กลยุทธ์ ล่อแหลม เปลี่ยนม้า กลางลำธาร ดรีมทีม เศรษฐกิจ

5.05.20 | 13:00 น.

การพุ่งปลายหอกไปที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ นายอุตตม สาวนายน ดำเนินไปด้วยกลยุทธ์อันแยบยล ในทางการทหาร

ความหมายมิได้อยู่ที่ตัว นายอุตตม สาวนายน

หากแต่ดำเนินไปในลักษณะอันเป็น “สงครามตัวแทน” อย่างที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เคยเน้น อย่างจริงจังก่อนหน้านี้

แท้จริงแล้ว เป้าอยู่ที่ “4 ยอดกุมาร”

จะเห็นได้ว่า มิได้ต้องการเปลี่ยนตัว “หัวหน้าพรรค” อย่างเดียว หากครอบคลุมไปถึงการเปลี่ยนตัว “เลขาธิการพรรค” ด้วย

Advertisement

อย่าแปลกใจหากจะเห็นปฏิกิริยาจาก นายสุวิทย์ เมษินทรีย์

ยุทธวิธีในการเปลี่ยนตัว “หัวหน้าพรรค” ครั้งนี้ดำเนินไปภายใต้ยุทธศาสตร์การฟาดกระหน่ำเข้าไปยัง “ดรีมทีม เศรษฐกิจ” ต่างหาก

เท่ากับเป็นการตีวัวกระทบคราดในทางการเมือง

อย่าได้แปลกใจหากจะสัมผัสได้ในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม “4 ยอดกุมาร” ไม่เพียงแต่จะเชื่อมต่อไปยัง “กลุ่มสามมิตร”

หากแต่ยังต่อสายไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

การนัดพบกันระหว่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงได้บังเกิด

น่าสนใจก็ตรงที่มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นตัวกลาง

หากไม่จำเป็นจริงๆ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คงไม่ออกโรง หากไม่จำเป็นจริงๆ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ คงไม่ออกโรง

สะท้อนให้เห็นว่าศึกครั้งนี้ “สาหัส”

ความแหลมคมของปัญหามิได้จำกัดกรอบแต่เพียงการต่อสู้กันในแต่ละกลุ่มของพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น หากแต่อยู่ที่ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ

ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย จึงสำคัญ

จุดล่อแหลมเป็นอย่างมากของการต่อสู้ โดยยกประเด็นตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตำแหน่งเลขาธิการพรรคมาเป็นเดิมพัน

เพราะหากยังยืนยันเท่ากับเป็นการยอมจำนน

ยอมจำนนต่อความเห็นร่วมที่ว่า ความล้มเหลวในทางเศรษฐกิจอันเป็นเครื่องประจานความล้มเหลวของรัฐบาลมีสาเหตุมาจากที่ใด

นั่นก็คือ มีสาเหตุมาจาก “ดรีมทีม เศรษฐกิจ”

เป็นความล้มเหลวตั้งแต่ “ดรีมทีม เศรษฐกิจ” ชุดนี้ดำรงอยู่อย่างเป็นด้านหลักต่อจากยุคของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร
เทวกุล

อันเป็นการเริ่มยุคแห่ง “พลังประชารัฐ” เมื่อเดือนสิงหาคม 2558

ความล่อแหลมอย่างยิ่งยวดอยู่ที่ว่าเท่ากับเป็นการยอมรับว่า รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ก็เป็นรัฐประหาร “เสียของ”

เป็นการซ้ำรอยกับรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 อีก

คำถามมิได้อยู่ที่ว่าการพยายามดิ้นรน ต่อสู้เพื่อรักษาสถานะตนเองของ “ดรีมทีม เศรษฐกิจ” จะประสบความสำเร็จหรือไม่

หากยังอยู่ที่ว่าแล้วจะเอาใครมาแทน

การเสนอชื่อ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ชื่อของ นายสุชาติ ชมกลิ่น ชื่อของ นาย
อนุชา นาคาศัย น่าจะยังไม่เพียงพอ

นี่ย่อมเป็นโอกาสที่ “ดรีมทีม เศรษฐกิจ” จะตีกลับ