โดมิโนตัวแรก

3.10.19 | 11:00 น.

เกิดมีเหตุจะต้องเลือกตั้งซ่อมหลายสนามด้วยกัน เริ่มจาก นครปฐม เขต 5 ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 ต.ค.นี้

ปกติการเลือกตั้งในบ้านเราจะจัดวันอาทิตย์ คราวนี้จึงถือว่าแปลก

กกต.แจงไว้ว่า ที่ต้องเป็นวันที่ 23 ต.ค. เพราะกฎหมายบังคับต้องจัดซ่อมใน 45 วัน หลังตำแหน่งว่าง และยังต้องทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ แสดงให้ประชาชนเห็น 25 วันก่อนเลือกตั้งด้วย

เจ้าของที่นั่งเดิม คือ นางจุมพิตา จันทรขจร ซึ่งป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ยื่นใบลาออกไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย.

กกต.ต้องจัดเลือกตั้งภายใน 45 วัน คือภายในวันที่ 25 ต.ค. จึงเคาะเอา
23 ต.ค.ให้หย่อนบัตรกัน นี่คือเหตุผลที่ กกต.อธิบายไว้

Advertisement

สำหรับเขต 5 นครปฐม คือสามพรานทั้งอำเภอ จริงๆ มี 16 ตำบล แต่เขตเลือกตั้ง ตัดออก 3 ตำบล คือ ตลาดจินดา คลองจินดา และบางช้าง ไปไว้เขต 4

เปิดรับสมัคร 30 ก.ย.-4 ต.ค.

พรรคที่คะแนนนำในครั้งก่อน 4 อันดับ กลับมาลง 3 พรรค

อนาคตใหม่แชมป์เก่า ส่ง นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร สามีนางจุมพิตาลงสมัคร ได้หมายเลข 6 โดยมีคะแนนเดิมของภรรยาเป็นฐานอยู่ 34,164 คะแนน

พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายสุรชัย อนุตธโต ซึ่งครั้งก่อนเข้าที่สองได้ 18,970 คะแนน ลงแข่ง ครั้งนี้ได้หมายเลข 3

พรรคชาติไทยพัฒนา ส่ง นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต ส.ส.หลายสมัย พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งพลิกเข้าที่สี่ในครั้งก่อน ได้ 12,279 คะแนน จับได้หมายเลข 1

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ที่ครั้งก่อน นายระวัง เนตรโพธิ์แก้ว เข้าที่สาม 18,741 คะแนน คราวนี้ไม่ส่ง

พรรคใหญ่อีกพรรคคือเพื่อไทย ก็ไม่ส่ง ด้วยเหตุว่าไม่ใช่สนามถนัด

นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครจากพรรคพลังสังคม เสรีรวมไทย ไทยศรีวิไลย์
ยื่นใบสมัครด้วย

การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความหมายอย่างมากสำหรับรัฐบาลและฝ่ายค้าน

ในสภาพที่สองฝ่ายเสียงปริ่มน้ำ มีจำนวน ส.ส.อยู่ระหว่าง 240-250 ด้วยกันทั้งคู่ เก้าอี้ ส.ส. 1 ที่นั่งตัวนี้จึงปล่อยไม่ได้

ต่างฝ่ายต่างต้องการ 1 ที่นั่งนี้ แต่คนตัดสินตัวจริงก็คือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1.4 แสนคน

จะลงคะแนนให้พรรคไหน ด้วยเหตุผลอย่างไร จะกลายเป็นประเด็นต่อไป

ประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้งซ่อมบอกว่า ถ้าฝ่ายค้านชนะ รัฐบาลย่อมสั่นสะเทือน

ครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา ดังที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ประกาศไปแล้วว่า การเลือกตั้งซ่อม ซึ่งยังมีอีกหลายสนาม ถ้าฝ่ายค้านชนะที่นครปฐม ก็จะชนะในสนามต่อๆ ไป และจะกลายเป็นโดมิโนนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาลกลางสภา

ลองเปรียบเทียบฟอร์มกันดู พรรคฝ่ายค้านได้เปรียบจากกระแสการเมืองที่แรงต่อเนื่องมาจาก 24 มี.ค.

ส่วนพรรครัฐบาลได้เปรียบตรงที่อยู่ในอำนาจ มีกลไกต่างๆ มากมาย แต่ความได้เปรียบนี้ก็เป็นจุดอ่อนในตัวเองเหมือนกัน

จะต้านการล้มของโดมิโนตัวแรกได้แค่ไหนอย่างไร เป็นงานระทึกสำหรับรัฐบาล