เหยี่ยวถลาลม : ไม่น่ารอด
หนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 จากสำนักงานอัยการจังหวัดแม่สอด ที่ลงนามโดย นายธานินทร์ ประดิษฐ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการ ภาค 6 “รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดแม่สอด” ที่มีถึง “ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6” นับว่า “ไม่ไว้ไมตรี”
กำชับให้ ผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมให้โดยด่วน ภายในวันที่ 18 กุมภาพันธ์
ให้เวลาเพียง 3 วันเท่านั้น
สำนวนสอบสวนคดีที่ นายฐปนันทน์หรือหนู หรือเฉิน ธรรมรัตน์ธาดา กับนางสาวหลิน ชาล์ สมคบกันค้ายาเสพติดนั้น พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือ “ลับ” ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 “ให้สอบสวนเพิ่มเติม”
ยังมีพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมไว้ แต่ยังไม่นำเข้ารวมในสำนวนสอบสวนที่ส่งให้พนักงานอัยการ
เรื่องเริ่มจาก “คดีขนยาไอซ์พันล้าน” น้ำหนัก 1,500 กิโลกรัม ที่ถูกจับได้เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ที่ด่านตรวจห้วยยะอุ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งในปีถัดมาจับกุมตัวนายเกิดชนะ มินา ผู้ต้องหาสำคัญได้อีกคน
การสอบสวนนายเกิดชนะทำให้เห็นเครือข่ายกว้างขวางและตัวละครที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นมากมายที่อยู่ภายใต้ “เฮียหนู” หรือ “เฉิน” นักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่
การสอบสวนนายเกิดชนะทำให้เห็น “เส้นทางการเงิน” รวมทั้งการจ่ายเงินซื้อตำรวจบางนายในภาค 6 จ่ายเงินซื้อภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกหลักฐานทางคดี ซื้อ DNA ของผู้เกี่ยวข้องคดีที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
“อัยการ” โฟกัสไปที่คำให้การของนายเกิดชนะ ถึงจะอ้างว่าเป็นคำคนคำโจร แต่เมื่อมีชื่อ “นายตำรวจใหญ่” เกี่ยวข้องพัวพัน วิสัยตำรวจที่สืบสวนสอบสวนก็ต้องสางจนสิ้นสงสัย
หนังสือด่วนที่สุดจากอัยการจึงว่า
“ให้ท่าน (ผบช.ภ.6) จัดการดังต่อไปนี้”
ให้จัดส่งคำให้การนายเกิดชนะ มินา ที่ให้การว่า 1….2….3…..4…..5…..6…..
ที่จริง “ตำรวจภาค 6” ก็สอบสวนได้ความแล้ว
แต่ทำไม “ไม่ขยายผล” ไม่นำข้อมูลเข้าสู่สำนวนส่งให้พนักงานอัยการ
ตัดรายชื่อบุคคลและรูปภาพที่อาจเป็นหลักฐานเชื่อมโยงในคดีทิ้งไปทำไมกัน
ถ้าจะต่อสู้กับขบวนการค้ายาเสพติดต้องไม่มีการทอดสะพานเชื่อม
ถ้าจะจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้องพัวพัน ต้องไม่คำนึงว่าเป็นพลเรือน นายดาบ นายพัน หรือนายพล
ผิดหรือถูก ต้องใช้หลักฐาน
ต้องพิสูจน์กันให้หมดความเคลือบแคลงสงสัย !?!!

