หน้าแรก เด่นวันนี้ อัตรากำลังบุค...

อัตรากำลังบุคลากรในระบบสาธารณสุข โดย : ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

4.02.20 | 13:00 น.

การประชุม กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา เมื่อวันก่อน เป็นเรื่องนโยบายและแผนของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับบุคลากรของกระทรวง ผู้ชี้แจงมาจากสำนักงานปลัดกระทรวง คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ กพ. และ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ กพร. แต่ผู้ที่ถูกถามมากที่สุดในที่ประชุมคือผู้ชี้แจงจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะคนอื่นคงตอบไม่ได้

กระทรวงสาธารณสุข ต่างจากอีกหลายกระทรวงในเรื่องงานบริการประชาชน กระทรวงศึกษาฯก็ดี กระทรวงแรงงานก็ดี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ดี แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ และการลดลงของอัตราการเกิด แต่ผลกระทบนั้นยังไม่รุนแรงเท่า กระทรวงสาธารณสุข ที่สำคัญคือนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในปัจจุบัน และเปลี่ยนสถานะของบุคลากรจากการเป็นข้าราชการ มาเป็นพนักงานในหลายรูปแบบไม่ว่าพนักงานกระทรวง พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นการลดสิทธิประโยชน์จากการเป็นข้าราชการทั้งสิ้น

คำถามก็คือ ในเมื่อสังคมไทยกำลังเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว แต่บุคลากรในระบบสุขภาพไม่สามารถตอบสนองความต้องการโดยการบรรจุเป็นข้าราชการกระทรวงเหมือนก่อน ทั้งเรื่องอัตรากำลังที่ถูกลดทอน เรื่องสิทธิประโยชน์ที่ลดลง เรื่องความก้าวหน้าในการทำงาน และอื่นๆ ที่ข้าราชการเคยได้เคยรับ แล้วจะให้ทำอย่างไรที่จะเรียกขวัญกำลังใจกลับมา เพื่อให้บริการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลเองก็มีนโยบายใหม่ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน กำหนดให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว มีทีมหมอครอบครัว กำหนดให้มีการออกตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแต่ละทีมก็ไม่ใช่มีแต่แพทย์ แต่ต้องมีทันตแพทย์ เภสัช พยาบาล นักกายภาพบำบัด รวมถึงนักสาธารณสุขชุมชนที่ประจำตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต.ในพื้นที่ ซึ่งตามแผนนั้นต้องมีถึง 6,500 ทีม ก็ต้องใช้บุคลากรสาธารณสุขมหาศาล แล้วจะเอาใครมาทำงาน

ได้ตั้งสองคำถามกับผู้ชี้แจงจากกระทรวงสาธารณสุข

Advertisement

1.เรื่องทีมหมอครอบครัวในปัจจุบันนี้เหมือนเป็นทีมเฉพาะกิจ ที่รวมเอาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่มาร่วมทำงานเป็นครั้งคราว เป็นลักษณะงานเสริมจากงานประจำที่แต่ละคนต้องทำอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ อยู่แล้ว แต่เรื่องหมอครอบครัวนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกิจ เพราะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ บุคลากรจึงต้องประจำกับทีมงาน ไม่ใช่ชั่วคราว แต่เราไม่สามารถผลิตบุคลากรมาทำงานให้ทีมหมอครอบครัวได้พอเพียง จะทำอย่างไรให้การทำงานของทีมหมอครอบครัวเป็นหน่วยงานถาวร เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

2.จากที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเรื่องการงดให้บัณฑิตเภสัชศาสตร์เป็นข้าราชการที่จะเริ่มตั้งแต่ปี 2563 นั้น กระทรวงมีแผนรองรับการขาดแคลนเภสัชกรที่จะทำงานโรงพยาบาลรัฐอย่างไร เพราะนั่นเท่ากับว่านอกจากไม่แก้ปัญหาเภสัชกรขาดแคลนแล้ว ยังทำให้เกิดการไหลออกจากระบบของรัฐไปสู่ภาคเอกชนโดยตรงตั้งแต่เรียนจบเป็นบัณฑิต และทางกระทรวงได้มีแผนสำหรับบุคลากรสาธารณสุขสาขาวิชาชีพอื่นๆ ที่จะต้องมีการลดอัตรากำลังอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุที่จะต้องมีการดูแลมากขึ้น แต่กำลังคนลดลง

การชี้แจงจากผู้แทนของกระทรวง ดูเหมือนไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ ได้แต่อธิบายวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอาทิเรื่องหมอครอบครัวก็ใช้วิธีเชิญแพทย์เกษียณอายุมาทำงาน ส่วนอัตรากำลังนั้นก็จะใช้วิธีหมุนเวียนเอาอัตราว่างที่สาขาหนึ่งไปให้อีกสาขาหนึ่ง เป็นการเกลี่ยอัตรากำลังเท่าที่มีอยู่ และท้ายสุดคือการจ้างบุคลากรชั่วคราวมากขึ้นตามงบประมาณที่ได้จากรัฐบาลและเงินบำรุงของหน่วยบริการ ฟังแล้วก็ได้แต่คิดว่า ในที่สุดแล้วบุคลากรสาธารณสุขคงจะเป็นเรื่องของการเกลี่ยกันไปเกลี่ยกันมา ทั้งๆ ที่มีแผนเรื่องอัตรากำลังของแต่ละสาขาวิชาชีพ แล้วอย่างนี้อนาคตของบุคลากรสาธารณสุขจะเป็นอย่างไร จะมีความมั่นคงแค่ไหน ก้าวหน้าได้แค่ไหน

เรื่องอัตรากำลังที่ไม่ชัดเจนนี้จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ถ้ารัฐไม่รักษาพวกเขาไว้ให้ดีในยามที่ขาดแคลน เมื่อพวกเขาจากไปเหมือนดังเช่นเรื่องการไม่บรรจุเป็นข้าราชการเภสัชกร แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร ปัญหาคงจะประดังกันเข้ามาในอีกไม่นาน

ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร
นักวิชาการอิสระ