หน้าแรก เด่นวันนี้ น้ำท่วม : ปฏิ...

น้ำท่วม : ปฏิมากรรมน้ำใจ

28.09.19 | 13:59 น.

ถึงแม้ว่าธรรมชาติจะมีความสวยงามให้มนุษย์ได้ยลแล้ว ธรรมชาติยังมีภัยตามมาเสมอดูเหมือนว่าเป็นสิ่งคู่กันในโลกใบนี้ มนุษย์ประสบปัญหาภัยธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไปหลายๆ สถานการณ์หลายๆ พื้นที่ สถานการณ์น้ำท่วมถือว่าเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงอีกสถานการณ์หนึ่งที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อมนุษยชาติอีกภัยหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีบทเพลงที่กี่ยวกับ “น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง….” แต่ความเป็นจริงแล้วคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นทั้งสภาพที่น้ำท่วมหรือฝนแล้งอย่างแน่นอน

การถอดรื้อวาทกรรมการทำดี
การหลอมรวมน้ำใจของผู้คนในประเทศคืออีกหนึ่งมิติพลังอันยิ่งใหญ่ที่ส่งผ่านกระบวนการทำความดีกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว กระบวนการทำความดีมีลักษณะที่แตกต่างกันแต่อย่างไรตามดูเหมือนว่าสังคมไทยจะถูกสร้างเส้นกั้นในการทำความดีจนกล่อมเกลาเป็นเนื้อเดียวกันจากวาทกรรมที่ว่า “จงทำดีแต่อย่าทำเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน” ซึ่งเป็นคำกล่าวของหลวงวิจิตรวาทการที่ผ่านพ้นมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นและสิ่งหนึ่งที่จะต้องช่วยกันทำและประดิษฐ์สังคมขึ้นมาใหม่คือการนำพาสังคมไปสู่สังคมเหตุผล (The Reason Society) มากขึ้น ลักษณะอย่างหนึ่งที่จะต้องถอดรื้อเพื่อนำไปสู่สังคมเหตุผลคือการยกย่องการทำความดีของผู้คนมากกว่าการยกย่องผู้คนที่ห่อหุ้มด้วยตำแหน่งเชิงอำนาจ ด้วยเหตุนี้สังคมจึงต้องกลับมาปรับวิธีการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับบริบททางสังคมใหม่ด้วย ฉะนั้นวาทกรรมที่ว่า “จงทำดีจงทำเด่นอย่าเห็นหัวใคร” จึงต้องเป็นวาทกรรมที่ควรปลูกฝังและช่วยกันทำความดีต่อไปโดยปราศจากความกลัวทั้งปวง เพราะการทำความดีที่เป็นแก่นแกนของจิตใจที่งดงามภายใต้ขอบเขตของการกระทำที่ถูกครรลองและเหมาะสมกับกาลเวลาย่อมได้รับความศรัทธาและส่งเสริมคุณค่าให้กับตนเองโดยดุษฎี ทั้งนี้หากมองแบบฐานคติเชิงพุทธก็คงสอดคล้องกับคำสอนที่ว่า “เวลาและสถานที่ (Time and Space)” ด้วยเหตุนี้อย่าได้กังวลใจในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

การทำความดีมิใช่การสร้างอำนาจแต่การทำความดีเป็นการสร้างสังคมให้เกิดปีติสุขต่างหาก เมื่อใดก็ตามที่สังคมเกิดสภาวะทุกข์ในเรื่องต่างๆ เมื่อนั้นผู้คนในสังคมจะต้องการความช่วยเหลือซึ่งเป็นหลักตรรกะธรรมดา แต่ถ้าเมื่อใดที่สังคมมีสภาวะปกติคงไม่มีใครที่อยากจะเบียดเบียนคนอื่นซึ่งเป็นหลักธรรมดาเชิงประจักษ์นิยม (Empirical) ดังนั้นการทำความดีเพื่อสังคมควรตั้งอยู่ในหลักการที่ว่า “เพื่อรัฐและประชาให้เป็นสุข” จะเกิดการยกย่องสรรเสริญและการตอบแทนจากผู้คนมากกว่า ด้วยเหตุนี้คำว่า “ได้ใจ” ก็จะเกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันและเป็นที่ยั่งยืนตราตรึงตลอดไป

ปฏิมากรรมน้ำใจของผู้คนในรัฐชาติ
หันกลับมาในความดีงามวิถีอารยะของผู้คนในรัฐชาติซึ่งมีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นเครื่องจรรโลงใจในการปฏิบัติตนมาเป็นระยะเวลานาน วิถีชีวิตของผู้คนส่วนมากจะผูกกับช่วงฤดูกาลเป็นหลักแต่สิ่งหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของผู้คนคือประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าบางฤดูกาลสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวยในการประกอบอาชีพ แต่ด้วยลักษณะอัตลักษณ์ของคนไทยที่มีความสนุกสนานรื่นเริง จึงมีการส่งผ่านความสนุกสนานดังกล่าวผ่านพิธีกรรมต่างๆ จนเป็นการสร้างขนบประเพณีขึ้นมาและสิ่งเหล่านี้กลายเป็นความผูกพันความปรองดองได้อย่างลงตัวจวบจนทุกวันนี้ ตัวอย่างเช่นชุมชนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานถ้าหากเกิดสภาพฝนแล้งในช่วงฤดูฝนก็จะมีประเพณีขอฝนเกิดขึ้นเช่นการแห่นางแมว ประเพณีบุญบั้งไฟซึ่งล้วนแล้วเป็นการแสดงออกต่อความเชื่อที่ผู้คนมีให้กับธรรมชาติ แต่ภาพที่ปรากฏออกมานั้นมิใช่แค่ความยิ่งใหญ่ของขนบประเพณีแต่นั่นคือพลังร่วมของผู้คนต่างหาก

หันกลับมามองสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ทั้งที่ผ่านมาและกำลังเผชิญอยู่นี้ทำให้เกิดภาพฉายที่สะท้อนออกมาได้อย่างน้อยสองมุมมอง มุมหนึ่งคือ การปฏิมากรรมน้ำใจของผู้คนในรัฐชาติที่มีความเอื้ออาทรห่วงใยซึ่งกันและกัน และอีกมุมหนึ่งคือ เมื่อมีฮีโร่ (Hero) เกิดขึ้นแล้วจะไม่มีความเพิกเฉยตามมา ในทางตรงข้ามกลับเห็นภาพต่างคนต่างแย่งกันทำความดีเพื่อ “เป็นหน้าเป็นตา” แห่งสถานภาพของตนเองรวมทั้งแสดงถึงความรับผิดชอบของตนเองมากขึ้น

Advertisement

น้ำท่วมภาพสวยงามของสังคมไทย
สถานการณ์น้ำท่วมหลายๆ ครั้งในหลายๆ พื้นที่ล้วนแสดงปาฏิหาริย์ทางสังคมเกิดขึ้นหลายอย่างและเกิด “ภาพ” ที่สวยงามขึ้นและเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ ภาพน้ำใจของผู้คนในรัฐชาติต่างช่วยกันแสดงความห่วงใยในการบริจาคเงินและสิ่งของต่างๆ เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สังคมไทยมีภาพสวยๆ เช่นนี้กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เพราะความเป็นเนื้อเดียวกันของชีวิตผู้คนภายใต้คำว่า “คนไทย” จึงยากที่จะถูกกัดเซาะไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและเอ่อล้น ทั้งนี้การร่วมแรงช่วยเหลือซึ่งกันและกันกลับกลายเป็นแรงต้านสายน้ำได้อย่างชัดเจน น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่มีเวลาจะลดลงและแห้งได้ในที่สุด

แต่สถานการณ์แบบ “น้ำท่วมปาก” บางครั้งต้องรอไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือว่าจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับกันให้ได้และคงติดกับสังคมไทยไปอีกนาน สถานการณ์แบบนี้คงไม่ใช่เกิดจากภัยจากธรรมชาติแน่นอน แต่เป็นภัยที่มนุษย์หยิบยื่นให้กันและกันจนไม่สามารถพูดได้ต่างหาก !!!

ธงชัย สมบูรณ์