เกลียดชังทำให้ป่วย

7.08.19 | 12:00 น.

เหตุการณ์ความรุนแรงช่วงไม่กี่วันมานี้ ทั้งในไทยและที่อื่นๆ ทั่วโลก ส่งสัญญาณเตือนมาว่าถ้าคนเราเกลียดกันหรือเกลียดกันจนควบคุมได้ยาก สังคมจะป่วยหนักลงไปกว่านี้

อย่างในสหรัฐอเมริกาที่เกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ซ้ำซาก ล้วนมาจากคนป่วยทางจิตใจไม่กี่คนที่บังเอิญมีปืนทรงอานุภาพ

สองเหตุการณ์ล่าสุดที่รัฐเท็กซัส และรัฐโอไฮโอ สองแห่งนี้อยู่ห่างกันเกินพันกิโลเมตร แต่ระยะเวลาเกิดเหตุใกล้กันมาก ห่างกันไม่ถึง 13 ชั่วโมง

เหตุแรกเกิดกลางห้างสรรพสินค้า มีเหยื่อเสียชีวิต 22 ราย และอีกเหตุอยู่ในบาร์ มีคนถูกฆ่าไป 9 ราย

มือปืนรายแรกถูกจับ ส่วนเหตุที่สองมือปืนถูกวิสามัญฯ ทั้งสองคนเป็นหนุ่มอเมริกันผิวขาวเหมือนกัน

Advertisement

ผลสอบสวนคนแรกแน่ชัดกว่าด้วยร่องรอยการโพสต์ข้อความว่าเป็นพวกขวาจัด เกลียดชังผู้อพยพและคนต่างด้าว ส่วนคนที่สองไม่พบข้อความเหยียดผิว แต่ก็ออกแนวจิตป่วย

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงถึงเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจชาวอเมริกันครั้งนี้ ว่าต้องหาทางลดความเกลียดชังที่เกิดจากการเหยียดสีผิว และหลงผิดว่าคนผิวขาวสูงส่งที่สุด

แต่สื่ออเมริกันรายงานความเห็นแขวะถึงผู้นำด้วยว่า ท่านเองก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะมักพูดจาให้ชาวบ้านที่ไม่ค่อยชอบผู้อพยพอยู่แล้วเกลียดชังและมองคนกลุ่มนี้ว่าเป็นผู้รุกรานอเมริกา เข้ามาแย่งงานทำ มาเบียดเบียนและก่ออาชญากรรมต่อชาวอเมริกัน

เมื่อความเกลียดขยายตัวออกไปและไปโดนใจคนสติไม่ดี เพ้อฝัน สังคมคับแคบเข้า จึงกลายเป็นพิษที่ควบคุมไม่ได้ ยิ่งเมื่อปืนที่หาซื้อได้ง่ายๆ ก็จะเกิดเหตุยิงกราดใส่ผู้คนอีก

เหตุการณ์แบบนี้ถึงท่านประธานาธิบดีไม่อยากให้เกิด ก็เกิดขึ้นแล้ว

จึงต้องดูต่อไปว่า ท่านผู้นำจะยอมลดดีกรีการพูดถึงผู้อพยพให้มันเบาลงหรือไม่
จากการพูดแบบเดิมที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มฐานเสียงไม่น้อย

ยิ่งใกล้เวลาเลือกตั้ง ยิ่งเดิมพันว่า ท่านจะเอาคะแนนเสียงคนกลุ่มขวาล้นๆ นี้หรือไม่

การพูดเอาใจพวกขวาจัดไม่ใช่เรื่องยาก อาศัยว่ามีอคติเป็นพื้นฐาน ปิดกั้นการรับฟังปัญหาที่มันซับซ้อน หรือมีหลายแง่หลายมุม ชอบตัดสินอะไรที่ง่ายๆ และรักษาประโยชน์ของตัวเองไว้ได้มากที่สุด

แต่คนเราถ้าสภาพจิตใจปกติ ก็ต้องรู้ว่า การพูดของตนเองนั้นมีผลจะทำให้ขยายความเกลียดชังหรือไม่

อย่างกรณีของไทย สถานการณ์ความขัดแย้งพื้นที่ชายแดนใต้ ถ้าจะกล่าวโจมตีกลุ่มผู้ก่อเหตุ ว่าเลวร้ายโหดเหี้ยมด้วยถ้อยคำรุนแรงก็ไม่ใช่เรื่องยาก จะพูดยุยงสนับสนุนให้ใช้กำลังทหารลงไปปราบปรามให้สิ้นซากก็ไม่ใช่เรื่องยากอีก

แต่รัฐบาลหรือคนที่คลุกคลีอยู่กับปัญหานี้ก็รู้ดีว่า วิธีการที่ใช้มานั้นมันแก้ปัญหาไม่ได้และปราบใครก็ไม่ได้ หรือรู้ทั้งรู้ก็ขอฉวยใช้เหตุการณ์ใส่ร้ายศัตรูทางการเมืองเสียหน่อย เพราะได้คะแนนนิยมจากคนกลุ่มเดียวกัน

ไม่ทันคิดว่าสร้างความเกลียดชังแบบนี้จะพากันป่วยทั้งคนพูดและคนเชื่อตาม