“พยาบาลเป็นอาชีพที่มีเกียรติ
พยาบาลเป็นอาชีพที่มีหน้ามีตา
พยาบาลเป็นอาชีพที่มีคนให้ความนับถือ
พยาบาลเป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน”
มองเผินๆ พยาบาลเหมือนเป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน มีทั้งชื่อเสียง มีทั้งคนนับหน้าถือตา มีทั้งความมั่นคงในอาชีพการงาน
หากในความเป็นจริงๆ กว่าที่คนๆ หนึ่งจะกลายเป็นพยาบาลที่ดี เขาหรือเธอคนนั้นต้องทุ่มเทศึกษาเล่าเรียน ต้องฝึกฝนทักษะทางการแพทย์ ฝึกฝนร่างกาย จิตใจ พร้อมๆ ไปกับการเรียนรู้ทัศนคติ อุดมการณ์ และแนวทางการปฏิบัติตัวอย่างที่พยาบาลที่ดีควรจะเป็น
หลายคนท้อ หลายคนถอย หลายคนทิ้งความฝันไว้ที่กลางทาง
หากแต่ไม่ใช่เธอคนนี้ เธอคนที่พร้อมเสียสละความสุขส่วนตัว คนที่พร้อมทุ่มเทแรงกาย แรงใจอุทิศชีวิตเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนคนไทยทุกคน
เธอคนที่พร้อมตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยวิชาชีพพยาบาล

มากกว่าความสำเร็จ คือ โอกาสที่ได้รับ
“แป้น” วิลาวรรณ มานะพงศ์ พยาบาลประจำศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สาวน้อยจากเมืองปากพนัง นครศรีธรรมราช เล่าให้ฟังว่า
ตนเองมีพื้นเพมาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง พ่อแม่มีอาชีพเป็นเกษตรกร ที่มีโอกาสเรียนจนจบระดับมหาวิทยาลัยได้ เพราะโอกาสที่ได้รับจากโครงการทุนการศึกษา บริษัทกรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด
“หนูได้รับทุนครั้งแรกตอนที่อยู่ ม.4 ตอนนั้นครูแนะแนวแนะนำว่า ที่โรงเรียนมีทุนการศึกษาให้นักเรียนที่มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงเขียนเรียงความเข้าไปยื่นขอทุน
หลังจากได้รับการคัดเลือกก็ได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องจนถึงระดับมหาวิทยาลัย จนเรียนจบคณะพยาบาลศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมหิดล”
โครงการทุนฯ ไม่ได้ให้เพียงโอกาสทางการศึกษาเพียงเท่านั้น หากยังมอบประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้แก่ “แป้น” วิลาวรรณ พร้อมเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
“ทุกๆ ปี โครงการทุนการศึกษาฯ จะให้นักเรียนทุนทั่วประเทศไปเข้าค่ายจริยธรรมและร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้ง 2 กิจกรรม ทำให้เรียนรู้หลักการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท หลักการทำความดี และเสียสละเพื่อส่วนรวม ซึ่งหนูได้นำมาใช้เป็นหลักในการเป็นพยาบาลที่ดี”

แทนคุณแผ่นดินด้วยวิชาชีพพยาบาล
ทุกวันนี้ชีวิตของ “น้องแป้น” จะถูกปลุกด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นพยาบาลที่ดี ภาระกิจในทุกวันของเธอ คือ การทุ่มเทแรงกาย แรงใจ อุทิศตนทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่ย่อท้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เธอเล่าให้ฟังว่า
“งานตอนนี้ถือว่าหนักมาก แต่ท้อไม่ได้ เพราะคนไข้ไม่มีใคร มีแต่พวกเราที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าเราช่วยกันคนกันดูแล ช่วยรักษาคนไข้ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็จะทำให้สังคมเราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”
สุดท้าย เนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี โครงการทุนการศึกษา บริษัทกรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด “น้องแป้น” ฝากเชิญชวนศิษย์เก่า โครงการทุนฯ ทุกคน ให้ร่วมกันทำความดีเพื่อตอบแทนสังคมให้สมกับโอกาสที่ตนเองเคยได้รับ อันจะเป็นการจะช่วยให้ประเทศของเราพัฒนายั่งยืนต่อไป
ติดตามเรื่องราวของตัวอย่างเด็กไทยที่ประสบความสำเร็จและได้รับโอกาสจนสำเร็จการศึกษา สามารถมีอาชีพที่มั่นคง และกลายเป็นบุคคลต้นแบบในวิชาชีพต่างๆ ในแคมเปญ 19 ปี 19 พลังความดี ตอบแทนสังคม ของนักเรียนทุนชาร์ปกรุงไทยการไฟฟ้า ได้ที่แฟนเพจ โครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด https://www.facebook.com/ThaicityScholarship

