หน้าแรก เด่นวันนี้ รักษ์โลกด้วยพ...

รักษ์โลกด้วยพลังงานสะอาด ‘ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์’

17.05.20 | 15:52 น.
รักษ์โลกด้วยพลังงานสะอาด ‘ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์’

“โรงไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ต้องเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสะอาดเท่านั้น นี่คือ โจทย์หลักสำคัญที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ตั้งไว้”

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวถึงหัวใจสำคัญในแผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายการลงทุนและการอพยพเข้ามาทำงานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

คณิศ แสงสุพรรณ
เลขาฯ สกพอ. ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ EEC

“ทำไม..เพราะ สกพอ.ให้ความสำคัญทั้งเรื่องของการพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าและเรื่องของสิ่งแวดล้อม เราอยากให้นักลงทุนจากทุกประเทศทั่วโลกที่เข้ามาลงทุนใน EEC ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างสุขให้ทั้งนักลงทุน ผู้ประกอบการ ในพื้นที่ EEC และประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ ดังนั้นจึงต้องใช้พลังงานสะอาด เพราะนอกจากได้ไฟฟ้า ยังช่วยลดปัญหามลภาวะทางสิ่งแวดล้อม อีกทั้งในแผนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาพื้นที่ EEC กำหนดไว้ชัดเจนว่า การพัฒนาพื้นที่ EEC ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ เพื่อการนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy และการพัฒนาที่ยั่งยืน” นายคณิศกล่าว

แสงอาทิตย์ พลังงานสะอาดเพื่อประเทศไทย

แล้วคำตอบของโจทย์ที่ว่าโรงไฟฟ้าต้องใช้พลังงานสะอาดนั้นจะมาจากแหล่งใด เลขาฯ สกพอ.ให้คำตอบว่า “พลังงานแสงอาทิตย์”

Advertisement

“ขณะนี้ โครงการจัดหาพลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาด (พลังงานแสงอาทิตย์) และพลังงานสำรอง (ระบบกักเก็บพลังงาน) ที่ สกพอ.นำเสนอได้รับการอนุมัติจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา”

โครงการจัดหาพลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาด (พลังงานแสงอาทิตย์) และพลังงานสำรอง (ระบบกักเก็บพลังงาน) เป็นโครงการที่จะเริ่มตั้งแต่ปี 2564 และนำร่องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ในช่วงเฟสแรกที่ 500 เมกะวัตต์ก่อน โดยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นหน่วยงานหลักในการรับซื้อ และจำหน่ายพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ในพื้นที่ EEC

ขณะเดียวกัน ทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) มาร่วมออกแบบระบบ พร้อมวางแผน สร้างกลไกคาร์บอนเครดิต สู่ระบบการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และระบบซื้อขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจระหว่างผู้ประกอบการในพื้นที่

กําหนดสัดส่วนการใช้พลังงาน
จากเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อระบบพลังงานจากแสงอาทิตย์
ในการผลิตไฟฟ้า เป็น 70:30

แล้วพลังงานแสงอาทิตย์ 30 เปอร์เซ็นต์ จะมีเพียงพอกับความต้องการใช้หรือไม่ คำตอบจากเลขาฯ สกพอ. คือ เพียงพอ

“ในอีก 20 ปีข้างหน้า คือ ปี 2580 พื้นที่ EEC จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ขณะที่พื้นที่นำร่องโครงการใน 3 จังหวัดทั้งระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ปัจจุบันมีความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 4,476 เมกะวัตต์”

ซึ่งโครงการจัดหาพลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาด (พลังงานแสงอาทิตย์) และพลังงานสำรอง (ระบบกักเก็บพลังงาน) สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างแน่นอน โดยตามแผนของ
สกพอ. ในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดมากขึ้นเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล ที่จะเน้นให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น

“ตามแผนที่กำหนดนั้น ต่อไปสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าจะอยู่ที่ 70:30 นั่นคือ การใช้พลังงานสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต จะเพิ่มขึ้นและมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ”

พลังงานสะอาด ช่วยลด CO2 11 ล้านตัน

แม้เป้าหมายสำคัญของ สกพอ. คือ การจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้มีจำนวนเพียงพอกับความต้องการใช้ในพื้นที่ EEC แต่ด้วยแนวทางที่แตกต่างและมุ่งให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานสะอาดเป็นหลัก จึงส่งผลดีอย่างเห็นได้ชัดทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกเหนือการมีไฟฟ้าใช้ นั่นคือ สิ่งแวดล้อมที่ดีจะกลับคืนมา เพราะในวันนี้ประชาชนในพื้นที่ต่างทราบกันดีว่า ได้รับผลกระทบจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิมอย่างไร

ข้อมูลที่ได้รับการอธิบายจาก เลขาฯ สกพอ.ชี้ชัดว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้น ไม่เหมือนเดิม เพราะทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยรวม

“การใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ตามโครงการ ที่มีระยะเวลา 30 ปี จะสามารถช่วยลดการปล่อย CO2 ได้ถึง 11 ล้านตัน” นายคณิศให้ข้อมูล

ขณะเดียวกันโครงการจัดหาพลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาด (พลังงานแสงอาทิตย์) ยังช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ด้วยภาวะภัยแล้ง

“โครงการนี้จะช่วยบรรเทาและลดปัญหาการใช้น้ำในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ เพราะโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้นสามารถเดินระบบได้โดยไม่ใช้น้ำในการผลิตไฟฟ้า และใช้น้ำน้อยมากในการล้างแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เมื่อเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้ารูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อน”

เป้าหมายการพัฒนาด้านพลังงานไฟฟ้าที่ สกพอ.วางไว้ นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการพัฒนาที่คำนึงและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นช่องทางสำคัญในการส่งเสริมพื้นที่ EEC ไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Society และพื้นที่สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)

เปิดมุมใหม่ เกษตรผสมผสาน ปลูกพืชและผลิตไฟฟ้า

แต่ที่น่าสนใจและถือเป็นการพัฒนาที่ไม่ธรรมดา เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกของการลงทุนด้านไฟฟ้าที่สามารถทำควบคู่ไปกับวิถีชีวิตความเป็นเกษตรกรของประชาชนในพื้นที่ EEC ด้วยการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในรูปแบบผสมผสานกับการเกษตร

“การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้สามารถอยู่ร่วมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนได้ เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่เราต้องการให้เกิดขึ้น ด้วยการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์แบบผสมผสานร่วมกับการทำการเกษตรในพื้นที่เดิมตามสัดส่วนที่เหมาะสม”

การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์แบบผสมผสานร่วมกับการทำการเกษตรในพื้นที่เดิมตามสัดส่วนที่เหมาะสมตามที่นายคณิศอธิบายนั้น จะเป็นการทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะเป็นระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบผสมผสานร่วมกับการทำการเกษตรในพื้นที่เดิม หรือ Co-Existing โดยเกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่ดินมีส่วนร่วมในการลงทุน ได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ถือเป็น
การเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตของภาคการเกษตร อีกทั้งช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ต้องประสบ ไม่ว่าปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เป็นต้น

“จากทั้งหมดนี้ ผมจึงมองว่าไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์นั้นสามารถตอบโจทย์และมีความเหมาะสมที่สุดในพื้นที่ EEC อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายคณิศกล่าวในที่สุด

โครงการจัดหาพลังงานไฟฟ้า พลังงานสะอาด (พลังงานแสงอาทิตย์) และพลังงานสำรอง (ระบบกักเก็บพลังงาน) ในพื้นที่ EEC ด้วยราคาค่าไฟที่ไม่กระทบต่อประชาชน คือ ก้าวพัฒนา เพื่ออนาคตประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลาน ที่คนไทยต้องสนับสนุนใช่หรือไม่…