เราเชื่อว่า การให้การศึกษา คือการมอบโอกาส “ให้ทั้งชีวิต” สร้างคนคุณภาพ ที่มีคุณค่าต่อตัวเอง สังคม และประเทศ
19 ปีผ่านไป คำกล่าวนี้ยังคงสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อสังคม ด้วยการให้ความสำคัญกับการมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ ผ่านการดำเนินงานของโครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด โดยมีคุณสงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย เป็นประธานคณะดำเนินงาน


แรกเริ่มในปี พ.ศ. 2535 บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจครบ 20 ปี จึงได้จัดทำโครงการการกุศลขึ้นเพื่อตอบแทนสังคม โดยใช้ชื่อว่า “โครงการสงเคราะห์หนูผู้ยากไร้” เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และชนบทที่ห่างไกล ด้วยการบริจาคสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2544 ได้เกิดโครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษาทั่วประเทศ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันอย่างต่อเนื่อง โดยจะมอบทุนการศึกษาให้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าโครงการทุนการศึกษาฯ ต่อเนื่องไปจนสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือระดับการศึกษาที่สามารถศึกษาได้
โดยหลักในการคัดเลือกนักเรียนทุนของโครงการทุนการศึกษาฯ จะไม่ได้มุ่งเน้นการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดี เรียนเก่ง เพียงอย่างเดียว หากแต่ยังพิจารณาถึงพฤติกรรม คุณธรรมประจำใจ
ซึ่งสิ่งเหล่านื้ถือเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญให้กับชีวิตของเยาวชน ได้นำไปใช้ในชีวิต และเมื่อสำเร็จการศึกษายังสามารถนำความรู้ความสามารถที่มีมาพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะการพัฒนาบ้านเกิดของตนเองพร้อมๆ กันไปด้วย
“ทุนของเราเป็นทุนให้เปล่าไม่มีกฎระเบียบใดๆ ในการใช้ทุนคืน หรือหวังผลตอบแทนใดๆ เราหวังเพียงให้เยาวชนมีโอกาสศึกษาต่อจนถึงระดับที่สามารถประกอบอาชีพได้
สิ่งสำคัญที่สุด คือ เรามีความตั้งใจส่งเสริมให้นักเรียนทุนเป็นคนดี มีคุณธรรมและจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งที่ผ่านมามีเยาวชนได้รับโอกาสนี้ไปแล้วกว่าพันคน และเราหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะส่งต่อโอกาสและตอบแทนสังคมต่อไป”
คุณสงวนศรีเล่าให้ฟังถึงวิสัยทัศน์ของโครงการทุนการศึกษาฯ เพิ่มเติม

เน้นเติมเต็มศักยภาพรอบด้าน ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จริง
ที่ผ่านมาแนวคิดการดำเนินงานเพื่อเติมเต็มศักยภาพนักเรียนทุนอย่างรอบด้าน แบ่งเป็น 4 ระยะ โดยระยะแรก ตั้งแต่ปี 2544 – 2553 คัดเลือกนักเรียนที่จะรับทุนผ่านความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นทั้งการให้ทุนการศึกษา และการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ความรู้รอบตัว และทักษะชีวิตแก่นักเรียนทุนไปพร้อมๆ กัน
ต่อมาในระยะที่ 2 ช่วงปี 2554 – 2557 เริ่มมีการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อหากิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาตนเองเพื่อหาเป้าหมายในชีวิต และสร้างกระบวนการฝึกให้เด็กมีความคิดเป็นตัวของตัวเองผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเรียนรู้จริยธรรม ทัศนศึกษา กิจกรรมสันทนาการ ส่งเสริมให้นักเรียนทุนฯ “คิดเป็น”
สำหรับในระยะที่ 3 ตั้งแต่ปี 2558 – 2562 เพิ่มบทบาทด้าน Knowledge Transfer เชื่อมต่อบุคลากรที่จะถ่ายทอดความรู้ ทั้งทางการศึกษาและด้านทักษะชีวิต แนวทางการสร้างความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์และแก้ปัญหา ความรู้เท่าทันตลาดแรงงาน และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
ส่วนระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะปัจจุบัน โครงการทุนการศึกษาฯ ได้เพิ่มทักษะต่างๆ ให้นักเรียนทุนฯ ทั้งทักษะการใช้ชีวิต การรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ในอนาคต และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม รวมถึงได้ขยายผลการดำเนินงานด้านการศึกษาโดยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อถอดบทเรียน และวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนที่เป็นผลผลิตของโครงการ เพื่อนำไปต่อยอดในส่วนการเพิ่มศักยภาพให้กับเด็ก ทั้งนักเรียนทุนและเด็กไทยในอนาคต ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยมหิดลคาดว่าผลลัพธ์ของงานวิจัยจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2563

ส่งต่อความรู้ตามหลักวิชาการ สร้างทุนปัญญาเพื่อกลับคืนพัฒนาบ้านเกิด
ปัจจุบัน ปีการศึกษา 2562 โครงการทุนการศึกษาฯ มีนักเรียนทุนในความดูแล 762 คน จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ และมีศิษย์เก่าที่จบการศึกษาไปแล้วทั้งสิ้น 1,340 คน แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 940 คน และระดับอาชีวศึกษา 400 คน ในทุกสาขาอาชีพ โดยมีนักเรียนทุนที่มุ่งมั่นกลับไปพัฒนาบ้านเกิดแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาแล้ว

“ปี 2563 เรามีความร่วมมือร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อถอดบทเรียน และวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชน ที่เป็นผลผลิตของโครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ว่า ตลอดระยะเวลา 18 ปี ที่ผ่านมา จากการที่โครงการทุนฯ ได้ให้ “โอกาส” แก่เด็ก และเยาวชนที่ยากจนในชนบท ได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จนจบการศึกษาระดับชั้นอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา นั้น นักเรียนทุนฯ สามารถนำ “ความรู้” ที่ได้ไปใช้ประกอบอาชีพ มีคุณธรรมในการดำเนินชีวิต จนนำไปสู่ “การหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างยั่งยืน” ซึ่งเกิดประโยชน์แก่ภาคการศึกษา ภาคสังคม และภาคธุรกิจ ที่สามารถนำผลวิจัยไปขยายผลให้เกิดองค์ความรู้ เพื่อช่วยเหลือแก่สังคมและประเทศชาติของเรา”
คุณสงวนศรีกล่าวทิ้งทาย
จากนี้เราจะได้เห็นความน่าสนใจและตัวอย่างของเด็กไทยที่ประสบความสำเร็จและได้รับโอกาสจนสำเร็จการศึกษา สามารถมีอาชีพที่มั่นคง และกลายเป็นบุคคลต้นแบบในวิชาชีพต่างๆ ได้ที่แฟนเพจ โครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด https://www.facebook.com/ThaicityScholarship

