ถอด 10 บทเรียน ไทยต้นแบบโลกและไม่มีหมอเสียชีวิตจากโควิดเลย โดย Greentea
จากวิกฤตไวรัสโคโรนา โควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ที่ตลอดหลายเดือนมานี้ผู้คนทั้งชาติได้ฝ่าฟันร่วมกันจนสามารถรอดพ้นสถานการณ์วิกฤตมาได้ แม้จะยังต้องจับตาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดกลับมาอีกครั้ง
ในห้วงวิกฤตครั้งนี้ได้สะท้อนให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของไทยต้องรับมือกับภาระที่ยิ่งใหญ่ ในฐานะ “ผู้เสี่ยงภัยแถวหน้า” ที่มีโอกาสติดเชื้อได้ทุกนาที ท่ามกลางสถานการณ์ทั่วโลกที่มีรายงานเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในต่างประเทศติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากพอๆ กับจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีรายงานเพิ่มมากขึ้น แต่สำหรับประเทศไทยได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าสามารถรับมือกับโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีจนเป็นกรณีศึกษาให้กับหลายประเทศในโลก
ในขณะที่หลายประเทศพบการสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ เช่น รัสเซีย พบบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตเพราะโควิดเกือบ 500 คน โดย Roszdravnadzor หน่วยงานเฝ้าระวังทางการแพทย์ของรัสเซีย เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ของรัสเซียเสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้ว 489 ราย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าบุคลากรเหล่านี้ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ด้านสมาคมการแพทย์อินโดนีเซีย (IDI) เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่าปัจจุบันแพทย์อินโดนีเซียเสียชีวิตจากโควิด-19 แล้วอย่างน้อยถึง 100 คน
สิ่งที่ทั่วโลกตั้งคำถามคือ ทำไมประเทศไทยจึงสามารถควบคุมการระบาดได้เป็นอย่างดี และทำไมประเทศไทยจนถึงวันนี้ยังไม่มีแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุขเสียชีวิตจากโควิด-19 เลยแม้แต่คนเดียว
เพื่อจะตอบคำถามนี้ เราต้องมองย้อนกลับไปพิจารณาตลอดเวลาหลายเดือนที่ประเทศไทยฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 จนสามารถถอดบทเรียน 10 ต้นแบบ จากประเทศไทยที่สามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1.ต้นแบบการบริหารเหตุการณ์
ด้วยการรายงานสถานการณ์เกาะติดและอัพเดตทุกวัน โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่จุดสำคัญคือได้บุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดมาเป็นผู้บริหารสถานการณ์เอง ทำให้คนไทยเชื่อมั่น และตื่นตัวกับสถานการณ์ พร้อมทั้งได้รับทราบข้อมูลและสถานการณ์ทุกวันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
2.ต้นแบบความเสียสละ
กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือ การปฏิบัติหน้าที่ของเหล่าแพทย์ เช่น แพทย์ ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ที่แม้จะเกิดการแพร่ระบาดแต่ไม่หยุดการผ่าตัด ยังคงจัดทีมแพทย์สลับหมุนเวียนเข้าผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตคนไข้ที่ต้องมีการผ่าตัดเร่งด่วน ตลอดช่วงการแพร่ระบาดของโควิด
3.ต้นแบบความแข็งแกร่งของสาธารณสุขชุมชน
เมื่อพบผู้สงสัยติดเชื้อหรือเข้าเกณฑ์ Patients under investigated หรือ PUI รวมถึงกลุ่ม Quarantine ที่อยู่นอกโรงพยาบาลหรือในชุมชน จะมีการจัดผู้ดูแลโดยใช้ระบบพยาบาลชุมชน พยาบาลชีวอนามัย และพยาบาลจิตเวช
4.ต้นแบบน้ำใจเอกชนไทย
การสนับสนุนอุปกรณ์สำคัญและเร่งด่วนทางการแพทย์โดยเอกชนไทย ทำให้แพทย์ไทยไม่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ การบริจาคหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์กว่า 8 ล้านชิ้น และการเร่งสร้างโรงงานหน้ากากเพื่อผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกบุคลากรทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนใน 5 สัปดาห์
5.ต้นแบบคนไข้ร่วมมือให้ข้อมูล
การให้ความร่วมมือของผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในการเปิดเผยประวัติการเดินทาง และความเสี่ยงต่างๆ ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อการรับมือและทำงานเชิงรุก ลดความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไป ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างมาก
6.ต้นแบบความมั่นคงด้านอาหาร
ในช่วงวิกฤตของการแพร่ระบาดที่ทั่วโลกมีการประกาศล็อกดาวน์จนบางประเทศเกิดผลกระทบขาดแคลนสินค้าอุปโภค บริโภค แต่ประเทศไทยไม่มีความกังวลด้านการกักตุนสินค้า โดยประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารการกิน และสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพได้ตลอดช่วงเวลาวิกฤต
7.ต้นแบบของการจัดการความรู้ (KM)
กระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารความร่วมมือของพยาบาลในภาวะวิกฤต COVID-19 ในแต่ละเขตสุขภาพเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางการทำงานต่างๆ ให้เกิดองคาพยพเดียวกัน
8.ต้นแบบการเตรียมการของบุคลากรทางการแพทย์
เป็นที่น่าศึกษาจากทั่วโลกถึงสถาบันบำราศนราดูร ที่มีอัตราติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์เป็นศูนย์ ทั้งที่มีผู้เข้ารับบริการหลายหมื่นคน อีกทั้งมีการวางระบบบริหารจัดการรับมือทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม เช่น ต้องคำนวณว่าใน 1 วัน ต้องมีการใช้อุปกรณ์อะไร และจำนวนเท่าไร ในการรับมือกับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษา กระทั่งเมื่อมีการระบาดต่อเนื่องทางสถาบันได้ปรับเปลี่ยนวางแผนจัดเตรียมอุปกรณ์ให้เพียงพอในการใช้งานนาน 3 เดือน
9.ต้นแบบความเข้มแข็งของแพทย์ในชนบท
โครงสร้าง อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่มีประสิทธิภาพของประเทศไทย พร้อมกับการมีแพทย์ในชุมชน 9,000 คน พยาบาล 40,000 คน กระจายอยู่ทุกจังหวัด เป็นโครงสร้างที่ช่วยลดความแออัดของผู้ป่วยในเขตเมือง
10.ต้นแบบนวัตกรรมห้องปลอดเชื้อความดันลบ
มีการคิดค้นและนำห้องปลอดเชื้อความดันลบมาใช้ในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ ไม่เพียงโรงพยาบาลในเมือง แต่ยังขยายสู่โรงพยาบาลห่างไกลในชนบท ซึ่งห้องปลอดเชื้อความดันลบจะช่วยดูดเชื้อโรค และทำหน้าที่กรองเชื้อก่อนที่จะนำผู้ป่วยออกไปห้องพักฟื้นต่อไป ซึ่งได้ความร่วมมือจากภาคเอกชนในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการผลิตโดยไม่คิดกำไร
ทั้ง 10 ข้อ คือบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสุดยอดของบุคลากรแพทย์ไทยที่ทั่วโลกให้การยอมรับ อย่างไรก็ดี สงครามโรคระบาดครั้งนี้ยังไม่จบ ยังคงต้องร่วมแรงร่วมใจกันต่อไป เพราะความมีวินัย และการ์ดไม่ตก จะทำให้ไทยรอด เพราะสถานการณ์ครั้งนี้จะเป็นเกมมาราธอนอย่างแน่นอน
Greentea

