หน้าแรก เด่นวันนี้ บทนำมติชน : ไ...

บทนำมติชน : ไทย : สังคมสูงวัย

6.12.19 | 11:13 น.

โลกทั้งโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่มีประชากรสูงวัยจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ เพื่อรองรับสภาพดังกล่าว นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเร็วๆ นี้ว่า ประเทศไทยปัจจุบันเป็นสังคมผู้สูงอายุและมีแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอัตราเกิดและอัตราตายที่ลดลงและอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น จากการคาดการณ์ของสภาพัฒน์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่า ในปี 2563 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะมีประชากรสูงวัย จำนวน 12.6 ล้านคนจากจำนวนประชากรรวม 66 ล้านคน โดยคิดเป็นร้อยละ 19.1 ของประชากรรวม และคาดว่า ในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) คือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ จะทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า สังคมผู้สูงอายุต้องมีสุขภาวะที่ดี 3 ด้าน คือ 1.ด้านร่างกาย ต้องมีสุขภาวะด้านร่างกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมทางกาย นอกจากป้องกันความเจ็บป่วย ยังส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตที่ดี ความจำหรือทำให้ความจำดีขึ้น ความสามารถด้านสติปัญญาดีขึ้น ป้องกันสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ 2.ด้านจิตใจ ป้องกันและจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม จัดการกับสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด โดยค้นหาสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดและจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสม 3.ด้านสังคม การให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสเลือกทำกิจกรรมทางสังคมที่ตนเองชื่นชอบและสนใจ ได้แก่ กิจกรรมด้านศาสนา ทัศนศึกษา ดนตรี กิจกรรมด้านอาชีพ และกิจกรรมอื่นๆ เช่น กิจกรรมที่ผู้สูงอายุมีความชำนาญเป็นพิเศษและถ่ายทอดให้แก่บุคคลอื่น กิจกรรมตามวัฒนธรรมประเพณีประจำท้องถิ่น ฯลฯ

เนื่องจากประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 ตามข้อมูลของกรมสุขภาพจิต นอกจากเรื่องสุขภาพ สุขภาพจิตแล้ว เรื่องสำคัญที่รัฐจะต้องเตรียมรองรับ คือ เรื่องทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะรายได้และสวัสดิการ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขตามสมควรและมีคุณค่า เป็นพลังร่วมขับเคลื่อนประเทศได้ ซึ่งรัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังและประสบการณ์ของผู้สูงวัยได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม