หน้าแรก เด่นวันนี้ ความสำเร็จกว่...

ความสำเร็จกว่า 1 ทศวรรษ โครงการ “หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” เต็ดตรา แพ้ค สานต่อภารกิจเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

22.12.20 | 10:00 น.

บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเสนอโซลูชั่นการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก จับมือพันธมิตรทั้ง 6 ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปี โครงการ “หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” ต่อยอดความสำเร็จในการดำเนินการจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วประมาณ 254 ล้านกล่อง หรือกว่า 2,545 ตัน ซึ่งได้นำมารีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคา ส่งมอบไปให้ชุมชนที่ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศไปแล้วกว่า 66,700 แผ่น  ในกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้สโลแกน “รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มวันนี้ คืนสิ่งดีๆ สู่สังคมและสิ่งแวดล้อม” ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจแบบ “Low carbon Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำ” ที่นำเอาทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจนครบวงจร เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 15.00 น. ณ ห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก 

นายปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด “กล่าวว่า พันธมิตรหลักของโครงการฯ มีด้วยกันทั้งหมด 6 ราย ที่มีบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานในแต่ละส่วน นำโดย เต็ดตรา แพ้ค ที่เป็นผู้ริเริ่มและดำเนินโครงการฯ รณรงค์ให้ความรู้และประชาสัมพันธ์โครงการในสื่อต่างๆ รวมทั้งทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายชุมชนของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)  ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นผู้รับมอบแผ่นหลังคา ผ่านไปให้กับผู้ประสบภัย สำหรับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) รับเป็นจุดหลักในการรวบรวมกล่องเครื่องดื่มจากผู้บริโภคทั่วประเทศ และนำมาเก็บไว้ที่ศูนย์เก็บและจัดส่งสินค้าที่วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้น ศูนย์รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม โดย บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้สนับสนุนโครงการ เข้ามาจัดเก็บและนำกล่องทั้งหมดที่รวบรวมได้ไปรีไซเคิลและผลิตเป็น “แผ่นหลังคา” ที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีรายการทีวี 360 องศา ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการในเครือข่ายสถานีรักษ์โลก และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยสนับสนุนและประชาสัมพันธ์และรับข้อมูลข่าวสารและสื่อสารออกไปถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานต่อไปได้”

ด้านนายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หนึ่งในพันธมิตรที่มีส่วนร่วมในโครงการฯ กล่าวว่า “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เรามีภารกิจหลักด้วยกัน 3 ด้าน ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟู ปัญหาขยะเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดอุทกภัยเนื่องจากมีขยะอุดตันท่อระบายน้ำ ทำให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร โครงการอาสาหลังคาเขียวเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยลดปัญหาขยะที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุทกภัยในบางพื้นที่ หลังคาที่เป็นผลผลิตของโครงการฯ สามารถนำมาช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวได้จริง และเป็นหนึ่งในภารกิจของมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุทกภัยและผู้ที่ขาดแคลน อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในตัว”

Advertisement

โครงการฯ มีพันธมิตรอีกภาคส่วนสำคัญที่เรียกว่า “อาสาหลังคาเขียว” มากกว่าหลายพันคน อาสาหลังคาเขียวมีทั้งภาคส่วนที่เป็นภาคธุรกิจ ประชาชนทั่วไป และแบรนด์ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นลูกค้าของเต็ดตรา แพ้ค โดยแบ่งเป็น 3 แบบได้แก่ 1) อาสาเก็บกล่อง ผู้จัดเก็บกล่องเครื่องดื่มตามจุดต่างๆ และนำไปส่งที่จุดรับบริจาค 2) อาสาตั้งกล่อง ผู้ดูแลจุดรับบริจาคในสถานที่ต่างๆ เช่น ในออฟฟิศ คอนโด หมู่บ้าน หรือโรงเรียน  3) อาสาเครือข่าย ช่วยรับกล่องจากพื้นที่ต่างๆ มาส่งให้ที่จุดรับกล่องที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์กว่า 150 สาขา ทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมให้กับศูนย์รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ แปรรูปเป็นหลังคาต่อไป

หลังจากได้รับกล่องเครื่องดื่มที่ทำการแกะล้างเก็บหรือพับเล็กมาเป็นอย่างดีแล้ว จากนั้นจะนำกล่องเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  โดยการนำเอาพลาสติกและอลูมิเนียมฟอยล์ ที่ได้จากกระบวนการแยกเยื่อกระดาษออกจากกล่องเครื่องดื่มไปอบแห้ง ตัดย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปโรยบนแผ่นเหล็กเพื่อขึ้นรูปขนาด 240 เซนติเมตร ประกบทับด้วยแผ่นพลาสติกพีอีที (PET) แผ่นบาง นำเข้าเครื่องอัดร้อนที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เพื่อหลอมพลาสติกและฟอยล์ให้ติดแน่นเป็นแผ่น จากนั้นนำแผ่นไปวางบนแท่นขึ้นลอนหลังคา ก่อนจะนำไปตัดขอบ ทิ้งให้เย็น ก็นำไปมอบให้กับผู้ที่ประสบภัยพิบัติหรือขาดแคลนได้ทันที

หลังคาเขียวที่ผลิตจากกล่องเครื่องดื่มดีอย่างไร?

สำหรับประสิทธิภาพของหลังคาที่ผลิตจากกล่องเครื่องดื่มนั้น นายปฏิญญา ชี้แจงว่า ข้อดีตัวหลังคามีส่วนประกอบของอลูมิเนียมซึ่งสามารถกันความร้อนได้มากกว่าหลังคาปกติ ที่สำคัญคือมีความทนทาน ดูดซับเสียง ยืดหยุ่นสูง และไม่ซึมซับน้ำ แต่มีข้อสังเกตคือลวดลายหลังคาอาจไม่เหมือนกันทุกแผ่น เนื่องจากผลิตจากวัสดุรีไซเคิลซึ่งไม่สามารถควบคุมเรื่องของลวดลายได้ ประการที่สองคือ หากใช้ไปถึงช่วง 10 ปี ลอนหลังคาอาจจะคลายลง แต่นั่นสามารถที่จะนำมาขึ้นรูปใหม่และใช้งานได้ตามปกติโดยยังคงประสิทธิภาพที่ดีไว้ได้

มุ่งสู่การดำเนินธุรกิจแบบ “Low Carbon Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำ”

การรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มจะช่วยลดปริมาณขยะ และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาหรือฝังกลบอันเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน ยิ่งประชาชนทั่วไปมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มมากขึ้น ก็จะทำให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เกิดการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ ลดโลกร้อนได้มากขึ้น 

“การดำเนินงานของเต็ดตรา แพ้ค สอดคล้องกับคำขวัญของบริษัทที่ว่า “PROTECTS WHAT’S GOOD หรือ ปกป้อง ทุกคุณค่า” สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจซึ่งให้ความสำคัญกับ 3 ส่วน ด้วยกัน  คือ 1) Food ปกป้องอาหาร สร้างความปลอดภัยในอาหาร นวัตกรรมชั้นนำด้านกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เพื่อให้อาหารปลอดภัยและพร้อมสำหรับการบริโภคในทุกๆ ที่  2) People ปกป้องผู้คน สนับสนุนและให้โอกาสกับพนักงานของเราทั้งหมดทั่วโลก รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้การสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ที่เราดำเนินงานอยู่ 3) Planet ปกป้องโลก ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร่วมงานกับลูกค้า และสร้างเครือข่ายพันธมิตรในอุตสาหกรรมและองค์กรต่างๆ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีร่วมกัน”

นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงานมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ กิจกรรมเวิร์กช้อป และเรียนรู้วิธีการพับ จัดเก็บกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องเพื่อสะดวกต่อการนำส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล 

เวิร์กช้อปทำสมุดบันทึกโดยฝีมือของอาสาหลังคาเขียวจากนักเรียนโรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ ที่ทางโรงเรียนฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำกิจกรรมจิตอาสาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงปลูกฝังกิจกรรมเพื่อสังคมแก่เด็กนักเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย อีกประการหนึ่งคือเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กนักเรียนเพื่อพัฒนาการที่ดีสมวัย

มร.เบิร์ท ยาน โพสท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวทิ้งท้ายว่า “ด้วยความร่วมมือของทุกๆ ภาคส่วนจึงทำให้โครงการฯ ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้มีจิตอาสาร่วมโครงการฯ หลายพันคน ตัวเลขจำนวนบริจาคกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเพิ่มขึ้นทุกปี จึงทำให้ดำเนินงานมาจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลากว่า 10 ปีเต็ม และเชื่อว่าบริษัทฯ ยังสามารถดำเนินโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติหรือขาดแคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต”

อย่างไรก็ตาม เต็ดตรา แพ้ค อยากขอเรียนเชิญทุกท่านที่มีความมุ่งมั่นอยากจะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของโลกให้ดีขึ้น เข้าร่วมกับโครงการ “หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” ผ่านการบริจาคกล่องเครื่องดื่มได้ ณ จุดรับกล่องของโครงการฯ ที่ติดตั้งไว้ภายในบริเวณห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กว่า 150 สาขาทั่วประเทศ หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการฯ ได้ที่ www.greenroof.in.th หรือ www.facebook.com/thaigreenroof หรือโทร. 02-747-8881