นายกฯ เปิดประชุม​ ‘ผบ.สูงสุด​ อินโด-แปซิฟิก’ ​ชี้​เสถียรภาพ-สันติภาพ​จะเกิดขึ้น​ ต้องไว้ใจกัน-ยึดกติกาสากล

นายกฯ เปิดประชุม​ “ผบ.สูงสุด​ อินโด-แปซิฟิก” ​ชี้​เสถียรภาพ-สันติภาพ​จะเกิดขึ้น​ ต้องไว้ใจกัน-ยึดกติกาสากล

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่​ 27​ สิงหาคม​ ที่โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุมผู้บัญชาการสูงสุด ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ประจำปี 2562 (Chiefs of Defense Conference 2019: CHOD 2019)

โดยนายกฯกล่าวชื่นชมกองกำลังสหรัฐ ประจำภาคพื้นอินโดแปซิฟิก และกองทัพไทย ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของโลกมีพลวัตสูงมาก ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่กระทบต่อความมั่นคงของมวลมนุษยชาติและสังคมโลก เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม มลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกภาคส่วน (Digital Transformation) ที่ประชาชนทุกกลุ่มต้องปรับตัว​ โดยทุกประเทศควรร่วมกัน​แสวงหาแนวทางป้องกัน และแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายร่วมกัน คือการรักษาเสถียรอย่างยั่งยืนในโลกที่เราต้องใช้ชีวิตร่วมกันนี้

นายกฯกล่าวว่า​ การจะเป็นเช่นนี้ได้ ต้องทำให้ภูมิภาคอินโดแปซิฟิกเป็นภูมิภาคแห่งการเจรจาและสร้างความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการพัฒนา และสร้างความเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน โดยจะต้องสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาค ด้วยการยึดกฎกติกาสากล สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด​ ภูมิภาคอินโดแปซิฟิกถือเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลาย ทั้งจำนวนประชากรที่มีกว่าครึ่งหนึ่งของโลก ความหลากหลายของชาติพันธุ์ วัฒนธรรม รวมทั้งเป็นจุดศูนย์กลางการเจริญเติบโตทางการค้า การลงทุน และการพัฒนา

นายกฯ​กล่าว​ว่า​ ทั้งนี้ ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทำให้อาเซียนเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ด้านการค้าและความมั่นคง อาเซียนให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ภายใต้มุมมอง “ASEAN Outlook on Indo-Pacific” เป็นแนวทางในการดำเนินความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับอินโดแปซิฟิก ส่งเสริมบทบาทการทำงานของอาเซียนที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาค ตลอดจนสนับสนุนการใช้กลไกที่มีอาเซียนเป็นผู้นำในการสร้างความร่วมมือ โดยมีกรอบความร่วมมือหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความร่วมมือทางทะเล การติดต่อเชื่อมโยง (connectivity) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอื่นๆ

นายกฯกล่าวย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญในการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาค โดยในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ ไทยได้ประกาศแนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพของภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือและร่วมใจของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันทั้งในและนอกภูมิภาค​ ทั้งนี้ ไทยสนับสนุนการพูดคุยและการเจรจาในเวทีระดับนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในแต่ละระดับ โดยนอกจากการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก เราจะต้องสร้างความยั่งยืนในมิติอื่นๆ ด้วย เนื่องจากทุกมิติมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงความยั่งยืนในทุกมิติ (Sustainability of Things : SOT) ถือเป็นแนวทางใหม่ที่ทุกประเทศควรคำนึงในทุกการตัดสินใจ และถ่ายทอดไปสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคและโลกในระยะยาว

นายกฯกล่าวย้ำว่า ความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกนั้น จะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจของทุกคน ตลอดจนถ่ายทอดแนวความคิดดังกล่าวไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง และคนรุ่นต่อๆ ไป โดยจะจับมือกันและ “ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน” เพื่อวางรากฐานให้ภูมิภาคของเรามีสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้มากความงาม มากคุณค่า ทริคสะสม ‘เครื่องเพชร’ ของไฮโซ
บทความถัดไปยังไหว! กิจกรรมสูงวัยสไตล์ 4.0