สภาพUngovernabležสหรัฐ รัฐบาลสมัยหน้าจะแก้ปัญหาอย่างไร

12.11.20 | 13:33 น.

จวบจนคืนวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน (เวลาประเทศไทย) แม้การนับบัตรการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เหลือเพียง 6 รัฐที่ยังไม่เรียบร้อย แต่ค่อนข้างชัดเจนว่า โจ ไบเดน พรรคเดโมแครต มีคะแนนนำ โดนัลด์ ทรัมป์ โอกาสที่จะได้รับเลือกใกล้เข้ามาทุกขณะ

หากทรัมป์ต้องการชัยชนะ ก็ต้องเริ่มนับบัตรกันใหม่และฟ้องคดี

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาการเลือกตั้งมีการทุจริตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถนำหลักฐานมานำสืบได้ การจะเอาชนะทางกระบวนการยุติธรรมจึงกระทำมิได้

หากในที่สุดไบเดนชนะการเลือกตั้ง ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี การที่จะสะสางปัญหาความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในสมัยทรัมป์ ก็มิใช่เรื่องง่าย

ลำพังเรื่องการระบาดไวรัสโคโรนา ก็มีผู้ติดเชื้อรายวันนับแสนราย

Advertisement

ในความเป็นจริงไม่ว่าผู้ใดจะเป็นเจ้าของทำเนียบขาว การที่จะสกัดการระบาดของไวรัส ถือเป็นภาระที่หนักหน่วง กอปรกับเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สังคมอเมริกันแตกแยก ทัศนคติทางการเมืองแบ่งแยกเป็นสองขั้ว รัฐบาลสมัยหน้าจะมีความสามารถหรือไม่ในประการที่สร้างความสามัคคีปรองดองระหว่างคนอเมริกันเพื่อร่วมต่อต้านการระบาดของไวรัส ตลอดจนปัญหาการบริหาร

ล้วนเป็นประเด็นที่คนสนใจ

โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้แรกเริ่มที่ใช้สารสนเทศที่เรียกว่า การเมืองหลังความจริงŽ (Post-truth politics) ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy theory) คุณภาพการเมืองตกต่ำสุดเป็นประวัติกาล

อันการเมืองหลังความจริงนั้น หมายความว่า การทำงานการเมืองด้วยการพูดเท็จ ละเลยความจริง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การพูดจาพลิกพลิ้วชิวหา หุนหันพลันแล่น

ในที่สุด บรรลุผลการสร้างความเท็จให้เป็นจริง

ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ ใหญ่ที่รัฐบาลสมัยหน้าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยง

สภาพ UngovernableŽ สหรัฐ

ถือเป็นการทดสอบครั้งใหญ่สำหรับรัฐบาลสมัยหน้า

ตามเวลาประเทศไทยที่อ้างถึงข้างต้น โจ ไบเดนได้ 253 คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ได้ 214 โอกาสที่ไบเดนเข้านั่งทำเนียบขาวจึงค่อนข้างสูง

คะแนนทั้งสองคนทิ้งห่างไม่ถึง 1 จุด จึงยังไม่ตัดประเด็นร้องให้นับบัตรใหม่

กติกาการเลือกตั้งอนุญาตให้โดนัลด์ ทรัมป์ ร้องขอให้ทำการนับบัตรใหม่ได้

ย้อนมองอดีตปี 2000 เกิดความขัดแย้งประเด็นการนับบัตรที่รัฐฟลอริดา อัล กอร์Ž ผู้ท้าชิงพรรคเดโมแครตได้คะแนนน้อยกว่าประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เพียง 1 พันกว่าคะแนน หลังการนับบัตรอีกครั้ง อัล กอร์Ž ก็ไม่สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ได้

มีข่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากร้องขอให้ทำการนับบัตรอีกครั้ง และยังจะฟ้องคดี ตลอดจนประเด็นที่เขาเห็นว่าคะแนนที่โจ ไบเดน ได้มาโดยมิชอบ ก็ให้ตัดออกไป แล้วเพิ่มให้แก่ตน

คณะทำงานของทรัมป์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลที่รัฐจอร์เจีย มิชิแกน และเพนซิลเวเนีย โดยขออำนาจศาลให้ระงับการนับบัตรชั่วคราว ซึ่งกล่าวหาว่ามีการทุจริต อาทิ

1 หน่วยเลือกตั้งมีคะแนนเพิ่มขึ้นเกินแสนกะทันหันอย่างมีพิรุธ

1 ขัดขวางสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ทำหน้าที่ควบคุมการลงคะแนน

ล้วนปราศจากหลักฐานการทุจริตมาสนับสนุนข้อกล่าวหา

ส่วนศูนย์กลางการเลือกตั้งได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ น่าจะเกิดจากพฤติกรรมการเมืองหลังความจริง ทฤษฎีสมคบคิด ตลอดจนการ กล่าวหาว่าทุจริตของทรัมป์นั้น
ล้วนเป็นจินตนาการ

ทว่า กระบวนการยุติธรรมของศาลยึดถือข้อเท็จจริงเป็นหลัก

อัยการสหพันธรัฐนาม Caroline Polisi ชี้ว่า การที่คณะของโดนัลด์ ทรัมป์ ฟ้องร้องคดีต่อศาลที่ Swing states รวม 3 รัฐนั้น ล้วนปราศจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์Ž

ฉะนั้น หากทรัมป์ยังจะเตะถ่วงให้ยืดเยื้อต่อไป ก็มิอาจจะพลิกฟื้นสถานการณ์ได้

ท ว่า พฤติกรรมแห่งการเมืองหลังความจริงของทรัมป์ อันมีต่อผู้สนับสนุนที่ไม่กล้าเผชิญกับความเป็นจริงนั้น ได้ประโยชน์อย่างยิ่ง
ผู้ใช้สิทธิที่สนับสนุนทรัมป์ส่วนใหญ่ เพราะเชื่อข่าวลือสื่อออนไลน์ว่า มีการทุจริตหน้าหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งที่รัฐแอริโซนา จึงพร้อมกันพกปืนคุมเชิงอยู่ที่หน้าหน่วย

การกล่าวหาเลือกตั้งทุจริต เป็นการปลุกระดมที่ร้ายแรง ล่อแหลม และอ่อนไหวยิ่ง

ถัดจากวันเลือกตั้ง 1 วัน คะแนนของไบเดนและทรัมป์เป็นประเด็นที่คนสนใจมาก พร้อมๆ กับตัวเลขการติดเชื้อของไวรัสทำลายสถิติรายวัน 1 แสนรายต่อวันไปแล้ว

ดังนั้น ไม่ว่าผู้ใดคือประธานาธิบดีสมัยหน้า ก็ต้องทำการสกัดการระบาด

การเลือกตั้งครั้งนี้ ประเด็นไวรัสระบาดและเศรษฐกิจคือปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกตั้งผู้นำของผู้ใช้สิทธิ

คนส่วนใหญ่กังวลกับปัญหาโรคระบาด จึงได้ลงคะแนนทางไปรษณีย์ ถ้าในที่สุดทรัมป์แพ้ที่คะแนนส่งทางไปรษณีย์ ก็คือ แพ้ที่แก้ปัญหาไวรัสระบาดล้มเหลวสิ้นเชิง

มาตรการของทรัมป์คือ เศรษฐกิจมาก่อนการต้านโรคระบาด นอกจากนั่งรอวัคซีน ยังมองไม่เห็นมีวิธีอื่นใด ในขณะที่ไบเดนได้เสนอมาตรการอย่างเป็นระบบอันเกี่ยวกับการตรวจโรคและรักษาพยาบาล อีกทั้งยืนยันจะมีการร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก ประเทศจีนและประเทศอื่นทำการต่อต้านโรคระบาดไวรัส

ทว่า ปัจจุบันสังคมอเมริกันแตกแยก ถ้าให้ไบเดนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาจะมีความสามารถสร้างความสามัคคีในสังคมอเมริกันได้หรือไม่

ยังเป็นความกังวลของอเมริกันชน

นอกจากนี้ ปัญหาทัศนคติการเมืองแตกแยกเป็นสองขั้ว กรณีเสมือนน้ำแข็งหนาสามฟุตมิใช่หนาววันเดียว บวกกับพฤติกรรมของทรัมป์ ทำให้ปัญหารุนแรงยิ่งขึ้น

เวลา 4 ปีที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่ง สิ่งที่เหลือไว้คือ การเมืองหลังความจริง ตลอดจนสังคมอเมริกันแบ่งค่ายแยกขั้ว

ตั้งแต่เรื่องที่จัดการคนอพยพที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย เชิดชูคนผิวขาว ตลอดจนการต่อต้านโรคระบาดไวรัส ไม่มีเรื่องใดที่มิใช่เป็นการแบ่งแยกสังคมอเมริกัน

ทรัมป์ไม่ให้ความสนใจแก่การระบาด โดยปัดความผิดไปให้แก่ประเทศจีน ไม่ส่งเสริมให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยอย่างจริงจัง ประกาศต่อต้านหลักการวิทยาศาสตร์

อย่างไรก็ตาม การทำประชานิยมฝ่ายขวานั้น ทางการเมืองได้ผลดียิ่ง ผู้สนับสนุนทรัมป์จึงไม่เชื่อหน้ากากอนามัย ไม่เชื่อผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อนาม Anthony Fauci เชื่อเพียงอย่างเดียวคือ
โดนัลด์ ทรัมป์ กอบกู้ประเทศ

คนอเมริกันส่วนใหญ่ยอมเปลี่ยนประธานาธิบดีก็เพราะอยากมีอนาคตที่ดีกว่า

ทว่า ผู้ใช้สิทธิที่เชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยังมีอย่างล้นหลาม

การเลือกตั้งสมัยนี้ โจ ไบเดน ได้คะแนนได้ 72 ล้าน ถือเป็นจำนวนสูงสุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน

ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ 68 ล้าน ถ้าหากแพ้เลือกตั้งก็ถือว่าเป็นผู้พ่ายแพ้ที่มีคะแนนมากที่สุด ซึ่งคะแนนที่ได้เพียงรองจากปี 2008 ของโอบามาที่ชนะเลือกตั้ง

ถ้าหากโจ ไบเดน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ก็ต้องรีบแก้ปัญหาที่รออยู่ข้างหน้าคือ โรคระบาด ทว่าสังคมแตกแยกแบ่งค่ายแยกขั้ว ถ้าผู้สนับ
สนุนทรัมป์ไม่ให้ความร่วมมือ

ความสำเร็จก็เกิดขึ้นยาก

ฉะนั้น งานด่วนสำหรับประธานาธิบดีสมัยหน้าคือ แก้ไขปัญหาสังคมที่แตกแยก สร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง หากมิฉะนั้น สภาพ UngovernableŽ ของประเทศ ก็ยังดำรงคงอยู่

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช