หน้าแรก เด่นวันนี้ ‘สาธารณสุขบุร...

‘สาธารณสุขบุรีรัมย์’ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยก้าวไกลด้วยกัญชาและกัญชง  จัดใหญ่ ‘มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน’ วันที่ 5-7 มีนาคมนี้ 

2.03.21 | 13:00 น.

‘สาธารณสุขบุรีรัมย์’ จับมือ อย. จัดงานใหญ่ ‘มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน’ อวดโมเดลปลูกกัญชา 6 ต้น ระดมกูรูเสวนาองค์ความรู้กัญชาและกัญชง พร้อมต่อยอดสู่ตลาดโลก วันที่ 5-7 มี.ค. 64 ที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์ เข้าร่วมงานฟรี!

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ “กัญชา” และ “กัญชง” ในเมืองไทย เริ่มขึ้นหลังจากที่มีการ “ปลดล็อก” ให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ ตามมาด้วยการทยอยปลดล็อกแต่ละส่วนเพื่อให้ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ แต่สำคัญที่สุดคือการอนุญาตให้ทุกคนทุกภาคส่วนทั้งเกษตรกร ภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั่วไป สามารถขอปลูกและนำไปใช้ในทุกวัตถุประสงค์ได้

ถือเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินงานตาม “นโยบายกัญชาเสรี” เพราะทั้งกัญชาและกัญชงสามารถแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากมายมหาศาลในหลากหลายมิติเศรษฐกิจ

ภายใต้บทบาทของการเป็น “สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์” จังหวัดที่มีการนำร่องการปลูกกัญชาและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของคนทั้งประเทศ นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้พูดคุยถึงความสำเร็จที่ต้องย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นก็คือ “นโยบายกัญชาทางการแพทย์ กัญชงเพื่อเศรษฐกิจ” โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม จากนโยบายนำมาสู่ระดับปฎิบัติการ โดยมีจุดเปลี่ยนหรือขั้นตอนสำคัญคือเรื่องของการจดแจ้งเพื่อครอบครองกัญชาทางการแพทย์ หากจำกันได้ ในงานพันธุ์บุรีรัมย์ เมื่อปี 2562 มีการจดแจ้งถึง 5,000 คน นับเป็นงานแรกที่คนไทยยอมรับการใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อนำมาดูแลสุขภาพตัวเอง

Advertisement

“จากนั้นก็เริ่มมีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อร่วมมือกับโรงพยาบาลหรือหน่วยงานของภาครัฐในการปลูกกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ เบื้องต้นมีวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดบุรีรัมย์จับคู่กับโรงพยาบาลคูเมือง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีศักยภาพในการผลิตยาสมุนไพรและได้รับมาตรฐาน GMP มีการนำช่อดอกซึ่งมีสารสำคัญมาสกัดที่นี่ เพื่อส่งต่อไปให้โรงพยาบาลอื่นๆ ไว้ใช้รักษาผู้ป่วย ต่อมาเป็นเรื่องของการปลูกกัญชาในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อนำช่อดอกไปปรุงยาแพทย์แผนไทยที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในระยะแรกมีวิสาหกิจชุมชนประมาณ 19 แห่งรวมตัวกับโรงพยาบาลคูเมือง และอีก 30 แห่ง ที่ร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล”

คุณหมอวิทิตเล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญต่อมาคือการปลดล็อกกัญชง เพราะเป็นพืชที่สามารถสร้างเศรษฐกิจใหม่ได้อย่างมหาศาล เนื่องจากใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ลำต้นนำเส้นใยไปผลิตเป็นสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ส่วนก้าน ใบ และดอก นำไปสกัดเพื่อเอาสารซีบีดี น้ำมันจากเมล็ดนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอรับอนุญาตปลูกกัญชงได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำหรับกรุงเทพฯ ให้ยื่นที่กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

“อีกจุดที่น่าสนใจคือการปลดล็อกส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ช่อดอก เช่น ต้น ใบ กิ่ง ราก ซึ่งมีสารทีเอชซีต่ำและสามารถนำไปทำประโยชน์อื่นๆได้ ทำให้มีผู้สนใจนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องสำอาง สุดท้ายคือการขอปลูกกัญชา 6 ต้นที่บ้าน เป็นการต่อยอดจากจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจชุมชนกับหน่วยงานรัฐในการปลูกกัญชา ซึ่งเวลานี้วิสาหกิจชุมชนสามารถนำไปปลูกที่บ้านของแต่ละคนได้แล้ว ภายใต้มาตรการควบคุมกำกับดูแลไม่ให้เกิดการรั่วไหลหรือสูญหายเพื่อป้องกันไม่ให้นำไปใช้ผิดกฎหมาย”

จากการปลูกกัญชา 6 ต้นที่บ้าน โดยมี “วิสาหกิจชุมชนสมุนไพรไทยโนนมาลัย” ตำบลหินเหล็กไฟ เป็นพื้นที่นำร่องหรือต้นแบบ เป็นการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งในส่วนสกัดเป็นยา และส่วนประกอบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการขออนุญาตตั้งแต่แรกว่าต้องการทำอะไรบ้าง  เวลานี้มีวิสาหกิจชุมชนที่ร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 65 แห่ง สนใจปลูกเช่นเดียวกับที่โนนมาลัย

“การปลูกที่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ มีการลดขั้นตอนที่เกินความจำเป็น เช่น อาจไม่ต้องติดกล้องวงจรปิด เพียงล้อมรั้วหรือทำอาณาเขตให้ชัดเจน ต้องมีการทำรายงานเรื่องจำนวนใบต้นดอก รวมถึงสายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์ก็ต้องแจ้งให้ครบว่าได้มาจากไหน เป็นเมล็ดหรือกิ่งชำ อย่างที่โนนมาลัยเป็นกิ่งชำที่ได้มาจากเพลาเพลินซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพในเรื่องของการปลูกกัญชา สามารถนำเมล็ดพันธุ์กัญชาต่างประเทศ เช่น Charlotte’s Angel ที่มีจุดเด่นด้านการให้สารซีบีดีบริสุทธิ์ นำมาปลูกในระบบปิดเพื่อควบคุมอุณหภูมิ แตกต่างไปจากที่ชาวบ้านปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมืองซึ่งเหมาะกับภูมิอากาศบ้านเราอย่างเช่นพันธุ์หางกระรอก ตะนาวศรี เป็นต้น”

จากการนำนโยบายมาขับเคลื่อนจนถึงปัจจุบันนับว่าสำเร็จเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประชาชนจะได้ยา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากกัญชาและกัญชง โดยมีสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์เป็นกลไกสำคัญ ทำหน้าที่ส่งให้ถึงมือพี่น้องประชาชน อีกปัจจัยสำคัญนั้นก็ยังมาจากการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ เป็นต้นว่า กรมวิชาการเกษตร หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม ที่ร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เช่น เรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ต้องทำอย่างไรเพื่อให้น่าสนใจ

 “แต่สำหรับกัญชงยังต้องมีเรื่องของกระบวนการ เพราะการปลูกกัญชงต้องนำไปใช้ประโยชน์ 3 อย่าง แล้วก็มีวิธีปลูกที่แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ ถ้าเป็นทางเหนือจะปลูกแบบถี่ๆ เพื่อให้ได้เส้นใยเยอะ แต่ถ้าปลูกเพื่อต้องการช่อดอกก็ต้องปลูกแบบมีระยะห่าง หรือถ้าปลูกเพื่อต้องการเมล็ดก็จะเป็นอีกแบบ นอกจากชาวบุรีรัมย์ที่สนใจปลูกกัญชงหลังจากที่มีการปลดล็อกแล้ว ยังมีผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นก็แสดงความสนใจต้องการปลูกกัญชงที่เพลาเพลินเพื่อสกัดน้ำมันซีบีดีกลับไปญี่ปุ่น”

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ยืนยันว่า พร้อมที่จะขับเคลื่อน “กัญชงพืชเศรษฐกิจ” ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านวิชาการ การจดแจ้งเพื่อขอปลูก การส่งออก-นำเข้า ยังคงเป็นหน่วยงานรับจดแจ้งเพื่อประสานต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มั่นใจว่าจะสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดบุรีรัมย์และประเทศไทย เพราะให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ ดินที่จังหวัดบุรีรัมย์ส่วนหนึ่งก็เป็นดินภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุสมบูรณ์

ด้วยความพร้อมของการเป็น “บุรีรัมย์โมเดล” ยังเป็นที่มาของการจัดงาน “มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน” งานที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระดับประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกระทรวงสาธารณสุข

“ใครที่สนใจต้องการปลูกกัญชงแล้วอยากทราบว่าจะต้องมีขั้นตอนอย่างไรก็มาหาความรู้ได้ในงานนี้  มีการจัดแสดงต้นแบบการปลูกกัญชา 6 ต้น ชมตัวอย่างกระบวนการปลูกและแปรรูปของเพลาเพลิน วิสาหกิจชุมชนแห่งแรกของบุรีรัมย์ที่สามารถปลูกกัญชาในพื้นที่ 130 ตารางเมตร และส่งผลผลิตให้กับโรงพยาบาลคูเมืองซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน GMP  และเป็นผู้บุกเบิกน้ำมันกัญชาการแพทย์ มีให้ชมตัวอย่างผลิตภัณฑ์เวชสำอางและอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา มีการจัดเวิร์กชอปสอนทำสบู่ ลิปบาล์ม อาหาร และเครื่องดื่มจากกัญชา นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดเสวนาตลอดทั้ง 3 วัน หัวข้อเช่น กัญชาทางการแพทย์ กัญชงเพื่อเศรษฐกิจ มีการเปิดตัวผลงานวิจัยใหม่ๆ จากการปฎิบัติและทดลองใช้จริง ก็คือก่อนหน้านี้คนไทยจะรับรู้เรื่องของกัญชาและกัญชงเฉพาะในทางทฤษฎี แต่วันนี้มีผลงานจริงแล้ว โดยจะมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงการจัดแสดงในบูธนิทรรศการของภาครัฐและเอกชน เรื่องของยาสมุนไพร มีคลินิกกัญชาทั้งแผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก สามารถมาขอรับบริการได้ที่งานนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”

งาน “มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน” กำหนดจัดระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2564 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี