ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียว ซุปเปอร์‘ตู่’แมน คุมมั่นคงเศรษฐกิจ
เพราะเข้าใจดีว่า รัฐบาลชุดปัจจุบัน อันประกอบด้วยพรรคการเมืองมากมายถึง 19 พรรค
ย่อมแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจาก “รัฐบาล คสช.” ที่แต่งตั้งมาเองกับมือทุกตำแหน่ง
บทบาทและท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
เปลี่ยนแปลงไปในทาง “กระชับอำนาจ” ในการทำงานมากขึ้น
จริงอยู่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีย่อมมีอำนาจเหนือรัฐมนตรีร่วมคณะรัฐบาลทุกนาย-นาง
และอาศัยแนวนโยบายเป็นตัวกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการทำงาน
แต่กระนั้นในความเป็นจริง รัฐมนตรีแต่ละคน-โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ย่อมมี “บุคลิก” เฉพาะตัวเป็นของตนเอง
ภาวะ “ขี่จักรยานปล่อยมือ” จึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ฉะนั้น จึงไม่ควรแปลกใจที่เมื่อมีการแบ่งงาน-กำหนดบทบาทหน้าที่ในรัฐบาลออกมา
นอกจากลอยตัวอยู่เหนือ-กำกับดูแลการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ยังกระโดดลงมาจับงานในระดับปฏิบัติการให้เห็นเป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ
ด้านหนึ่ง เมื่อควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง
การบังคับบัญชาและควบคุม 3 เหล่าทัพ ย่อมเป็นภารกิจโดยตรง
แต่ไม่เพียงเท่านั้น
30 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งงานรองนายกฯ ที่ไม่มีผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า
อะไรที่ไม่ปรากฏในการแบ่งงานรองนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเป็นผู้กำกับดูแลเอง
ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกลาโหม
ธรรมดาเสียที่ไหน
คุมทหาร คุมตำรวจ แล้วยังคุมคดีพิเศษด้วยตัวเอง
ให้ชัดเจนให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดกันไปว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงตัวจริง
ไม่แต่เพียงเท่านั้น ในอีกซีกหนึ่ง ภาระหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ยังมากมายไม่แพ้กัน
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า
ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ครม.เศรษฐกิจ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นเลขานุการ
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วยหลายพรรค
โดยองค์ประกอบของ ครม.เศรษฐกิจ จะมีกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมด
เช่น อุตสาหกรรม พาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ คลัง พลังงาน ฯลฯ
ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะทำหน้าที่ฝ่ายเลขาฯด้วย
นางนฤมลกล่าวว่า นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบตั้งสำนักดำเนินนโยบายของนายกรัฐมนตรี หรือพีเอ็มดียู ทำหน้าที่ขจัดปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินแต่ละนโยบายของรัฐบาล
ช่วยเหลือแต่ละกระทรวงอย่างบูรณาการ
ให้บรรลุผลตามที่ตั้งไว้
หลังจากสิ้นยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นต้นมา
ยังไม่เคยปรากฏว่ามีนายกรัฐมนตรีคนใดที่สวมบท “ซุปเปอร์แมน” ด้วยการกระโดดออกหน้ามาดูแลงานทั้งสองขาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างงานความมั่นคงและเศรษฐกิจอีก
จะด้วยความอาจหาญส่วนตัว หรือด้วยสถานการณ์ทางการเมืองบีบบังคับให้เป็นไป
พล.อ.ประยุทธ์ก็ตัดสินสวมบทยอดมนุษย์ ที่ภารกิจจะหนักหน่วงกว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีตามปกติ
ในด้านหนึ่ง การกระชับอำนาจย่อมหวังผลว่าจะใช้อำนาจนั้นเป็นไปในทางที่ตนเองประสงค์ผล
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็พึงย้อนระลึกถึงคำคมของนักการเมืองใหญ่อย่าง วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ว่า
“ที่ไหนซึ่งมีอำนาจยิ่งใหญ่ ที่นั้นย่อมต้องมีความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง”
รับเองทุกหน้า ถ้างานสำเร็จเรียบร้อยย่อมน่ายินดี
แต่ถ้าผลงานไม่เป็นดังใจ อะไรจะเกิดขึ้น
และใครจะรับหน้าเสื่อ?

