หน้าแรก เด่นวันนี้ ไดเล็มม่าของแ...

ไดเล็มม่าของแพทย์ : โดย เฉลิมพล พลมุข

16.11.19 | 12:21 น.

คุณภาพชีวิตหนึ่งของมนุษย์หรือคนในโลกนี้แทบทุกๆ ประเทศ นโยบายหลักของรัฐบาล หรือรัฐหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ เพื่อที่จะปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์ นอกจากเขาเหล่านั้นดำรงชีพหลักได้ด้วยปัจจัยสี่แล้ว ความเจ็บป่วยของร่างกายที่เป็นผลต่อเนื่องกับสภาวะจิตใจ อารมณ์ สังคม เศรษฐกิจและด้านอื่นๆ ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วยกัน

ความเจ็บป่วยของชีวิตในร่างกายของมนุษย์ย่อมต้องการที่พึ่งพิงได้รับการดูแลรักษาความป่วยไข้นั้นๆ เพื่อให้ทุเลาหรือหายจากโรคชนิดประเภทนั้นๆ ไป แพทย์ พยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ในวิชาชีพต่างๆ ที่ต้องเกี่ยวเนื่องกับการรักษาโรคจึงมีความจำเป็นยิ่งในการเยียวยารักษาโรคนั้นๆ ให้หายไป ซึ่งเป็นความคาดหวังทั้งของผู้ป่วย ญาติมิตรของ

ผู้ป่วย รวมถึงภาระหน้าที่จรรยาบรรณของแพทย์ที่พึงต้องเยียวรักษาโรคนั้นด้วยวิชาชีพอย่างเต็มกำลังความสามารถของแพทย์ วันเวลาที่ผ่านมา เราท่านได้รับรู้ถึงความขัดแย้งระหว่างคนไข้และแพทย์ โรงพยาบาล การฟ้องร้องกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และการสูญเสียในอวัยวะหรือวันเวลาแห่งการประกอบอาชีพการงาน ยังคงอยู่ในข้อเท็จจริง

เมื่อเร็ววันผ่านมานี้ผู้เขียนได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ไปเป็นอาจารย์พิเศษให้กับนักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ หัวข้อหรือวิชา Moral Dilemma in Medicine หรือสภาพของปัญหาจริยธรรมในทางการแพทย์ที่ยากต่อกระบวนการตัดสินใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยในหลากหลายกรณีตัวอย่าง หัวข้อหรือเรื่องราวในบริบทดังกล่าวดูเสมือนว่าจักเป็นปัญหาโลกแตก หรือเราท่านมักจะได้ยินคำว่า “ไก่กับไข่ สิ่งใดมาก่อนกัน” หรือความหมายของคำประโยคต่างๆ อาทิ สิ่งใดคือมาตรฐานแห่งความยุติธรรม ประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นเช่นไร ความรักที่แท้จริงมีหรือไม่ การดูแลผู้ป่วยที่ดีคือการดูแลเช่นไร โรคมะเร็งสามารถรักษาหายขาดหรือไม่ แพทย์ควรทำแท้งหรือไม่ การการุณยฆาตควรเป็นหน้าที่ของใครในการตัดสินชีวิต หรือตายดีควรจักมีการตายเช่นไร…

ข้อมูลหนึ่งของสถาบันการแพทย์ในสหรัฐอเมริกา Medscape ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวสารการแพทย์ได้มีการสำรวจแพทย์ในจำนวน 15,800 คน ในวิชาชีพแพทย์สาขาเฉพาะทางต่างๆ 25 ประเภท ได้พบแพทย์ พยาบาลในร้อยละ 30-50 กำลังประสบปัญหาอยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน ที่มีภาระหน้าที่มากเกินศักยภาพและความสามารถ บางสถานที่มีเทคโนโลยีที่ล้าหลังไม่เหมาะสมต่อการวินิจฉัยโรคและอำนวยความสะดวกต่อการรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพได้ รวมถึงการขาดการสนับสนุนทั้งงบประมาณ กำลังใจในการทำงานกับผู้ป่วย (posttoday.com)

Advertisement

ผลจากการสำรวจพบว่า แพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง มีความสุขในการทำงานร้อยละ 39 จักษุแพทย์พบในร้อยละ 38 ในจิตแพทย์ร้อยละ 37 แพทยศัลยกรรมตกแต่งร้อยละ 32 และแพทย์สาขามะเร็งวิทยา ร้อยละ 29 และจำนวนแพทย์ที่รู้สึกถึงภาวะหมดไฟในการทำงานที่มากกว่า 55% ได้แก่ แพทย์ทางเดินปัสสาวะ กุมารแพทย์ แพทย์รังสีวิทยา โดยสาเหตุมาจากความกดดันจากผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ที่สูงกว่า ชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป ภาวะของความตึงเครียด งานจำเจซ้ำซาก ต้องเผชิญกับการจัดการด้านอารมณ์ความรู้สึกทั้งจากคนไข้และญาติ โดยเฉพาะเมื่อคนไข้ได้เสียชีวิต

สำหรับแพทย์ทางด้านผิวหนัง ต้องเผชิญกับความเครียดเมื่อเจอกับเนื้องอก มะเร็ง ซึ่งเสี่ยงต่อการผ่าตัดและการเสียชีวิต

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้โรคเบิร์นเอาต์ (burnout) เป็นโรคหนึ่งที่ต้องจัดอยู่ในการดูแลรักษาในทางการแพทย์ หรือภาวะหมดไฟ (Burnout Crisis) ได้เกิดขึ้นกับคนทั้งวัยกำลังศึกษาเล่าเรียน ประกอบอาชีพหน้าที่การงานแทบทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะสาขาอาชีพที่เป็นที่คาดหวังหรือต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้คนของสังคมในระดับสูง อาทิ ผู้พิพากษา ตำรวจ ทหาร นักบิน หรือในอาชีพอื่น โดยเฉพาะแพทย์ที่ต้องมีความรับผิดชอบในความเป็นความตายของผู้ป่วย รวมถึงญาติผู้ป่วย ทำให้วิถีชีวิตของแพทย์ส่วนหนึ่งต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้า กระทบต่อการดำเนินชีวิตส่วนตัว และพบว่าการหย่าร้างในครอบครัวแพทย์ของสหรัฐอเมริกา มีการหย่าร้างสูงกว่า 20%

นายแพทย์ Kunal Sindhu ได้มีบทความเชิงวิชาการเผยแพร่เมื่อ 21 มิถุนายน 2019 ในวารสารทางการแพทย์ Journal of General Internal Medicine ภาวะหมดไฟในการทำงานของแพทย์ส่งผลถึงการหลับนอนและประสิทธิภาพของการทำงาน แพทย์อินเทิร์นทั้งสหรัฐอเมริกา มีอัตราของชั่วโมงการนอนหลับลดลง 14.4% หรือจาก 7.6 ชั่วโมง มาเป็น 6.5 ชั่วโมง ขณะที่แพทย์ทั่วไปจะอยู่ที่ 7.18 ชั่วโมง หรือหากเป็นช่วง on-call แพทย์อินเทิร์น จะมีชั่วโมงลดเหลือ 2.19 ชั่วโมง/สัปดาห์ และยังพบแพทย์ที่ต้องผ่าตัด หรือศัลยแพทย์ที่มีชั่วโมงหลับนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมง มีแนวโน้มที่เกิดความผิดพลาดในทางการแพทย์ถึง 170% (hfocus.org)

ในข้อเท็จจริงหนึ่งของผู้ที่ต้องประกอบอาชีพแพทย์ เป็นความคาดหวังทั้งของตนเอง ครอบครัว ญาติพี่น้อง ชีวิตของเขาเหล่านั้นในวัยเด็กที่ต้องศึกษาเล่าเรียน ก็ต้องมีผลของการเรียนในทุกรายวิชาที่ต้องอยู่ในระดับดีหรือดีมาก ต้องผ่านข้อสอบหรือการทดสอบที่จะเป็นนักศึกษาแพทย์ ทั้งข้อสอบในการคิดคำนวณ การใช้ตรรกะเหตุผล ความพร้อมของชีวิตร่างกาย จิตใจ อารมณ์ โดยเฉพาะต้องผ่านการประเมินทดสอบด้านจิตวิทยา เพื่อให้เขาเหล่านั้นจบแพทย์ไปอย่างมีคุณภาพที่ต้องปฏิบัติทั้งต่อระบบงานและชีวิตของผู้ป่วยที่ต้องรับผิดชอบยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง

อาชีพแพทย์เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่า เป็นอาชีพที่มีภาวะของการไม่มีงานทำหรือตกงานน้อยที่สุด เนื่องด้วยทั้งโรงพยาบาลของรัฐ และเอกชนต่างก็ต้องการในวิชาชีพดังกล่าวไปเพื่อดูแลสุขภาวะของประชาชน ขณะเดียวกันอาชีพแพทย์ยังต้องเผชิญกับความคาดหวังของสังคม การฟ้องร้องต่อแพทย์ที่ปฏิบัติงานผิดพลาดที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของรัฐ มีคดีความอยู่จำนวนมาก ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านพบเห็นเชิงประจักษ์ก็คือ จำนวนของผู้ป่วย คนไข้ที่ต้องใช้เวลา และจำนวนชั่วโมง เพื่อรอพบแพทย์ในการวินิจฉัยโรคและการรักษาเพื่อให้หายจากความป่วยไข้ดังความคาดหวัง

ชีวิตของผู้คนทั้งในสังคมไทยเราที่ต้องพบกับการแข่งขันกับเวลาทั้งการศึกษาเล่าเรียน การประกอบอาชีพการงาน การที่ต้องหาเงินทองเพื่อพอเพียงต่อการเลี้ยงชีพในสังคมแห่งความเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม ทุนนิยมและอำนาจนิยม อาชีพของแพทย์บางส่วนก็ต้องอยู่ในภาวะดังกล่าว โดยเฉพาะการประกอบอาชีพแพทย์ที่ดูเสมือนว่าจักต้องใช้ความชำนาญพิเศษเฉพาะด้าน แต่สภาพในปัญหาชีวิตของผู้ป่วยแต่ละกรณีมีความสลับซับซ้อน หลากหลายของสภาพปัญหาทั้งพยาธิสภาพของโรค และภาวะอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจต่อการรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพก็จักเป็นการยากต่อการรักษา

ผู้เขียนใคร่ขอนำกรณีตัวอย่างหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับการแพทย์ และระบบการตัดสินความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยจิตเวช สมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (American Psychiatric Association หรือ APA) ได้มีการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาผู้ป่วยทางจิต อาทิ จิตเภทที่มีอาการหลงผิด ประสาทหลอน พูดจาสับสน พฤติกรรมเรื่อยเปื่อย วุ่นวาย มีท่าทางแปลกๆ อารมณ์เฉยเมยไม่ค่อยพูดจา หูแว่วให้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ของโรคดังกล่าว ในทางกฎหมายของประเทศดังกล่าวได้กำหนดถึงความสามารถในการขึ้นศาล (Competence to stand trial) กับความรับผิดทางอาญา อาทิ หากพบว่าผู้ต้องหามีสภาพจิตปกติ ณ ขณะที่ให้การและเป็นผู้ที่ความสามารถในทางกฎหมาย เขายังคงอ้างได้ว่า เขามีสภาพจิตไม่ปกติขณะกระทำความผิด อัยการไม่อาจใช้ข้อพิสูจน์ที่จำเลยเป็นผู้มีความสามารถมาเป็นหลักฐานในการฟ้องได้ ข้ออ้างนี้ทำให้จำเลยส่วนหนึ่งหลุดรอดจากการใช้เหตุผลเช่นนี้…(tcijthai.com)

ในประเทศอิสราเอล ศาลให้ความสำคัญกับการบำบัดรักษามากกว่าการให้ผู้ป่วยจิตเวชต้องรับโทษสำหรับผู้กระทำความผิดอาญาไม่ร้ายแรง อาทิ การขโมยจักรยาน ศาลจะสั่งให้เข้ารับการบำบัดทางจิตวิทยา หากการรักษาเป็นเวลาหลายปีแล้วไม่ดีขึ้น

ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้วางหลักการไว้ว่า ระยะเวลาของโทษจำคุกในความผิดนั้นในกรณีที่ผู้ป่วยยังต้องได้รับการรักษาต่อไปอีก ให้ส่งผู้ป่วยคนนั้นไปรับการรักษาอย่างผู้ป่วยทางจิตทั่วไปที่ไม่ต้องโทษ…

สําหรับเมืองไทยเราในปี พ.ศ.2557 หรือเมื่อห้าปีที่แล้วมา พบผู้ป่วยจิตเวชประมาณ 5 แสนคน ได้เข้ารับการรักษาร้อยละ 57 ผลของการติดตามการรักษาตาพระราชบัญญัติสุขภาพจิต ปี 2557 ผู้ป่วยทางจิตก่อคดีเพียง 172 คน หรือไม่ถึงร้อยละ 1 และมีการก่อคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมร้ายแรง อาทิ ฆ่า พยายามฆ่า มีในจำนวน 1 ใน 5 นอกจากนั้น ก็เป็นความผิดทำร้ายร่างกาย บุกรุก ยาเสพติด วางเพลิง และในปี พ.ศ.2559 พบว่ามีผู้ป่วยจิตเวช คลุ้มคลั่ง อาละวาด ทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่นในจำนวน 1,638 คน หรือ ร้อยละ 70

วันเวลาที่ผ่านของสังคมไทยเราที่กระทบจากวิกฤตของระบบเศรษฐกิจโลกได้ลุกลามมาถึงระดับประชาชนรากหญ้าที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ผู้คนหลายคนได้ตัดสินใจในการฆ่าตัวตายจากปัญหาชีวิตและชีวิตความเป็นอยู่ทั้งรมควันในรถตาย ยิงตัวตาย กระโดดน้ำตาย ผูกคอตาย และการตายด้วยวิธีอื่นๆ นอกจากนั้น เราท่านยังได้พบเห็นถึงภาวะของความเครียดหาทางออกในความทุกข์ทั้งกาย ใจ จิตวิญญาณมิได้ จำนวนผู้ป่วยจิตเวชมีเพิ่มขึ้นอย่างเป็นนัยสำคัญ เราท่านคงจะได้พบเห็นผู้คนที่ใกล้ตัวทั้งคนในครอบครัว ในสถานที่ทำงานเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง บางคนที่มีภาวะของจิตเวชก็ควรแนะนำ หรือนำพาเขาเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการรักษาของแพทย์ก่อนที่สภาพปัญหาอื่นจักตามมา…

ทางออกหนึ่งของสภาพปัญหาที่ยากต่อการตัดสินใจ Moral Dilemma หรือสภาพปัญหาต่อจริยธรรมที่กระทบทั้งต่อกระบวนการของกฎหมาย ชีวิตความเป็นอยู่ในระดับพื้นฐาน ความเชื่อในประเพณีวัฒนธรรม ศีลธรรมในศาสนา ชีวิตในทางเศรษฐกิจ ระบบการเมืองทั้งในเมืองไทยเราและการเมืองในระดับโลก ในหลักการของชีวิตพื้นฐานโดยทั่วไปก็คือต้องวิเคราะห์ใคร่ครวญในปัญหานั้นๆ อย่างมีสติ รู้เท่าทัน การอดทนรอคอยวันเวลาทางออกของปัญหานั้น มองเห็นปัญหานั้น และหาทางออกอย่างตรงไปตรงมาเพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุดประเด็น

หลักการหรือธรรมะในศาสนาก็เป็นหนึ่งทางเลือก หรือทางออกของในหลายสภาพของปัญหาชีวิต

คําถามหนึ่งที่ตรงไปยังสถาบันศาสนาในสังคมไทยเราก็คือ วัด พระภิกษุ หรือพระสงฆ์เองก็พบสภาพของปัญหาที่มีอยู่แวดวงของคณะสงฆ์ทั้งวัตรปฏิบัติของนักบวชบางรูปที่ละเมิดพระธรรมวินัยและกฎหมายของบ้านเมือง จำนวนของพระภิกษุสามเณรมีจำนวนลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ วัดร้างมีอยู่ในทุกๆ จังหวัดของเมืองไทย เรามิอาจจักรวมถึงจำนวนวัดร้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งสมัยที่หลวงพ่อพุทธทาส แห่งสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ยังมีชีวิตอยู่ เราท่านได้พบเห็นถึงวิชาชีพหรือบุคลากรสำคัญของชาติได้เข้าฟังธรรม หรือปฏิบัติธรรมเพื่อนำหลักการดังกล่าวไปปรับใช้กับวิชาชีพอาทิ ผู้พิพากษา อัยการ ทนายความ นักกฎหมาย ครูอาจารย์ นักบิน นักศึกษาแพทย์ แพทย์เฉพาะทางในหลากหลายสาขา รวมถึงวิชาชีพในสาขาอื่นๆ

ในวันเวลานี้ในวิชาชีพต่างๆ โดยเฉพาะแพทย์เมื่อประสบปัญหาที่จักต้องแก้ไขด้วยวิถีทางหรือหนทางออกที่เหมาะสมและดี จากสภาพปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้ารอบด้านนอกจากหลักการทฤษฎีในวิชาชีพนั้นๆ แล้ว วัด สถานที่ปฏิบัติธรรม พระภิกษุพระสงฆ์ที่มีศีลาจารวัตรก็เป็นที่พึ่งหนึ่งของสังคมไทย แม้จะมีจำนวนมิได้มากนัก เราท่านจักค้นพบเพชรในดงขมิ้นที่จักช่วยเยียวยาแก้ปัญหาความทุกข์ของชาวโลกพบหรือไม่…

เฉลิมพล พลมุข