คนเราแม้เลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกเส้นทางชีวิตให้แก่ตนเองได้ แม้ในวันที่ชีวิตเหมือนจะหมดความหวัง ซึ่ง ‘หมอกอล์ฟ’ ชาลิสา นิตุธร รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี
จากชีวิตที่มีพร้อม จากชีวิตที่ไม่เคยรู้จักคำว่าขาดแคลน กระทั่งวันหนึ่งพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้จากไป ณ วันนั้นเอง ชีวิตของเธอจึงเปลี่ยนไปตลอดกาล
อย่าเพิ่งยอมแพ้ แม้ในวันที่ชีวิตไม่เหลืออะไร
“ตั้งแต่พ่อเสียชีวิตเหมือนสิ้นหวัง เพราะขาดเสาหลักของบ้าน ทำให้เรา 3 แม่ลูกลำบากมาก ทุกวันจะเห็นแม่แอบร้องไห้ เพราะไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาส่งเสียลูกๆ ให้จบการศึกษา”
‘หมอกอล์ฟ’ เล่าถึงความยากลำบากในวัยเด็ก
ตอนนั้นแม่ของ ‘หมอกอล์ฟ’ พยายามทำทุกวิถีทางให้ครอบครัวอิ่มท้อง แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดเพราะแม่ของเธอมีรายได้จากการรขายประกันเพียงอย่างเดียว

ทุนสร้างคน สร้างโอกาส
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีการศึกษา และความตั้งใจเรียน ทำให้ทางโรงเรียนสนับสนุนให้หมอกอล์ฟ เขียนเรียงความเพื่อขอทุนกรุงไทยการไฟฟ้า เพื่อที่จะได้โอกาสสร้างต้นทุนชีวิตด้วยการมีความรู้ให้สูงที่สุด และเมื่อได้รับทุน ก็ยิ่งทำให้ได้เรียนต่อและเปิดเส้นทางสู่การศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ส่วนสาเหตุเลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์ ‘หมอกอล์ฟ’ เล่าว่า
“ตอน ม. 1 ประสบอุบัติเหตุแขนหัก เราได้เห็นความตั้งใจของหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต่างพยายามช่วยรักษาอย่างเต็มที่ ทำให้เราประทับใจอาชีพนี้
ประกอบกับครั้งหนึ่งช่วงที่เราไปค่ายจริยธรรมกับโครงการทุนฯ ได้พบกับเจ้าของทุน ซึ่งท่านบอกว่า สิ่งที่ท่านทำ ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน หากพวกเราอยากตอบแทน ให้พวกเราทำความดีคืนกลับสู่สังคม ทำให้เราอยากช่วยคนอื่นแบบนี้บ้าง”

ทุกอาชีพมีคุณค่า ขอเพียงเป็นคนดีตอบแทนสังคม
ปัจจุบัน ‘หมอกอล์ฟ’ ชาลิสา เป็นแพทย์อายุรกรรม ประจำโรงพยาบาลเปาโล เกษตร กิจวัตรประจำวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น คือ การใช้ความรู้ทางการแพทย์รักษาผู้คน เธอทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถ สมกับโอกาสที่เธอเคยได้รับ
“หมอไม่เคยลืมคำสอนของผู้ให้ทุน และยึดมั่นเป็นหลักในการใช้ชีวิตเสมอมา ไม่ว่าจะเรื่องแนวทางในการใช้ชีวิต เรื่องการทำดี เรื่องการตอบแทนคุณแผ่นดิน
ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร เราก็สามารถทำหน้าที่ของเราให้ดี รู้จักที่จะช่วยเหลือคนรอบข้าง โดยเริ่มจากครอบครัวของเรา ขอแค่ทำให้ดีที่สุด ซึ่งหมอเชื่อว่าสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังความคิดนี้ เด็กนักเรียนทุนกรุงไทยการไฟฟ้าทุกคนก็คงคิดและรู้สึกคล้ายกัน คือ อยากเป็นเป็นผู้ให้ อยากเป็นผู้มอบโอกาสให้แก่คนที่ขาดแคลน เพราะว่าเรารู้ความรู้สึกของคนที่ได้เป็นผู้รับ”

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี โครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ‘หมอกอล์ฟ’ ได้ฝากถึงศิษย์เก่า โครงการทุนฯ และเยาวชนไทยทุกคนว่า ทุกอาชีพมีคุณค่าเท่าเทียมกัน ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกันถักทอสังคมขึ้นมา ทุกคนสามารถรวมพลังร่วมกันทำความดีได้โดยเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัว เพื่อส่งต่อสังคมที่ดีให้แก่เยาวชนรุ่นต่อไป
ติดตามเรื่องราวของตัวอย่างเด็กไทยที่ประสบความสำเร็จและได้รับโอกาสจนสำเร็จการศึกษา สามารถมีอาชีพที่มั่นคง และกลายเป็นบุคคลต้นแบบในวิชาชีพต่างๆ ในแคมเปญ 19 ปี 19 พลังความดี ตอบแทนสังคม ของนักเรียนทุนชาร์ปกรุงไทยการไฟฟ้า ได้ที่แฟนเพจ โครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด https://www.facebook.com/ThaicityScholarship

