เปิดใจคุณสงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย ผู้ก่อตั้งโครงการทุนการศึกษาชาร์ปกรุงไทยการไฟฟ้า ทุนการศึกษาเด็กไทย ที่ไม่เคยมีข้อผูกมัดใดๆ นอกจากการให้เยาวชนเป็นเด็กดีและตอบแทนสังคม

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นที่มนุษย์ทุกคนพึงมี เนื่องจากเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาหลายๆ ประการ เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทางสังคม ปัญหาด้านอาชญากรรม เป็นต้น

อย่างไรก็ดีจากการสำรวจข้อมูลสถานการณ์การศึกษาไทย ปีการศึกษา 2562 โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่านักเรียนไทย 7.3 ล้านราย เกินครึ่งเข้าเกณฑ์กลุ่มเปราะบาง ยากจน-ด้อยโอกาส-พิการ 

โดยรายได้ของครอบครัวของกลุ่มนักเรียนยากจนเฉลี่ย 1,268 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้มีเยาวชนจำนวนไม่น้อยต้องออกจากการเรียนกลางคัน เนื่องจากครอบครัวไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาได้

ทำให้พบว่าความยากจนคือปัญหาที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศ  เช่นเดียวกับ “คุณน้อย สงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย ประธานคณะดำเนินงานผู้ก่อตั้งโครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ที่ ให้ทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้มากว่า 19 ปี

Advertisement

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ชาร์ปกรุงไทยการไฟฟ้าดำเนินกิจกรรมให้ทุนการศึกษา

เดิมทีเราช่วยเหลือสังคมผ่านการสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อสาธารณประโยชน์ และผ่านการบริจาคสิ่งของแก่ผู้ยากไร้ จนถึงปี 2544 จากการที่ตนเองได้มีโอกาสทำงานด้านการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กที่ชุมชนคลองเตย ซึ่งประสบความสำเร็จดี เด็กสามารถมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ครอบครัวฟัง  “คุณศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย” (กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด และประธาน โครงการทุนการศึกษาฯ ) ซึ่งเป็นสามี ทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจ กลายเป็นแนวคิด และนโยบายในการทำงานด้านสังคมของบริษัทฯ และได้จัดตั้งโครงการทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ขึ้นมา โดยเมื่อเริ่มโครงการเราตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 ทุนการศึกษา 

มีหลักการในการบริหารโครงการทุนการศึกษาฯ อย่างไร

เราสรุปองค์ความรู้จากแนวทางการให้ทุนเด็กที่ชุมชนคลองเตยว่าอะไรเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ซึ่งเราพบว่าปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กต้องหยุดเรียนกลางคันมี 2 ประการ คือ อันดับแรกผู้ปกครองยากจน รองลงมา คือ การที่พ่อแม่ไม่มีความรู้เพียงพอนำเด็กมาช่วยทำงานตั้งแต่ยังไม่จบการศึกษา

พอสรุปความรู้ทั้งหมดแล้วจึงนำไปเขียนแผนงานของโครงการทุนการศึกษาฯ ขึ้นมา เน้นที่กระบวนการสร้างคนให้ครบกระบวนการ ตั้งแต่ค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียนต่างๆ รวมถึงค่าที่พักในกรณีที่เด็กต้องย้ายสถาบันการศึกษา เริ่มตั้งแต่ ม.1 ไปจนจบสาขาที่เขาประกอบอาชีพได้ ไม่ว่าจะสาขาอาชีวศึกษา อุดมศึกษา หรือปริญญาตรี

“คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา” กรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาฯ

ใครคือนักเรียนทุนกลุ่มแรก

สำหรับนักเรียนทุนกลุ่มแรก เราได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงศึกษาฯ โดย “คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา” หนึ่งในกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาฯ ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นเลขาธิการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ช่วยคัดเลือกเด็กทั้งหมด 1,080 คน จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งนักเรียนที่จะได้รับทุนนั้นมีเงื่อนไขเพียง 3 ข้อ ได้แก่ 1.เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนหนังสือ 2.มีพฤติกรรมดี ซึ่งครูเป็นผู้ให้ความเห็น) และ 3.เป็นเด็กยากจน 

โดยที่เราไม่มีเงื่อนไขว่าเมื่อเด็กจบการศึกษาแล้วต้องใช้ทุนเราหรือต้องมาทำงานกับชาร์ปกรุงไทย การไฟฟ้า ทุนของเราเป็นทุนให้เปล่า เป็นการให้โอกาสแก่เด็กที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง

ทำไมคุณสงวนศรีถึงต้องพบเด็กทุกคนด้วยตัวเอง แม้จะอยู่ต่างจังหวัดและในพื้นที่ทุรกันดาร 

เพราะเรามีความตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้นในการทำงาน ในภารกิจที่สำคัญ  คือ การที่เราต้องพบผู้ปกครองของเด็กทั้ง 1,000 คน จากทั้งหมด 76 จังหวัด เพื่อที่จะอธิบายรายละเอียด วัตถุประสงค์  นโยบายและความตั้งใจของเรา ที่จะช่วยเหลือลูกหลานของเขา ที่สำคัญที่สุด คือ คำมั่นสัญญาว่า “เราจะไม่ทิ้งเขา” และ “เขาก็จะไม่ทิ้งเรา” ทั้งผู้ปกครอง โครงการทุนการศึกษาฯ และโรงเรียน ต้องมีความเข้าใจตรงกันเพื่อส่งเสริมให้เด็กสำเร็จการศึกษาสูงที่สุดเท่าที่เขาต้องการ

นอกจากได้รับทุนการศึกษา เด็กๆ ยังได้พัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมต่างๆ ทุกปี

ในทุกปี เราจะเติมเต็มศักยภาพนักเรียนทุน ด้วยกิจกรรม ที่เราเรียกว่า ค่ายอบรมจริยธรรม ซึ่งแต่เดิมจะเน้นการปฏิบัติด้านธรรมะและสอนศีลธรรม แต่เมื่อสังคมได้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความรู้เท่าทัน เราจึงเพิ่มเติมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านวิชาการ ทักษะที่เด็กๆจะได้เรียนรู้ และค้นพบตัวเอง เพื่อที่จะตัดสินใจในเส้นทางการเรียน และเสริมทักษะด้านจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการทัศนศึกษา และการรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รู้จักคิด แยกแยะและวิเคราะห์  ผ่านกระบวนการที่เราสร้างขึ้น ด้วยทีมวิทยากรเฉพาะด้าน  

แต่ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เรายังคงเน้นและคงอยู่ คือการปลูกฝังเยาวชนด้านศีลธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ และความกตัญญู ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ของเด็กทุนเรา   

เป็นผู้รับฟังความเห็นเด็กๆด้วยตัวเองเสมอ 

ในกิจกรรมที่เราจัดขึ้น จะมีช่วงกิจกรรมที่แสดงถึงความกตัญญูระหว่างผู้ให้ทุนกับผู้รับทุน เด็กๆ ที่มาค่ายก็อยากจะเล่าเรื่อง อยากพูดคุยชีวิตของเขา บอกเล่า ไถ่ถาม ซึ่งเราจะเจอกับพวกเขาปีละครั้ง เราจึงไม่ได้รู้สึกเหนื่อยที่จะนั่งฟังเขา เพราะเป็นโอกาสที่เราจะได้ใกล้ชิดกับเขา แนะนำเขา สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเขา 

ในอนาคตจะผลิตงานวิจัยโครงการทุนการศึกษาฯ เพื่อเป็นองค์ความรู้ด้านการพัฒนาคน ให้กับประเทศ 

เราได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อที่จะจัดทำงานวิจัย โครงการทุนการศึกษาฯ ที่ได้ดำเนินมาเข้าปีที่ 19 แล้ว ซึ่งความมุ่งหวังที่เราต้องการทำงานวิจัยชิ้นนี้ เพื่อที่จะเป็นคำตอบในหลายมิติด้วยกัน ทั้งมิติของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ   ได้แก่ การสะท้อนด้านอาชีพ รายได้ในภาพรวมของเศรษฐกิจที่มีต่อการพัฒนาคน มิติของสังคม ได้แก่ คุณค่าความเป็นมนุษย์ ทั้งด้านศีลธรรมและทัศนคติ และตอบในมิติด้านการศึกษาแบบองค์รวมของประเทศ ซึ่งขณะนี้ทีมวิจัยกำลังจัดทำเครื่องมือที่จะใช้วัดกับกลุ่มตัวอย่าง   และเตรียมที่จะประเมินวัดผลในรายละเอียดร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งครอบครัว ครูผู้สอน และผู้ประกอบการหรือผู้ใช้บัณฑิตที่ได้สัมผัสและใกล้ชิดกับนักเรียนทุนฯที่สำเร็จการศึกษา รวมทั้งวัดผลกับกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะเหมือนกันเพื่อเปรียบเทียบ ว่าผลที่เกิดจากตัวพวกเขาสะท้อนและตอบความสำคัญในประเด็นใดได้บ้าง”

ทางประธาน คณะดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาฯ ยังได้เปิดเผยอีกว่า ยินดีที่จะเปิดกว้างให้นำผลวิจัยให้กับทุกภาคส่วนไปใช้ประโยชน์  เพราะเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการ สร้างคน ที่เป็นกำลังหลักของประเทศมีผลในหลายมิติในการพัฒนาประเทศ ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ มิติทางการศึกษาและมิติทางสังคม    

นี่เป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนของ “คุณน้อย” บุคคลผู้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ มากว่าครึ่งชีวิตเพื่อช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้หลุดพ้นจากวงจรความยากจน โดยไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน แต่ต้องการปลูกฝังให้เยาวชนเหล่านี้  สามารถเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศให้มั่นคงและยั่งยืน สมกับโอกาสที่ตนเองได้รับ  ซึ่งปัจจุบัน นักเรียนทุนฯ ที่จบการศึกษาพันกว่าคนร้อยละแปดสิบเลือกที่จะทำอาชีพช่วยเหลือสังคมและพัฒนาบ้านเกิด อาทิ ครู บุคลากรทางการแพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักกีฬาทีมชาติ บุคลากรของรัฐ เกษตรกร ผู้นำชุมชน จิตอาสา และเจ้าหน้าที่ที่เสียสละปฏิบัติงานในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ   

ติดตามเรื่องราวของตัวอย่างเด็กไทยที่ประสบความสำเร็จและได้รับโอกาสจนสำเร็จการศึกษา สามารถมีอาชีพที่มั่นคง และกลายเป็นบุคคลต้นแบบในวิชาชีพต่างๆ ในแคมเปญ 19 ปี 19 พลังความดี ตอบแทนสังคม ของนักเรียนทุนชาร์ปกรุงไทยการไฟฟ้า    ได้ที่แฟนเพจ โครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด   https://www.facebook.com/ThaicityScholarship

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image