ก่อนวันระทึก อ่านคดียุบ-ไม่ยุบ อนาคตใหม่

20.02.20 | 13:13 น.
ก่อนวันระทึก อ่านคดียุบ-ไม่ยุบ อนาคตใหม่

ก่อนวันระทึก อ่านคดียุบ-ไม่ยุบ อนาคตใหม่

ก่อนจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ อันเนื่องมาจากปมการกู้เงินจำนวน 191 ล้านบาท จาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์

ซึ่งตามเสียงซุบซิบนินทาจาก “ตลาด” ล้วนโน้มเอียงไปในทางเดียวกันคือ

ยุบพรรค

Advertisement

เสียงซุบซิบที่แพร่หลาย ก่อให้เกิดกระแสและปฏิกิริยาติดตามมาทั้งด้านบวกและลบ

หนึ่งในนั้นคือท่าทีของพรรคอนาคตใหม่เอง

18 กุมภาพันธ์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญกรณีเงินกู้ ว่า

พรรคการเมืองเกิดใหม่ทั้งหมดเพิ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนตุลาคม 2561 แต่กฎหมายพรรคการเมืองและการเลือกตั้งกำหนดให้พรรคการเมืองทำหลายเรื่อง มิฉะนั้นจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐจัดโต๊ะจีนระดมทุน 19 ธันวาคม 2561 ได้เงินมากกว่า 600 ล้านบาท ถ้าเปิดรายชื่อมาดูจะพบว่าคนที่ซื้อโต๊ะจีนล้วนเป็นบริษัทใหญ่

แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการให้มีทุนเข้ามาครอบงำ และไม่มีเวลาจัดกิจกรรมระดมทุน จึงตัดสินใจกู้เงิน

เมื่อกู้เงินมาแล้วก็ไม่ได้ปกปิดเป็นความลับ

ที่ผ่านมา กกต.เคยแจกเอกสารให้กับ พรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้

โดยไม่มีสักบรรทัดเดียวที่ระบุว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน

และพบว่ามี 16 พรรคระดมทุนในลักษณะเงินทดรอง และอีก 4 พรรคใช้การกู้เงิน

นายปิยบุตรระบุด้วยว่า กกต.ร้องศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับสงสัยว่าพรรคอนาคตใหม่จะสามารถชำระหนี้คืนได้หรือไม่

ซึ่งตนก็สงสัยเหมือนกันว่า กกต.เคยไปถามพรรคการเมืองอื่นๆ แบบนี้หรือไม่

และถ้าเปิดงบการเงินจะพบว่าพรรคระดมทุนได้มากกว่า 70 ล้านบาท และทยอยคืนเงินแล้ว

ในกรณีมาตรา 66 ที่ไม่มีโทษยุบพรรค คณะอนุกรรมการยกคำร้องว่าพรรคการเมืองกู้เงินได้ แต่ กกต.ก็ยังส่งให้คณะอนุกรรมการอีกคณะ โดยมีมติเช่นเดิม

ซึ่งตามกฎหมายจะต้องยุติ

แต่ กกต.กลับเดินเรื่องต่อไปเรื่อยๆ

ทั้งที่กระบวนการปกติคือ กกต.พิจารณาและส่งศาลอาญาและสู้กันถึงสามศาล โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว

ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีบรรทัดฐานว่า การพิจารณาคดีข้ามขั้นตอนของ กกต.เป็นสาระสำคัญที่ทำให้วินิจฉัยยกคำร้องมาแล้ว

จากกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหารับเงินจากเอกชน

อีกแง่หนึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรค

โดยอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคมีอยู่ในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น

ส่วนกรณีมาตรา 72 กกต.ใช้เวลาแค่สองสัปดาห์ในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่เคยมีการแจ้งข้อกล่าวหาและไม่เคยมีการเรียกไปให้ข้อมูลใดๆ

เหตุที่ต้องหยิบมาตรา 72 มาเป็นประเด็นเพราะ มีโทษยุบพรรค

การบอกว่า เมื่อกฎหมายไม่ให้กู้เงินแล้วโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบย่อมเป็นความผิดนั้น

ขอชี้แจงว่าพรรคไม่มีทางรู้ว่า กกต.จะตีความพิสดารขนาดนี้

ดังนั้น ยืนยันได้ว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 66 มาตรา 72

ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ระบุด้วยว่า หากยุบพรรคจริง จะเป็นครั้งแรกที่ยุบพรรคฝ่ายค้านและยุบก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน

และจะไม่ใช่แค่การยุบพรรคเท่านั้น แต่เป็นการยุบความหวังของคนรุ่นใหม่

เพราะเป็นการทุบเข้าไปที่หัวใจของคนจำนวนมากที่หวังว่าประเทศไทยจะไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม

เป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่ต้องการให้ประเทศไทยหลุดจากวงจรรัฐประหาร การลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาประชาธิปไตย

“อย่าเอานิติสงครามมาเป็นเครื่องมือ เพราะจะตอกลิ่มให้ความแตกแยกร้าวลงไปเรื่อยๆ”

ต้องจับตาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตอบในเรื่องนี้กับสังคมอย่างไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน