หน้าแรก เด่นวันนี้ รำลึกพฤษภาฯ

รำลึกพฤษภาฯ

21.05.21 | 10:30 น.

อีกเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2553 และมีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จัดงานรำลึกผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และบรรดาผู้สูญเสีย ได้แก่ การปราบปรามการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง และปฏิบัติการทางทหาร สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง บริเวณแยกราชประสงค์ ระหว่างวันที่ 7-19 พฤษภาคม 2553 รวมแล้ว มีผู้บาดเจ็บกว่า 2 พันคน เสียชีวิต 99 ศพ ถึง 100 คน เป็นบาดแผลสำคัญของสังคมไทยที่รักษาไม่หาย โดยเฉพาะการที่ผู้กระทำผิด จัดการให้มีการสังหารประชาชน ไม่มีใครต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองเลย


การชุมนุมดังกล่าว เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและลาออก โดยเห็นว่าไม่มีความชอบธรรม โดยเข้าสู่อำนาจหลังจากพรรคพลังประชาชนที่เป็นรัฐบาล ถูกสั่งยุบพรรค ส.ส.ในพรรคส่วนหนึ่งแยกตัวออกมา เกิดการสลับขั้ว ทำให้ ปชป.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ 2 ระลอก ในปี 2552 และ 2553 ครั้งหลังรัฐบาลจัดตั้ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ขึ้นในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2553 เพื่อรับมือการชุมนุม

บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้ คือ แทนที่จะใช้การเมืองแก้ปัญหา ผู้รับผิดชอบ กลับใช้ปฏิบัติการทางทหาร มีการนำรถหุ้มเกราะ
พลแม่นปืน อาวุธสงคราม และกระสุนจริงออกมาใช้กับผู้ชุมนุมที่เป็นพลเรือน พล.ต.ขัตติยะ
สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง นายทหารผู้สนับสนุนการชุมนุม ถูกสไนเปอร์ยิงที่ศีรษะระหว่างให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศ และมีการ กล่าวหาว่า มีชายชุดดำออกมาใช้อาวุธร้ายแรง ต่อสู้กับรัฐบาล และเผาห้างสรรพสินค้า ซึ่งต่อมาบุคคลที่ถูกกล่าวหา ต่างพ้นจากข้อหาด้วยคำตัดสินของศาล

เวลาผ่านไป 11 ปียังยากที่จะสรุปว่า ผู้มีอำนาจสรุปบทเรียนอย่างไร แต่เรื่องนี้จะไม่หายจากความทรงจำของโลก ด้วยระบบสื่อสารสมัยใหม่ได้บันทึกไว้ทั้งหมด กลายเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะบิดเบือนให้เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มอำนาจใด ผู้ถูกกระทำในเหตุการณ์ ยังเรียกร้องอย่างต่อเนื่องทุกปี ถึงความเป็นธรรมที่ควรจะเกิดขึ้น กับเหยื่อและผู้กระทำ และกลายเป็นเงื่อนไขหนึ่ง ให้ผู้รักความเป็นธรรมรุ่นใหม่ๆ ได้ศึกษาเรียนรู้ และรับช่วงเคลื่อนไหวต่อ

Advertisement