“บรรยง” นำภาพเหมือน มอบภรรยา “ฐากูร บุนปาน” พร้อมเขียนโคลงอาลัย 

16.01.21 | 14:15 น.

“บรรยง” นำภาพเหมือน มอบภรรยา “ฐากูร บุนปาน” พร้อมเขียนโคลงอาลัย 

วันนี้ (16 ม.ค.) นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ได้โพสต์เปิดเผยว่า ได้นำภาพวาดเหมือนของ นายฐากูร บุนปาน รองประธานบมจ.มติชน มามอบให้ภรรยานายฐากูร พร้อมข้อความโดยระบุว่า


“นำรูปวาดฝีมือสุรกิจ ธรรมาสถิตย์ไปมอบให้ภรรยาโต้ง”

อีกทั้งยังแต่งกลอน “อาลัยโต้ง”

Advertisement

“ฐา – นันดรสี่เอื้อ กอบกิจ
กูร – เกื้อแก่ปวงมิตร ใหญ่กว้าง
บุน – แผ่ในลิขิต คำกวี คมความ
ปาน – ตะเกียงส่องสล้าง สว่างทั่ว สื่อสยาม”

ก่อนหน้านี้ นายบรรยง ได้โพสต์ข้อความอาลัย ระบุว่า อาลัยฐากูร บุนปาน น้องชายที่น่านับถือ

“ผมรู้จักโต้งมาตั้งแต่เขายังเป็นนักข่าวหนุ่มน้อยไฟแรง เมื่อกว่าสามสิบห้าปีก่อน เพราะผมได้รับมอบหมายให้ก่อร่างสร้างฝ่ายและธุรกิจ Investment Banking(วานิชธนกิจ)ของบงล.ภัทรธนกิจในปี2529 ขณะที่โต้งที่ถึงจะจบรัฐศาสตร์แต่ได้รับมอบหมายให้ทำข่าวการเงินและเศรษฐกิจให้กับประชาชาติ

ด้วยความที่เป็นผู้ใฝ่รู้และรับผิดชอบของโต้ง ทำให้โต้งมีแหล่งข่าวที่กว้างขวางมาก โต้งรู้จักคุ้นเคยกับนักการเมือง ข้าราชการและนักธุรกิจที่สำคัญแทบทุกคนในประเทศไทย เขาจะตระเวนไปพบปะพูดคุยกับผู้คนในวงการอย่างทั่วถ้วนสมทำเสมอ มีผลงานข่าวเศรษฐกิจที่โดดเด่น เรียกได้ว่าเป็นนักข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้นก็ว่าได้

การได้รู้จักคุ้นเคยกับโต้ง นอกจากจะเป็นปมเขื่องสำหรับนักการเงินตัวเล็กๆอย่างผมในเวลานั้นแล้ว ยังสร้างประโยชน์ให้กับผมเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะได้รู้ถึงข่าวสารความเคลื่อนไหวในวงการ(เท่าที่เขาจะเล่าให้ฟังได้โดยไม่ผิดหลักการ…เพราะถ้าเรื่องอะไรเขาบอกว่าบอกไม่ได้ ผมก็จะไม่เซ้าซี้) ยังทำให้เข้าใจถึงโครงสร้างและโครงข่ายความสัมพันธ์ของเศรษฐกิจและธุรกิจไทย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยทีเดียว ในระบบทุนนิยมพรรคพวกของไทย

ประโยชน์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ได้จากความสนิทสนมกับโต้ง ก็คือ ถ้าใครรู้จักโต้งวัยหนุ่ม จะจำได้ว่าเจอโต้งที่ไหนก็ต้องเห็นเขามีนิตยสาร”ดิอีโคโนมิสต์”ติดตัวอยู่ตลอด ผมยังเคยแซวโต้งเลยว่า”เอ็งถือไว้เป็นพร็อพให้ดูเท่เหรอวะ” ซึ่งโต้งก็บอกว่า”เปล่าพี่ ผมอ่านจริงๆ มันเป็นนิตยสารที่ดีที่สุดในโลก อ่านแล้วเปิดโลกทัศน์ เล่มเดียวพอ รู้ทุกอย่างในโลก” ซึ่งนั่นก็เลยทำให้ผมเป็นสมาชิกนิตยสารนี้ไปด้วย เปิดโลกมหาศาล ผมยังเคยพูดเล่นกับโต้งเลยว่าน่าจะบังคับในรัฐธรรมนูญให้นายกทุกคนต้องอ่านดิอีโคโนมิสต์ (ถ้าจำไม่ผิด โต้งเล่าว่าคุณธารินทร์ นิมมานเหมินทร์เป็นคนแนะนำให้โต้งอ่าน)

โต้งเป็นมิตรที่ดียิ่งกับผมมาตลอด ถึงแม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง ถึงกับเคยต้องโต้เถียงกันก็มี แต่ต่างก็เคารพในจุดยืนในความแตกต่าง และเชื่อมั่นในเจตนาที่ดีของอีกฝ่ายตลอดมา

เหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อ บริษัท GMM GRAMMYที่ผมเป็นกรรมการอยู่ได้พยายามเข้าครอบงำกิจการของเครือมติชนอย่างไม่เป็นมิตร(ด้วยความเข้าใจผิด) แล้วเกิดเหตุวิวาทกันใหญ่โต ผมถูกขอให้เป็นคนกลางจัดให้มีการเจรจาที่ห้องทำงานผม โดยโต้งเป็นตัวแทนของเครือมติชน และมีคุณถั่ว สุเมธ ดำรงชัยธรรม CFOของแกรมมี่เป็นตัวแทนอีกฝ่าย ซึ่งเหตุการณ์ก็จบลงด้วยดี แกรมมี่ยอมถอยลดสัดส่วนการถือหุ้นลง เป็นมิตรกันเหมือนเดิม

ตอนต้นปี 2562 ผมป่วยหนักนอนอยู่โรงพยาบาลเดือนครึ่ง โต้งโทรเข้ามาเยี่ยม แล้วบอกว่า”ผมก็ป่วยเหมือนกัน เจอมะเร็งในหลอดอาหาร กำลังให้คีโมอยู่ คงต้องเยี่ยมทางโทรศัพท์นะพี่” หลังจากนั้นทราบว่าโต้งดีขึ้น มาทำงานได้ ผมเลยนัดทานข้าวกันครั้งหนึ่งพูดคุยถึงเรื่องเก่ากัน

โต้งเป็นกวีที่คมคายมาก เขียนโคลงกลอนได้อย่างเฉียบคม ใช้คำได้ดีมากๆ ได้เคยเขียน ให้ผมถึงสองครั้ง เมื่อคราวแซยิดและปีใหม่ครั้งหนึ่ง”