พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางเข้าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการความมั่นคง สภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่คณะกรรมาธิการออกหนังสือเชิญ เพราะ พล.อ.อภิรัชต์ได้ขึ้นเวทีบรรยายสถานการณ์ความมั่นคง โดยพาดพิงกับฝ่ายการเมืองหลายประเด็น มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ประธานคณะกรรมาธิการ ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังการพบปะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหารือกันเป็นไปด้วยดี
หลังการพบปะกับคณะกรรมาธิการ พล.อ.อภิรัชต์ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประธานคณะกรรมาธิการได้เชิญมา มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นความมั่นคง เราเข้าใจบทบาทหน้าที่กัน กรรมาธิการมีข้อห่วงใยหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ ซึ่งกองทัพจะนำไปพัฒนาหรือนำไปเป็นข้อมูล ขณะที่ พล.ท.พงศกรกล่าวว่า สิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนกันเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ผบ.ทบ.มีชุดความคิดของตนเอง กรรมาธิการได้รับฟัง โดย 2 ฝ่ายได้อธิบายความในใจ เอาความจริงมาพูด ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น ต่างฝ่ายต่างทราบว่าคิดอะไร ถือว่าแฮปปี้กันทั้ง 2 ฝ่าย
ท่าทีของ ผบ.ทบ.ต่อกรณีที่คณะกรรมาธิการความมั่นคง สภาผู้แทนราษฎร เชิญมาให้ข้อมูลถือเป็นท่าทีใหม่ของ ผบ.ทบ. ท่าทีดังกล่าวทำให้ความตึงเครียดหลังจากที่ พล.อ.อภิรัชต์ขึ้นบรรยายพิเศษลดน้อยถอยลง เพราะเป็นท่าทีของการพร้อมจะรับฟังฝ่ายที่เห็นต่าง ขณะเดียวกันก็พร้อมจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดเห็น ขณะที่ฝ่ายการเมือง แทนที่จะใช้วิธีการให้สัมภาษณ์แต่ถ่ายเดียวก็เปลี่ยนมาเป็นการเชิญ ผบ.ทบ.มาพูดในสิ่งที่คิด และนำเสนอความคิดเห็นของฝ่ายตัวเองกลับไป
ท่าทีของฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารในครั้งนี้น่าจะเป็นตัวอย่างแก่ทุกฝ่ายในประเทศไทย ในกรณีที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ละฝ่ายควรจะรับฟังความเห็นต่าง ส่วนจะยืนยันความเห็นของตัวเองหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ทั้งนี้ เพราะประเทศไทยประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ ที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญ ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ทุกฝ่ายล้วนแล้วแต่ต้องการจะให้ประเทศชาติพัฒนาไปข้างหน้า ความขัดแย้งทางความคิดที่ลงเอยด้วยการทำลายกันไม่ได้ทำให้ประเทศชาติพัฒนา ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้ประเทศชาติหยุดการพัฒนา แต่หากคนไทยสามารถบริหารความขัดแย้งได้ ความแตกต่างที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นตัวจุดประกายที่ทำให้บ้านเมืองก้าวหน้าพัฒนาไกล

