ชีวิตของมนุษย์ หรือคนที่มีวิถีชีวิตอยู่ในโลกเรานี้ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลที่ผ่านมาในหลายพันปีมาจนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อมีชีวิตลมหายใจแล้วความเสื่อมหรือทรุดโทรมของอวัยวะร่างกาย หรือความแก่ชรา การเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ จนทำให้วิทยาศาสตร์การแพทย์มีความเจริญก้าวหน้า มีการทดลองวิจัยในบริบทต่างๆ ทั้งภายในโลกของเราและอวกาศยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่เป็นกฎของธรรมชาติและสัจธรรมของชีวิตก็คือ ความตาย
การตายของนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง (Li Wenliang) วัย 34 ปี จักษุแพทย์คนแรกที่มีการแจ้งเตือนถึงการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยการรักษาตนเอง ที่โรงพยาบาลอู่ฮั่นเซ็นเตอร์ (Wuhan Central Hospital) เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ การเตือนของแพทย์ดังกล่าวต่อรัฐบาลจีนถึงอาการของผู้ป่วยที่พบคล้ายติดเชื้อไวรัสโรคซาร์ส หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่เคยระบาดในจีนและระดับโลกเมื่อปี พ.ศ.2545-2546 เขาถูกหน่วยงานภาครัฐของจีนได้เรียกไปให้เซ็นเอกสารยอมรับผิด ฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จและก่อกวนความสงบ เขาเป็น 1 ใน 8 คน ที่ถูกตำรวจสอบสวนฐานเผยแพร่ข่าวลือ วันเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าขอโทษเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏทั้งในสังคมจีนและสังคมโลก…(mcot.net)
การเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง เมื่อเวลา 02.58 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 โดยหน่วยงานของรัฐและสื่อในสาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ Global Time, People’s Daily, CGTN, Beijing News, และ Caixin ได้ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นความจริงดังกล่าวทั้งแก่ประชาชนในชาติและการรับรู้ถึงประชาคมโลกในหลายๆ ประเทศ คำถามหนึ่งที่อาจจักมีคำตอบอยู่ในตัวของประเทศดังกล่าวก็คือ ความมั่นคงของรัฐที่เสมือนเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งก็คือความตื่นตระหนกตกใจในโรคระบาดที่รัฐบาลจีนอาจจักต้องใช้สรรพกำลังและการบริหารจัดการอย่างทันท่วงทีต่อการระบาดของโรค อีกด้านหนึ่งก็คือการบริหารจัดการโรคที่มิให้แพร่กระจายไปยังประชาชนในชาติของตนและชาติอื่นๆ ทั่วโลก
ความเป็นแพทย์หรือการเป็นแพทย์คนใดคนหนึ่งย่อมจักมิได้มีความเป็นธรรมดาสามัญทั่วไป นั่นก็คือผลของการเรียนในระดับต้นไปจนถึงการสอบเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ หลังจากนั้นก็มีการศึกษาเล่าเรียนที่มากกว่าศาสตร์สาขาอื่นๆ ทั่วๆ ไป ทั้งระบบความจำ การคิดคำนวณ การวิเคราะห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจรรยาบรรณของการเป็นแพทย์ที่ดีของสังคมประเทศนั้นๆ หลังจากที่จบการศึกษาแล้วเราท่านจักได้พบเห็นอาชีพแพทย์ที่ต้องทำงานรับผิดชอบสุขภาวะทั้งความเจ็บป่วยในอวัยวะของร่างกายในระบบต่างๆ การวิเคราะห์ประเมินความป่วยทางจิตใจ อารมณ์ สังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ และอื่นๆ
ฮิปโปเครตีส (Hippocrates) ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดวิชาแพทย์ หรือบิดาแห่งการแพทย์ (The Father of Medicine) เขามีชีวิต 370-460 ปีก่อนคริสตกาล ในประเทศกรีซ มีผลงานที่ได้เก็บรวบรวมแล้วส่งต่อการเรียนการสอนแพทย์มาถึงยุคปัจจุบันกว่า 70 ชิ้น ซึ่งในสมัยนั้นมีการรักษาโรคด้วยคาถาอาคมของบุคคลที่เชื่อว่าเป็นผู้วิเศษ เชื่อว่าความเจ็บป่วยเป็นการถูกลงโทษจากพระผู้เป็นเจ้า
นอกจากวิชาชีพในด้านการแพทย์ที่ต้องรับผิดชอบความเป็นความตายของคนไข้หรือผู้ป่วยแล้ว จริยศาสตร์การแพทย์ (Medical Ethics) ก็เป็นความรับผิดชอบและสามัญสำนึกที่แพทย์รวมถึงอาชีพอื่นๆ ต้องรับผิดชอบมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันที่สืบเนื่องมายังยุคเราท่านทั้งหลาย แพทย์ต้องเป็นบุคคลที่มีศีลธรรม สุภาพอ่อนโยน แต่งกายเหมาะสมมีความคิดที่เป็นระบบ มีเหตุมีผล มีความประพฤติที่ดีงาม มีสติปัญญาแยกแยะความดีและความชั่วได้อย่างชัดเจน มีจิตใจที่ประกอบด้วยเมตตา คิดจะช่วยผู้ป่วยให้หายหรือทุเลาจากความเจ็บป่วย
ในหลักการดังกล่าวถือว่าเป็นคำปฏิญาณของแพทย์ที่จบการศึกษา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า The Hippocratic Oath หรือคำปฏิญาณของฮิปโปคราตีสมาจนถึงทุกวันนี้
ความเป็นแพทย์ทั่วโลกหากเป็นแพทย์ด้วยจิตวิญญาณความเป็นแพทย์จริงๆ เขามิได้ร่ำรวยเสมือนเศรษฐีหรือนักการเมืองบางคนในระดับประเทศหรือระดับโลก เนื่องด้วยชีวิตของเขาต้องทุ่มเทในสรรพศาสตร์และวิชาความรู้ เวลาและชีวิต ความกดดันทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัวและการดูแลรักษาผู้ป่วยที่เขาและญาติต่างคาดหวังถึงการรักษาให้หายขาดจากโรคที่เจ็บป่วย มิอาจจักรวมถึงภาวะความเสี่ยงที่ต้องใกล้ชิดกับโรคที่สามารถติดต่อได้ง่ายแม้กระทั่งร่างกายของแพทย์ที่อาจจะติดโรคระบาดแล้วถึงแก่ความตาย เสมือนแพทย์หลี่ดังกล่าว
ชีวกโกมารภัจจ์ เป็นแพทย์ประจำราชสำนักของพระเจ้าพิมพิสารและเป็นแพทย์ที่ต้องรักษาอาการความเจ็บป่วยของพระพุทธเจ้าและได้รับยกย่องให้เป็นบิดาของการแพทย์แผนโบราณ เชื่อว่าเป็นบุตรของหญิงงามเมืองคนหนึ่ง ถูกมารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเด็ก แล้วได้อยู่ในการอุปถัมภ์ของพระราชาจนกระทั่งสำเร็จวิชาทางการแพทย์ เขามีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคหลากหลายประเภทในสมัยนั้นทั้งการผ่าตัดสมอง การใช้พืชสมุนไพรนานาชนิดในการรักษาโรค อาทิ การรักษาโรคริดสีดวงทวาร (ภคันทลาพาธ) ของพระเจ้าพิมพิสารจนหายจากความเจ็บป่วย
เหตุการณ์สำคัญหนึ่งที่เหล่าชาวพุทธต่างได้รับทราบเรื่องราวก็คือ พระเทวทัตได้แอบผลักก้อนหินเพื่อปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าที่ถ้ำมัททกุจฉิ เชิงเขาคิชฌกูฏ ได้มีสะเก็ดหินไปกระทบพระบาทมีเลือดออกมา จนกระทั่งชีวกโกมารภัจจ์ได้ถวายการรักษาจนกระทั่งหายเป็นปกติ หลังจากนั้นไม่นานพระเจ้าจัณฑปัชโชตแห่งกรุงอุชเชนีป่วยเป็นโรคดีซ่าน (ปัณฑุโรค) ก็ได้รับการรักษาจนกระทั่งหายเป็นปกติและได้รับพระราชทานผ้าเนื้อละเอียดสีทองสองผืน ซึ่งเป็นผ้าที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้เท่านั้น และเขาก็ได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าเป็นพุทธบูชา
ศาสตราจารย์ริดส์ เดวิดส์ ร่วมกับโอลเดนเบอร์ก ได้ให้คำแปลถึงโรคที่ห้ามบวชเป็นพระภิกษุในศาสนาไว้ห้าโรคคือ โรคเรื้อน (Leprosy) โรคฝี (Boils) โรคเรื้อนแห้ง (Dry leprosy) วัณโรคปอด Zconsumption และโรคลมชัก (Fit) นอกจากนั้น ก็มีข้อห้ามที่มิให้บวชข้าราชการที่มิได้รับอนุญาต โจร ผู้ที่ออกหมายจับ คนเป็นหนี้สิน คนที่ถูกเนรเทศ รวมถึงคนที่อายุไม่ถึงยี่สิบปี และมีข้ออนุญาตให้บวชแก่บุคคลที่มีร่างกายอวัยวะครบถ้วน มีสติปัญญาดี มีศรัทธาเลื่อมใสที่จะศึกษาเรียนรู้เผยแพร่ รวมถึงหาทางพ้นจากความทุกข์ของชีวิตทั้งปวง สำหรับพระพุทธเจ้า ชาวพุทธทั้งหลายต่างให้นามว่าเป็นแพทย์ที่รักษาโรคกาย จิตใจ จิตวิญญาณของชาวโลกทั้งปวง
ผู้เขียนอาจจักรวมถึงท่านผู้อ่านในหลายๆ ท่านที่มีใจตรงกันก็คือ ความเศร้าใจและเสียใจ รวมทั้งรู้สึกเสียดายในชีวิตของหมอหลี่ เหวินเหลียง ที่ได้อุทิศชีวิตทำงานในหน้าที่รับผิดชอบของตนเองกับผู้ป่วยหรือคนไข้ จนกระทั่งตนเองกลายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาและเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยโรคที่มีการระบาดอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ หมอหลี่ได้กล่าวสัจจะความจริงใจเพื่อบอกต่อประชาชนและสาธารณะรวมถึงรัฐบาล
เมื่อความตายหรือการตายมาพรากชีวิตของหมอไปในเวลาของชีวิตอันสั้น ความเห็นของผู้คนต่างๆ ทั่วโลกต่างมีคำถามที่ว่า อะไรจริง อะไรเท็จ สิ่งใดควรบอก หรือสิ่งใดมิควรบอก ซึ่งมีอยู่ในการเรียนการสอนของแพทย์ในวิชา Moral Dilemma in Medicine หรือปัญหาที่ยากต่อการตัดสินใจทางการแพทย์…
เหตุปัจจัยต่างๆ ในสังคมโลกหรือประเทศต่างๆ ทุกวันนี้เอื้อต่อการเจ็บป่วยทั้งทางร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ การเจ็บป่วยจากภาวะของความเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม อำนาจนิยม เป็นเหตุหนึ่งที่กระทำให้ป่วยทางร่างกาย เชื้อโรคต่างๆ ที่ก่อกำเนิดหรือวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอดในเผ่าพันธุ์นั้นๆ มีการปรับตัว แพร่ขยายเผ่าพันธุ์มากขึ้น ร่างกายของคนหรือมนุษย์เราทุกวันนี้มีความเจ็บป่วยตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนกระทั่งโรคที่หมดหวังทางการแพทย์ หรือแวดวงของแพทย์ต้องรักษาแบบประคับประคอง ไปจนกว่าผู้ป่วยจะสิ้นชีวิตหรือความตาย
สภาพของปัญหาฟ้องร้องต่อแพทย์ทั้งในสังคมไทยเราและสังคมโลกยังอยู่ในข้อเท็จจริง ทั้งฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในคดีแพ่ง คดีอาญา โดยเฉพาะความผิดการละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ได้บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ท่านว่าผู้นำทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น…
คุณภาพชีวิตของแพทย์ พยาบาล บุคลากรในวิชาชีพทางการแพทย์ทั้งในสังคมไทยเราและสังคมโลกทุกวันนี้เป็นเช่นไร หลายคนอาจจักมองว่าเป็นอาชีพที่สามารถสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ การเคารพนับถือจากสังคมได้ ขณะเดียวกันความตึงเครียดจากภาระหน้าที่ที่ต้องรับรักษาผู้ป่วยหรือคนไข้ในจำนวนที่มาก อาทิ ในสังคมไทยเราทุกวันนี้ผู้ป่วยคนไข้ล้นโรงพยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ขาดแคลนที่ดารานักร้องต้องวิ่งเพื่อบริจาคให้การช่วยเหลือ อาชีพของนักการเมืองบางคนใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายเพื่อให้ตนและพรรคพวกได้อยู่ในตำแหน่งอำนาจ ผลประโยชน์อย่างยั่งยืน สุขภาวะของเขาวันหนึ่งสุดท้ายก็ต้องพึ่งแพทย์และไปสู่จุดสุดท้ายของชีวิตได้อย่างสมประสงค์
เฉลิมพล พลมุข


