ศาลจังหวัดขอนแก่นตัดสินประหารชีวิต นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ฐานจ้างวานฆ่า และมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว พร้อมกับส่งตัวนายนวัธเข้าเรือนจำ ปัญหาที่ถกเถียงกันคือ นายนวัธสิ้นสมาชิกสภา ส.ส.หรือไม่ โดยเลขาธิการรัฐสภาชี้แจงว่า พ้นจากการเป็น ส.ส.ด้วยผลของรัฐธรรมนูญมาตรา 106 ที่ระบุว่า สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุด หากมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (6) คือต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังในเรือนจำตามหมายของศาล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้โต้แย้งว่า คำพิพากษาในคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด ยังมีขั้นตอนอุทธรณ์และฎีกา ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหาข้อสรุป เพราะทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งให้ส่งเรื่องนี้ เพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน
ความเห็นของมือกฎหมายรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ตรงไปตรงมาตามรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้นายนวัธยังอุทธรณ์และฎีกาได้ แต่สมาชิกภาพ ส.ส.ขาดไปแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ เมื่อถามว่า หากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกากลับคำพิพากษาจะส่งผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อพ้นก็พ้นไป และน่าจะไม่ได้คืนสถานะ ส.ส.กลับมาอีก ขณะที่นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้ว่า นายนวัธพ้นจากการเป็น ส.ส. เพราะศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตและไม่ให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ เท่ากับว่าถูกสั่งจำคุกโดยหมายศาล ทำให้นายนวัธ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (6) ของรัฐธรรมนูญ แตกต่างจากกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาแต่ให้ประกันตัว กรณีนั้นยังปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ตามปกติ
ถือว่าเป็นอีกครั้งที่รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ก่อให้เกิดความเห็นแย้ง ในกรณีนี้คือ ผู้แทนราษฎร ควรเสียสิทธิทางการเมืองอันเป็นผลจากคดีอาญาเมื่อไหร่ และอย่างไร กรณีของนายนวัธ รัฐธรรมนูญกำหนดให้พ้นจากสมาชิกภาพตาม 2 มาตราดังกล่าวประกอบกัน แต่สภาก็ควรนำประเด็นนี้ไปหารือกันต่อไปว่า เป็นบทบัญญัติที่มีเหตุผลสมควรหรือไม่อย่างไร เพราะคำโต้แย้งของพรรคเพื่อไทยว่า คดียังไม่ถึงที่สุดก็มีเหตุผลน่าพิจารณา เพื่อจะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เหมาะสมเป็นธรรมต่อไป

