หน้าแรก เด่นวันนี้ (พรรค)ประชาธิ...

(พรรค)ประชาธิปัตย์ต้องมั่นคงในหลักการ

24.01.20 | 13:35 น.

การเป็นพรรคการเมืองไทยปรับเปลี่ยนมาหลายครั้งตั้งแต่ไม่มีกฎหมายบังคับให้จัดตั้งพรรคมีกฎหมายจัดตั้งพรรค การสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค การที่ผู้สมัครต้องสังกัดพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง

ถึงวันนี้มีกฎหมายจัด ตั้งพรรคการเมือง และผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง จึงมีสิทธิเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

รวมถึงการลาออกจากพรรคการเมืองต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การยุบพรรคการเมือง ให้ผู้เป็นสมาชิกพรรคและเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย้ายพรรคตามกำหนดของกฎหมาย

เรื่องการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชน ด้วยเหตุที่อำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจของประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเป็นเรื่องของประชาชนที่จะสมัครรับเลือกตั้ง แต่ประเทศไทยมีกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐสภามีสมาชิก 2 ประเภท คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาเป็นไปตามกฎหมายการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่สุดคือการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี

Advertisement

ขณะที่การตั้งพรรคการเมืองควรเป็นอิสระที่ประชาชนจัดตั้งขึ้นมาตามความประสงค์ การสังกัดพรรคการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะสังกัดหรือไม่สังกัดพรรค เช่นเดียวกับการสมัครรับเลือกตั้ง

แต่เมื่อประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องการเมืองไว้แล้ว ประชาชนจึงต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีมานานนับแต่ก่อตั้ง ทั้งยังจัดตั้งมาหลายครั้ง เนื่องจาก “ถูกปฏิวัติ” ยึดอำนาจการปกครองประเทศ และจัดตั้งขึ้นใหม่ในชื่อเดิมสองสามครั้งเช่นกัน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้เป็นสมาชิกพรรคลาออกมานับแต่จัดตั้งหลายคนแล้ว โดยเฉพาะผู้มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับจากประชาชน จำได้ว่าก่อนการปฏิวัติ 2500 ซึ่งเป็นการปฏิวัติใหญ่มีอำนาจการปกครองประเทศหลายปี ก่อนหน้านั้น สมาชิกคนสำคัญของพรรคยุคที่ประชาชนอายุ 70 ปีขึ้นไปจำได้ คือ นายเพทาย โชตินุชิต กับ นายไถง สุวรรณทัต ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดธนบุรีมาหลายสมัย

เมื่อครั้งที่นายไถง สุวรรณทัต ซึ่งถูกระเบิดปาใส่ถึงกับขาขาดข้างหนึ่ง ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เมื่อนายไถงลาออกจากพรรค จัดตั้งพรรค (น่าจะ)

ชื่อว่า “พรรคราษฎร” เป็นหัวหน้าพรรค ลงสมัครรับเลือกตั้ง ปรากฏว่า “สอบตก” ถึงขนาดประชาชนบางคนรับทราบผลการเลือกตั้งร้องไห้

ต่อมา พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกคนสำคัญ อาทิ นายสมัคร สุนทรเวช มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นตัวแทนของพรรคที่ไม่มีใครเชื่อว่าวันหนึ่งกลับไปเข้าข้างกับรัฐบาลปฏิวัติ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อตั้งพรรคตัวเองคือพรรคประชากรไทย

ได้รับเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครชนะพรรคประชาธิปัตย์ และเคยเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมามี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เข้ามาแทนนายสมัคร และเมื่อลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรคอื่น ยังมีชื่อเสียงติดต่อมาถึงปัจจุบัน

วันนี้ สมาชิกพรรคพรรคประชาธิปัตย์คนสำคัญของพรรคลาออกไม่ทราบจะไปจัดตั้งพรรคใหม่ หรือไปสังกัดพรรครัฐบาล ขณะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาล กลับมีผู้วิจารณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำ

การที่พรรคการเมืองจะรุ่งโรจน์ หรือตกต่ำ ไม่น่าจะเป็นเรื่องสมาชิกพรรคลาออก แต่ควรเป็นเรื่องของการบริหารพรรค ไม่ว่าจะเป็นการบริหารระหว่างเป็นรัฐบาล การร่วมรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน

เช่นขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคมีเสียงในสภาไม่น้อย ทั้งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีประธานสภาผู้แทนราษฎรพ่วงตำแหน่งประธานรัฐสภาที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคและเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน ทั้งเป็นที่เชื่อถือของสมาชิกและประชาชนทั่วไป การที่สมาชิกคนสำคัญหรือไม่สำคัญลาออกจากพรรค จึงเป็นเรื่องธรรมดา

เป็นเรื่องการตัดสินใจของสมาชิกคนนั้นเอง

ที่สำคัญขึ้นกับผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคระดับผู้ใหญ่จะปฏิบิตหน้าที่ให้สมาชิกทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเยาว์เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติตามนโยบายพรรคและความเป็นประชาธิปไตย

ไม่ใช่เป็น “ไม้หลักปัก (ขี้ควาย) เลน” ดังบางยุคบางสมัยที่ผ่านมา

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์