หน้าแรก เด่นวันนี้ คู่มือคลายล็อ...

คู่มือคลายล็อก‘ร้านอาหาร’ ฉบับห้ามคุย-หัวเราะดัง

4.05.20 | 13:00 น.

 

หมายเหตุ – ศบค.ออกคู่มือการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับประเภทกิจการและกิจกรรม กลุ่มที่ 1 (สีขาว)

การผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

การพิจารณาจัดกลุ่มกิจการและกิจกรรมซึ่งมีปัจจัยในการพิจารณาจัดกลุ่มกิจการและกิจกรรมที่ควบคุมตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค ดังนี้ 1.ความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคหลายพื้นที่ 2.ความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ (1) การระบายอากาศของสถานที่และการใช้เครื่องปรับอากาศ (2) การรวมกลุ่มคนจำนวนมาก (3) พฤติกรรมของผู้ร่วมกิจกรรมเพิ่มโอกาสในการแพร่เชื้อ (4) ระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือใช้บริการ 3.ความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

ประเภทของกิจการและกิจกรรม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

Advertisement

1.กลุ่มที่ 1 สีขาว ได้แก่ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปในหลายพื้นที่ และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์สูง

2.กลุ่มที่ 2 สีเขียว ได้แก่ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปในหลายพื้นที่ และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์สูง

3.กลุ่มที่ 3 สีเหลือง ได้แก่ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปในหลายพื้นที่และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงสูง และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

4.กลุ่มที่ 4 สีแดง ได้แก่ กิจการหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไปในหลายพื้นที่ และการแพร่เชื้อในสถานที่อยู่ในเกณฑ์สูง และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

แนวทางมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรน ประกอบด้วย

1.กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต

ก.การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ในโรงแรม ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง โรงพยาบาล ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ แผงลอย ซึ่งไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์

ข.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ให้เปิดได้เฉพาะซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา สินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต และร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ธนาคาร ที่ทำการหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ส่วนแผนกร้านอาหารให้เปิดเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่น

ค.ร้านค้าปลีก/ค้าส่งขนาดย่อม ร้านค้าปลีก/ค้าส่งชุมชน ตลาด ตลาดน้ำ และตลาดนัด

ง.ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี (เฉพาะสระ ตัด ซอยผม แต่งผม)

2.กิจกรรมด้านการออกกำลังกายหรือการดูแลสุขภาพ

ก. สนามกอล์ฟหรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

ข. สนามกีฬาเฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้ง และตามกติกาสากล ได้แก่ เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู

ค. สวนสาธารณะ ลาน-พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ลานกีฬา (เฉพาะพื้นที่โล่งแจ้ง เพื่อการเดิน วิ่ง ขี่หรือปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นเป็นส่วนบุคคล)

ง. สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์

แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมหลักและมาตรการเสริมสำหรับพื้นที่

1.กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต

สำหรับ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง/ รถเข็น/หาบเร่/ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อในบริเวณพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหาร (ไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์)

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ ประกอบด้วย

1.การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ป้องกันโรค

1.1 ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และสามารถให้บริการได้ทุกวันอย่างเพียงพอ

1.2 จัดให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอ กรณีร้านอาหารที่ติดเครื่องปรับอากาศ อาจพิจารณาให้มีช่องทางระบายอากาศ หรือใช้พัดลมระบายอากาศ เพื่อการหมุนเวียนอากาศที่เพียงพอ เว้นแต่งดการใช้เครื่องปรับอากาศ

1.3 จัดพื้นที่รอคิวรับอาหารแยกจากส่วนนั่งรับประทานอาหาร และมีระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1 เมตร

1.4 จัดให้มีระยะห่างระหว่างโต๊ะ และระหว่างที่นั่ง รวมถึงระยะห่างระหว่างการเดิน อย่างน้อย 1 เมตร โดยจัดให้ไม่นั่งตรงข้ามกัน ไม่พูดคุยเสียงดัง หรือหัวเราะเสียงดัง

1.5 พิจารณาจัดทำฉากกั้น ระหว่างผู้รับประทานอาหาร

1.6 ทำสัญลักษณ์เว้นระยะห่างของจุดบริการ เช่น จุดบริการชำระเงิน จุดบริการสั่งอาหาร

1.7 พื้นที่ปรุงอาหารให้มีการแยกภาชนะ อุปกรณ์ปรุง หรือประกอบอาหาร เช่น เขียง มีด ระหว่างอาหารสุกและอาหารดิบ และไม่ปรุงหรือประกอบอาหารใกล้ห้องน้ำ ห้องส้วม

1.8 จัดเตรียมภาชนะและอุปกรณ์ในการรับประทานส่วนบุคคลให้กับลูกค้า และไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น เครื่องปรุง เกลือป่น ซอสปรุงรสต่างๆ เป็นต้น

1.9 จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันโรค เช่น หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เฟซ ชีลด์ ให้พนักงานทุกคน

1.10 อาจจัดให้มีกล้องวงจรปิดเพื่อใช้ในการบันทึกภาพการให้และใช้บริการ รวมทั้งการตักเตือน หากผู้ใช้บริการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

ให้เปิดกิจการเฉพาะสถานที่จำหน่ายอาหาร เป็นร้านอาหารทั่วไปขนาดไม่เกินสองคูหา

ทั้งนี้ ต้องมีพื้นที่จำหน่ายอาหารไม่เกินสองร้อยตารางเมตรและมีการระบายอากาศเพียงพอ (ตามกฎกระทรวงสุขลักษณะ ของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561) และ งดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดทันทีหลังการใช้งานของลูกค้า แต่ละคนได้ เช่น อุปกรณ์คีบจับอาหาร ทั้งนี้ เปิดให้บริการเฉพาะสั่งทาน ไม่รวมบุฟเฟต์ หรือถือภาชนะตักอาหารเอง งดเว้นร้านอาหารที่มีการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 39 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ได้แก่ ร้านอาหารที่เปิดเครื่องปรับอากาศ โดยไม่มีพัดลมระบายอากาศ หรือร้านอาหารในอาคารที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ปิด งดให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานที่จำหน่ายอาหาร

1.11 อาจพิจารณาให้มีระบบจองคิวออนไลน์หรือจองคิวหน้าร้าน โดยกำหนดเวลาในการเข้าบริการอย่างชัดเจน รวมทั้งการชำระเงินค่าบริการผ่านระบบออนไลน์ หรือ คิวอาร์โค้ด ผ่านแอพพลิเคชั่น

2.การเตรียมความพร้อมในการให้บริการ

2.1 มาตรการคัดกรองอาการป่วย

(1) ก่อนเปิดให้บริการทุกวัน ให้มีการตรวจคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด สำหรับพนักงานทุกคน โดยอาจตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานทุกคนก่อนเข้าทำงานทุกครั้ง และให้มีแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการดูแล หรือส่งต่อผู้ที่มีอาการป่วยไปสถานพยาบาล เช่น กรณีพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้หยุดงาน และสังเกตอาการตนเองที่บ้าน กรณีที่พบผู้ปรุงอาหาร พนักงานบริการป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจ ให้งดปฏิบัติงาน จนกว่าอาการดีขึ้น

(2) จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งมาตรการป้องกันควบคุมโรคภายในร้าน ให้ผู้ใช้บริการทราบ

(3) จัดให้มีการคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด สำหรับผู้ใช้บริการก่อนเข้าร้าน

(4) อาจพิจารณาจัดทำทะเบียนบันทึกผู้มีอาการป่วย ประกอบมาตรการฯสำหรับพนักงานและผู้ใช้บริการ และอาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ได้ตามความเหมาะสม หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ได้ เช่น การใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับการลงทะเบียนและเป็นคู่มือการปฏิบัติ

2.2 มาตรการในการป้องกันโรค

(1) พิจารณาจัดให้มีการเหลื่อมเวลาการให้บริการ ด้วยระบบคิว เพื่อลดความแออัด รวมทั้งลดเวลาในการให้บริการให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน

(2) จัดหากระดาษหรือมุม ไว้ยังจุดสั่ง-การสั่งอาหารตามสั่งเพื่อลดการสัมผัสจากการพูดคุยโดยตรง

(3) หากชำระด้วยเงินสด ต้องไม่สัมผัสมือโดยตรง เช่น การมีถาดรับเงินหรือบัตรเครดิต หรือต้องพ่นแอลกอฮอล์ในการทอนเงินให้ผู้ใช้บริการทุกครั้ง โดยที่พนักงานรับเงินต้องสวมถุงมืออยู่ตลอดเวลา และต้องมีการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง

(4) พนักงานบริการทุกคน ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ระหว่างรับรายการอาหาร และล้างมือทุกครั้งก่อนออกไปเสิร์ฟอาหาร รวมทั้งไม่ตะโกน เปิดหรือจับหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และไม่ควรสัมผัสผู้ใช้บริการ โดยรักษาระยะห่างระหว่างผู้ใช้บริการ อย่างน้อย 1-2 เมตร และยืนห่างจากพนักงานคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร

(5) ผู้ปรุงอาหารทุกคน ให้สวมผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผมตลอดการทำอาหาร รวมทั้งพิจารณาสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ป้องกันละอองฝอยน้ำลายใส่อาหาร และให้ล้างมือทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร รวมทั้งทำความสะอาดครัวอยู่เสมอ

(6) ผู้สัมผัสอาหารที่มีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด หลีกเลี่ยงการปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสอาหารโดยตรง ถ้าไม่สามารถหยุดปฏิบัติงานได้ ควรเลี่ยงไปปฏิบัติงานหน้าที่อื่นแทนจนกว่าบาดแผลจะหายสนิท จึงกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ

(7) พิจารณาให้บริการเมนูปรุงสุกเป็นชุดสำหรับรับประทานคนเดียว และให้บริการอาหารที่สะอาดปลอดภัย

(8) ร้านอาหารอาจพิจารณางดให้บริการ กรณีพบผู้ใช้บริการที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค หรือมีอาการป่วยจากการคัดกรองก่อนเข้าร้านอาหาร

(9) สื่อสาร/ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่พนักงานและผู้รับบริการ และอบรมพนักงานเรื่องมาตรการ และความรู้ในการสังเกตตนเอง

2.3 มาตรการทำความสะอาด

(1) ทำความสะอาดเมนู ที่ใส่เงินทอนและพื้นที่จุดร่วมสัมผัส เช่น ประตู ลูกบิด ระหว่างเปิดบริการ รวมทั้งทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เสมอ

(2) จัดบริการอ่างล้างมือพร้อมสบู่ หรือไม่ต่ำกว่า 70% เจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ ไว้ยังจุดสั่ง-รับอาหาร

(3) ล้างหรือเช็ดอุปกรณ์ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งที่ให้บริการลูกค้าแต่ละราย

(4) ดูแลสถานที่ปรุงประกอบอาหาร บริเวณพื้น โต๊ะที่นั่ง บริเวณที่รับประทานอาหารให้สะอาดอยู่เสมอ โดยทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (น้ำยาฟอกขาว) 0.1% ทุกวันก่อนปิดร้าน

(5) จัดให้มีถังขยะใส่ถุงรองรับกระดาษชำระใช้แล้วในทุกโต๊ะ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน

(6) หากพบว่าผู้ปฏิบัติงานในร้าน เป็นผู้ป่วยยืนยัน หรือมีข้อมูลบ่งชี้ว่าร้านอาจเป็นจุดแพร่เชื้อได้ ให้เจ้าของร้านปิดร้านตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พร้อมทั้งทำความสะอาดสถานที่ และดำเนินการตามประกาศของกรมควบคุมโรค

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้บริการ ประกอบด้วย

1.การเตรียมตัวก่อนใช้บริการ

1.1 หากผู้ใช้บริการมีอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด ให้งดการไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร

1.2 ควรพิจารณาจองคิวล่วงหน้า ด้วยระบบออนไลน์ โทรศัพท์ หรือจองคิวหน้าร้าน และควรเว้นช่วงที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

1.3 ควรงดไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารเป็นกลุ่ม เพื่อลดการพูดคุย

2.ระหว่างและหลังการใช้บริการ

2.1 ควรตรวจสอบความสะอาดของสถานที่ ภาชนะ การจัดที่นั่ง ก่อนนั่งรับประทานอาหาร เพื่อให้ใช้บริการได้อย่างปลอดภัย

2.2 ระหว่างรอคิวและชำระเงิน ให้เว้นระยะห่างตามจุดหรือสัญลักษณ์ที่ร้านอาหารกำหนด

2.3 ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอยู่เสมอ ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร

2.4 ให้ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร

2.5 ควรพูดโดยใช้ระดับเสียงปกติ ไม่ควรตะโกนหรือเปิดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ในขณะอยู่ในร้านอาหาร และเลี่ยงไอ จามใกล้ผู้อื่น ระหว่างนั่งรับประทานอาหารหากมีการไอ หรือจาม ให้ปิดปาก และจมูกให้สนิท

2.6 ไม่ทิ้งกระดาษชำระใช้แล้วลงในจานอาหารหรือบนโต๊ะ ให้ทิ้งในถังที่จัดไว้เท่านั้น

2.7 ผู้ใช้บริการควรแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ หากพบว่าการให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค ตามแนวทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัด

แนวทางการกำกับ ติดตาม ประเมินผล หน่วยงานรับผิดชอบกำกับ ติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการ

1.ส่วนกลาง ประกอบด้วย ศบค. มท. กสธ. โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย จัดทำและเผยแพร่คู่มือการปฏิบัติตามความเหมาะสม

2.ระดับจังหวัด ประกอบด้วย ศปก.จังหวัด และ กทม. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สสจ. อปท.

3.ระดับอำเภอและตำบล ประกอบด้วย ศปก.อำเภอ ศปก.ตำบล และ อปท. โดยมีหน้าที่ตรวจกำกับดูแล ร่วมกับ สสอ. อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. รวมทั้งให้ ศปม. จัดกำลังสายตรวจร่วม ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจกำกับดูแลการประกอบการหรือการจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด

4.ชมรม/สมาคมธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่ การรายงานผล (วิธีการ เครื่องมือ/ช่องทาง และความถี่)

1.ใช้แอพพลิเคชั่น หรือไลน์กลุ่ม เพื่อความรวดเร็วในการรายงาน รวมทั้งการยกตัวอย่าง ภาพประกอบกรณีพบปัญหา เช่น

1.1 การใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับการลงทะเบียนติดตามผู้ใช้บริการ

1.2 การใช้ Line Check In

1.3 มีการบันทึกข้อมูล ที่สามารถแสดงรายละเอียดผู้ใช้บริการได้

2.การตรวจร้านอาหาร ทั้งการสุ่มตรวจสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และกรณีแจ้งเหตุจากประชาชนและผู้ประกอบการ หากพบปัญหาให้รายงานผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป โดยแบ่งรายละเอียดการสุ่มตรวจ ดังนี้

2.1 แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน และกำหนดวันลงสุ่มตรวจ เช่น โซน ก, โซน ข, โซน ค เป็นต้น

2.2 จัดทีมลงตรวจ โดยใช้กำลังสายตรวจร่วมของ ศปม.

การแจ้งข้อมูลและประชาสัมพันธ์

1.อาจพิจารณาจัดให้มีการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและการเตรียมความพร้อมของสถานที่ตามมาตรการควบคุมหลักและมาตรการเสริมที่กำหนดโดยพื้นที่ รวมทั้งแนวทางการกำกับติดตาม และให้ผู้ประกอบการยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการก่อนเปิดให้บริการ

2.หน่วยงานส่วนกลาง ศบค. จุดบริการร่วม 1111 หรือเว็บไซต์ 1111 สำนักนายกรัฐมนตรี สายด่วนกรมควบคุมโรค

3.หน่วยงานของท้องถิ่น

4.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

5.หน่วยงานระดับจังหวัด จัดทำระบบรับแจ้งเหตุในรูปแบบออนไลน์ โทรศัพท์ หรือวิธีอื่นๆ ทั้งกรณีประชาชนพบการให้บริการของร้านอาหารไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด หรือผู้ประกอบการพบผู้ใช้บริการไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับทราบอย่างทั่วถึง