หน้าแรก เด่นวันนี้ บทนำ : ศึกหนั...

บทนำ : ศึกหนัก‘ภัยแล้ง’

25.02.20 | 10:30 น.

ประเทศไทยเผชิญปัญหาอันเนื่องจากธรรมชาติและสภาพแวดล้อมหลายเรื่อง อาทิ ฝุ่นควันจากการเผาพื้นที่เกษตร การก่อสร้าง เครื่องยนต์รถยนต์และเครื่องจักรอุตสาหกรรม การแพร่ของเชื้อโควิด-19 อีกเรื่องที่เป็นปัญหาตามฤดูกาลที่ยังไม่มีแผนจัดการอย่างจริงจังได้แก่ ปัญหาการบริหารจัดการน้ำและภัยแล้ง ล่าสุดนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่ากำลังเร่งดำเนินการ แก้ไข บรรเทาความเดือดร้อนและควบคุมสถานการณ์ปัญหาน้ำแล้งอย่างเร่งด่วน โดยโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63


โครงการช่วยเหลือมีอาทิ ขุดเจาะบ่อบาดาล จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน ซ่อมแซมระบบประปา วางท่อน้ำดิบ สถานีสูบน้ำ อีกเรื่องคือ ยับยั้งหรือชะลอความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติหรือ กอนช. สั่งให้กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการประปานครหลวง ผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง ผ่านแม่น้ำท่าจีนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเพิ่มอัตราจาก 30 ลูกบากศ์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เป็น 60 ลบ.ม.ต่อวินาที ที่ผ่านมาบางช่วงมีลิ่มความเค็มสูงเกินมาตรฐาน แต่กรมชลประทานและการประปานครหลวงได้ลดปริมาณการสูบน้ำลง ใช้น้ำจืดผสม เพื่อช่วยเจือจางความกร่อย แต่ 2-3 วันนี้ อาจมีลิ่มความเค็มเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ปฏิบัติการอย่างเต็มที่ในการดึงน้ำมาเพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ อีกช่วงที่ต้องเฝ้าระวังความเค็มอีกครั้ง คือวันที่ 9-11 มีนาคม 2563 ซึ่งจะมีการวางแผนรับมือสถานการณ์ร่วมกันต่อไป

การจัดการน้ำเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ สภาพสังคมที่ประชากรมากขึ้น เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น ปลูกพืชได้มากและบ่อยครั้งขึ้น ชุมชนเมือง ครัวเรือนมากขึ้น อุตสาหกรรมขยายตัวจากเดิม เกิดแหล่งอุตสาหกรรม อาทิ อีอีซีในภาคตะวันออก ขณะที่ทรัพยากรน้ำไม่ได้มีมากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ปัญหาที่เรียกร้องการบริหารจัดการน้ำที่มีการวางแผน มีการปฏิบัติเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง จากฤดูกาลสู่ฤดูกาล เป็นเรื่องดีที่ในปี 2563 นี้ รัฐบาลและภาคราชการ รับทราบความห่วงใยของหลายฝ่าย และเตรียมการและวางแผนรับมือดังที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งจะต้องจับตาต่อไปว่า จะเป็นแผนที่สอดคล้อง และสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน