เดินหน้าชน : ต้องฟังแบบไม่มุ้งมิ้ง : โดย จตุรงค์ ปทุมานนท์

30.07.20 | 14:03 น.

สถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ถือเป็นปรากฏการณ์ของ แฟลชม็อบŽ ภาค 2 ที่จุดติดไปเป็นที่เรียบร้อย หลังต้องพักเบรกไปในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เพราะการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายเยาวชน เริ่มขยายวงกว้างออกไปแทบทุกจังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศ กับ 3 ข้อเรียกร้องที่ชัดเจนต่อรัฐบาล

คือ 1.หยุดคุกคามผู้ชุมนุม ผู้เห็นต่างทางการเมือง และไม่ดำเนินคดีกับประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ โดยการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เข้ามาทำหน้าที่ และ 3.ต้องยุบสภา แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่

Advertisement

การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก รัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งฝ่ายความมั่นคง

ไม่ควรจะดูเบา หรือมองการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนฯว่าเป็นแค่ ม็อบมุ้งมิ้งŽ เหมือนที่ พ.อ.หญิงนุสรา วรภัทราทร อดีตรองโฆษกกองทัพบก แสดงความคิดเห็นไว้

เพราะหลายเหตุและปัจจัยที่เกิดขึ้นทางการเมือง ตั้งแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จวบจนถึงรัฐบาลเลือกตั้งที่มีนายกฯคนเดียวกัน คือ พล.อ.ประยุทธ์

ที่ชูธง ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งŽ สร้างการเมืองใหม่ มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หลากชุด หลายด้าน แต่สุดท้ายก็จับต้องผลงานการปฏิรูปแทบไม่ได้

ที่ได้มาก็คือ รัฐธรรมนูญ 2560 รัฐธรรมนูญฉบับที่รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ดีไซน์มาเพื่อพวกเราŽ ดีไซน์ออกมาจนทำให้หลายฝ่ายต้องเรียกร้องให้แก้ไข

เช่นเดียวกับข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนฯ ข้อ 2 ที่รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องฟังให้ได้ยิน และต้องแสดงความจริงใจว่าฟังแล้วจะนำไปสู่การปฏิบัติ

ใน 3 ข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนฯ ว่าจะรับข้อเสนอ ในข้อใดได้บ้าง หากรับได้แล้วต้องประกาศให้ชัดเจนว่า จะดำเนินการให้ข้อเรียกร้องดังกล่าว เกิดขึ้นได้เมื่อใด

แม้ในสภาผู้แทนราษฎร จะมีทั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

รวมทั้ง กมธ.วิสามัญรับฟังความเห็นนิสิตนักศึกษา แต่กลุ่มเยาวชนฯ ไม่ได้มองแบบโลกสวย ต่างเข้าใจตรงกันว่ากลไกต่างๆ ที่สภาตั้งขึ้นมา

ทั้งหลาย ทั้งปวง แปลความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก การซื้อเวลาŽ ที่รัฐบาลและผู้มีอำนาจ มักให้เหตุผลว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่สภาจะต้องไปดำเนินการ

แน่นอนกลุ่มเยาวชนฯ ก็รู้ทันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ส่งสัญญาณไฟเขียว ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเปิดประตูร่วมกันแก้ไข

โอกาสที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับค่ายกลเจ็ดดาว คงจะจอดป้ายตั้งแต่ยกแรก เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามขั้นตอนในมาตรา 255 และมาตรา 256

กำหนดเงื่อนไขไว้ชนิดที่ว่า หากฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถ้าไม่เห็นด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คงต้องรูดม่าน

ข้อเรียกร้อง 1 ใน 3 ข้อของกลุ่มเยาวชนฯ จะสำเร็จหรือไม่ คงอยู่ที่ผู้มีอำนาจว่าต้องฟังให้ได้ยิน ไม่ใช่ฟังแล้วมุ้งมิ้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จตุรงค์ ปทุมานนท์