สถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ถือเป็นปรากฏการณ์ของ แฟลชม็อบ ภาค 2 ที่จุดติดไปเป็นที่เรียบร้อย หลังต้องพักเบรกไปในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
เพราะการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายเยาวชน เริ่มขยายวงกว้างออกไปแทบทุกจังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศ กับ 3 ข้อเรียกร้องที่ชัดเจนต่อรัฐบาล
คือ 1.หยุดคุกคามผู้ชุมนุม ผู้เห็นต่างทางการเมือง และไม่ดำเนินคดีกับประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ โดยการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เข้ามาทำหน้าที่ และ 3.ต้องยุบสภา แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่
การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก รัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งฝ่ายความมั่นคง
ไม่ควรจะดูเบา หรือมองการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนฯว่าเป็นแค่ ม็อบมุ้งมิ้ง เหมือนที่ พ.อ.หญิงนุสรา วรภัทราทร อดีตรองโฆษกกองทัพบก แสดงความคิดเห็นไว้
เพราะหลายเหตุและปัจจัยที่เกิดขึ้นทางการเมือง ตั้งแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จวบจนถึงรัฐบาลเลือกตั้งที่มีนายกฯคนเดียวกัน คือ พล.อ.ประยุทธ์
ที่ชูธง ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง สร้างการเมืองใหม่ มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หลากชุด หลายด้าน แต่สุดท้ายก็จับต้องผลงานการปฏิรูปแทบไม่ได้
ที่ได้มาก็คือ รัฐธรรมนูญ 2560 รัฐธรรมนูญฉบับที่รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา ดีไซน์ออกมาจนทำให้หลายฝ่ายต้องเรียกร้องให้แก้ไข
เช่นเดียวกับข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนฯ ข้อ 2 ที่รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องฟังให้ได้ยิน และต้องแสดงความจริงใจว่าฟังแล้วจะนำไปสู่การปฏิบัติ
ใน 3 ข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนฯ ว่าจะรับข้อเสนอ ในข้อใดได้บ้าง หากรับได้แล้วต้องประกาศให้ชัดเจนว่า จะดำเนินการให้ข้อเรียกร้องดังกล่าว เกิดขึ้นได้เมื่อใด
แม้ในสภาผู้แทนราษฎร จะมีทั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
รวมทั้ง กมธ.วิสามัญรับฟังความเห็นนิสิตนักศึกษา แต่กลุ่มเยาวชนฯ ไม่ได้มองแบบโลกสวย ต่างเข้าใจตรงกันว่ากลไกต่างๆ ที่สภาตั้งขึ้นมา
ทั้งหลาย ทั้งปวง แปลความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก การซื้อเวลา ที่รัฐบาลและผู้มีอำนาจ มักให้เหตุผลว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่สภาจะต้องไปดำเนินการ
แน่นอนกลุ่มเยาวชนฯ ก็รู้ทันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ส่งสัญญาณไฟเขียว ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเปิดประตูร่วมกันแก้ไข
โอกาสที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับค่ายกลเจ็ดดาว คงจะจอดป้ายตั้งแต่ยกแรก เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามขั้นตอนในมาตรา 255 และมาตรา 256
กำหนดเงื่อนไขไว้ชนิดที่ว่า หากฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถ้าไม่เห็นด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คงต้องรูดม่าน
ข้อเรียกร้อง 1 ใน 3 ข้อของกลุ่มเยาวชนฯ จะสำเร็จหรือไม่ คงอยู่ที่ผู้มีอำนาจว่าต้องฟังให้ได้ยิน ไม่ใช่ฟังแล้วมุ้งมิ้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จตุรงค์ ปทุมานนท์

