พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าพบ ตร.ปัตตานี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการ รวม 12 คน ที่จัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่ปัตตานี โดย กอ.รมน.ภาค 4 ระบุว่ามีการนำเสนอข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระทั่งกระด้างกระเดื่อง ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และยังระบุว่าในการเสวนามีนักวิชาการคนหนึ่งกล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา 1 ซึ่งอยู่ในหมวดที่ 1 ของรัฐธรรมนูญด้วย
ต่อมาแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านได้ประชุมหารือ ยืนยันว่าได้แสดงความชัดเจนมาแต่ต้นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหมวด 1 และหมวด 2 ตั้งข้อสังเกตว่า นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ กอ.รมน.เท่ากับว่านายกฯเป็นผู้สั่งการให้มีการดำเนินคดี พร้อมกับยืนยันว่าการแสดงความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และการแก้รัฐธรรมนูญยังเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้วย การแจ้งความ แสดงว่ากำลังจะเกิดการบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมาย ดังนั้น 1.ผู้ถูกกล่าวหาจะต่อสู้ทางกฎหมายและ 2.การแจ้งความเป็นการแจ้งความเท็จในหลายประเด็น ซึ่งฝ่ายค้านจะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แจ้งความเท็จและจะดูต่อไปว่าจะโยงไปถึงตัวนายกฯได้ด้วยหรือไม่
เป็นอีกครั้งที่มีการใช้กฎหมาย กลไกรัฐเอาผิดประชาชนที่เห็นต่าง แต่ดูจะผิดที่ผิดเวลา เพราะขณะนี้ประเทศก้าวออกจากห้วงเวลา 5 ปี กลับสู่ประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง มีรัฐสภา มีรัฐบาลและฝ่ายค้าน การเมืองต้องเห็นต่างได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องทำได้ตามกฎหมายและเป็นสิทธิเสรีภาพ ที่สำคัญรัฐบาลเอง ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ระบุถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในข้อ 12 ของนโยบายเร่งด่วน การแจ้งความเอาผิดทั้ง 12 คน จึงดูย้อนแย้งกับนโยบายของรัฐบาล

