช้รถบิ๊กไบค์ ด้วยมาตรการต่างๆ รวมถึง แยกประเภทใบขับขี่หรือไม่


กรณีนายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวถึงการลดอุบัติเหตุรถบิ๊กไบค์ หลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตหลายราย บางรายคอขาดอย่างน่าสลดว่า ควรจะต้องมีการควบคุมการขับรถบิ๊กไบค์ ไม่ควรจะเป็นยานพาหนะสำหรับบุคคลทั่วไป ควรเป็นบุคคลที่ผ่านการฝึกฝนถึงขั้นชำนาญหรือเชี่ยวชาญ

เพราะรถบิ๊กไบค์มีความแรง ความเร็ว และหนัก เครื่องยนต์แรงตั้งแต่ 400-1,200 ซีซี ทำความเร็ว160-180 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้สบาย และน้ำหนักรถ อย่างกรณีที่ชนคอขาด หนักถึง 208 กิโลกรัม พอแต่งเสร็จประมาณ 250 กิโลกรัม บวกน้ำหนักคนขับอีก การขับด้วยความเร็วมากกว่า 160 กม./ชั่วโมง จึงมีแรงจีมหาศาล ถ้าชน ลำตัวมีสิทธิขาดสองท่อนได้

สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิต เครื่องยนต์ 250 ซีซีขึ้นไป ซึ่งเป็นทั้งรถสปอร์ตและรถบิ๊กไบค์รวมกันนั้น ปี 2557 เสียชีวิต 145 ราย ปี 2558 เสียชีวิต 197 ราย ปี 2559 เสียชีวิต 285 ราย ถือว่ามากพอที่จะออกมาตรการควบคุม โดย สคอ.ทำข้อเสนอไปเป็นปีแล้ว อยากให้ควบคุมเรื่องซีซี อายุ น้ำหนัก และความยาวช่วงขาในการขับบิ๊กไบค์ แต่กรมขนส่งทางบกยังไม่ได้ทำอย่างจริงจัง

Advertisement

จากกรณีที่เกิดขึ้น รมว.คมนาคมสั่งการให้กรมขนส่งทางบกเร่งแก้ปัญหา แต่กรมขนส่งฯ กลับขอเวลาอีก 6 เดือน จึงอยากตั้งคำถามอธิบดีว่า จากนี้ไปอีก 6 เดือน คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากดูจากตัวเลขการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น สิ่งที่กรมขนส่งฯ ควรทำ คือ ออกประกาศแบ่งใบขับขี่เป็น 3 ประเภท คือ ใบขับขี่ทั่วไปหรือรถแบบแฟมิลี ต่ำกว่า 150 ซีซี ใบขับขี่รถสปอร์ต 150-399 ซีซี และใบขับขี่รถบิ๊กไบค์ที่มีแรงเกิน 400 ซีซีขึ้นไป

การเข้าถึงรถบิ๊กไบค์นั้น ปัจจุบันง่ายมาก ถ้ากรมขนส่งฯ คิดและลงมือทำตามที่ รมว.คมนาคมสั่งการ คิดว่าสามารถทำได้เลยไม่ต้องรออีก 6 เดือน เพราะข้อมูลทุกอย่างและข้อเสนอต่างๆ มีพร้อมหมดแล้ว หากประกาศโดยเร็วก็จะช่วยคนได้อีกมาก

ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร คิดว่าส่วนราชการ ทำงานล่าช้าเกินไป ทำให้ตัวเลขความสูญเสียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ควรจะเร่งควบคุมการใช้รถบิ๊กไบค์ ด้วยมาตรการต่างๆ รวมถึงการแยกประเภทใบขับขี่หรือไม่
1. ควรเร่งควบคุม
2. ไม่จำเป็นต้องรีบ

สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟชบุ๊ก มติชนออนไลน์ และ ทวิตเตอร์มติชนออนไลน์

ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ