เริ่มจะปอดแหก : เหยี่ยวถลาลม
เดิมทีเดียวกลัวกันว่าจะรับมือกับการระบาดของ “โควิด-19” ไม่ไหวก็ขอเลยอนุญาตประชาชนว่า ให้หยุดทำมาค้าขายแล้วให้อยู่กับบ้านเฉยๆ อย่าไปมาหาสู่กับใคร พร้อมกับงัดเอา “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ออกมาใช้อ้างว่าจะช่วยสกัดกั้นโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง
มาถึงวันนี้ “ศบค.” ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารสถานการณ์โควิด-19 แทบไม่มีวาระจะแถลงต่อไปอีกแล้ว เพราะแต่ละวัน “ไม่มีผู้ป่วยใหม่” ที่มาจากระบบเฝ้าระวัง ไม่มีผู้ป่วยใหม่ที่มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน
ที่มีอยู่ประปรายก็จาก “ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ” ซึ่งเข้าสู่สถานกักตัว (State Quarantine)
แต่รัฐบาลกลับสร้างภาพให้ผู้คนตื่นกลัวด้วยคำว่า “ระลอก 2” ดังเช่น พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีก็ยังว่า “ถ้าเกิดระบาดขึ้นมาอีกระลอกก็จะยุ่งกันใหญ่”
พอขมวดปมจนได้ที่ก็โยนไปให้ประดาหมอในคาถาออก “ใบสั่งแพทย์” ต่ออายุ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”
ตั้งแต่ 1 มิถุนายนไปอีก 1 เดือน
คราวนี้แม้แต่ “หมอ” อย่าง นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็หมดความอดทนจนถึงกับโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “รัฐบาลนี้ใช้หมอเป็นเครื่องมือ
ใช้โควิด-19 เป็นข้ออ้าง”
“กำลังใช้ชื่อยา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อรักษาอำนาจ ไม่ใช่รักษาโรคโควิด-19” !!
“ศบค.” สถาปนาขึ้นมาเพื่อบริหารสถานการณ์ระบาดของโรคอุบัติใหม่ “โควิด-19”
กล่าวได้ว่าที่ผ่านมาทีมคุณหมอได้ใช้ทุกวิชาอย่างพลิกแพลงกล่อมประสาทผู้คน จนเกิดความร่วมมือด้วยความอดทนอดกลั้น ทำให้การควบคุมโควิด-19 ในประเทศประสบผลสำเร็จน่ายินดียิ่ง
ภารกิจ “ศบค.” คือ สื่อสาร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้คนร่วมมือ
ส่วน “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” เป็นเครื่องทุ่นแรงของ “ผู้มีอำนาจ”
แต่ “ใจคน” มีขนาดไม่เท่ากัน !
ตัวแบบของลูกผู้ชายที่มี “หัวใจนักสู้”
เต็มร้อย และเคารพในกติกาของเกม คือ มวยไทย ซึ่งสร้างเกียรติภูมิบนสังเวียนด้วยแข้งหมัดเข่าศอก
ไม่อาศัยเครื่องทุ่นแรงใดๆ ทำร้ายคู่ต่อสู้เป็นอันขาด !
แต่ก็นั่นแหละ “เวทีของลูกผู้ชาย” ย่อมไม่ใช่ “เวทีอำนาจ” ที่ผู้คนจำนวนหนึ่งลุ่มหลงงมงาย
เวทีอำนาจมากไปด้วยเล่ห์กล
ความขลาดกลัวจะสูญเสียอำนาจทำให้ต้องใช้เครื่องทุ่นแรงรักษาตัวรอด !?!!

