ใครๆ ต่างก็ทราบกันดีว่าการนำพาตัวเองเข้ามาข้องเกี่ยวกับ การเมือง ล้วนมี ราคาต้องจ่าย ทั้งนั้น
การลากรถถัง-ใช้กำลังทหารออกมายึดอำนาจ ก็มี ราคาต้องจ่าย แบบหนึ่ง
การออกแบบกฎกติกาทางการเมือง ฉบับ พิเศษ-พิสดาร-ไม่ปกติ เพื่อเอื้อต่อการครองอำนาจของบุคคลคณะใดคณะหนึ่ง ก็มี ราคาต้องจ่าย อีกแบบ
การ ทำงาน/เล่นการเมือง ในแต่ละแนวทาง ต่างมี ราคาต้องจ่าย ที่ผิดแผกกันไป
ทั้งแบบพลังประชารัฐ แบบเพื่อไทย แบบก้าวไกล-ก้าวหน้า แบบภูมิใจไทย แบบประชาธิปัตย์
แบบโทนี่ แบบธรรมนัส แบบ 3 ป. แบบสามนิ้ว แบบไทยไม่ทน
และแน่นอนว่าบรรดาผู้สนับสนุนการรัฐประหาร, อำนาจนอกระบบ และพรรค-กลุ่มการเมืองต่างๆ ก็มี ราคาต้องจ่าย ของตนเองตามมาด้วย อย่างยากจะปฏิเสธ
เมื่อ ราคาต้องจ่ายในทางการเมือง ดูจะเป็นเพียงเรื่องสามัญปกติทั่วไป
คำถามสำคัญกว่าจึงอยู่ที่ว่า เมื่อใดกันจะเกิดภาวะ ราคาต้องจ่ายทางการเมือง สูงล้นจนเกินตัว?
เป็นภาวะที่ ต้นทุนทางการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม ซึ่ง ผู้มีอำนาจ/หน้าที่ จะต้องจ่ายราคาดังกล่าว ครอบครองอยู่ (รวมถึงดูดกลืน-แย่งชิงมาจากสมาชิกคนอื่นๆ ในสังคม) นั้น มีไม่พอจ่าย อีกต่อไป
ที่ผ่านมา หลายคนมักพยากรณ์ว่าภาวะของการ จ่ายราคาทางการเมืองได้ไม่ไหว จะเกิดขึ้นด้วยแรงผลักดัน แรงขับเคลื่อน หรือพลวัตของสถานการณ์ทางการเมือง เช่น วิกฤตรัฐธรรมนูญ การชุมนุมบนท้องถนน ความขัดแย้งภายในรัฐบาล และการเลือกตั้ง เป็นต้น
โดยที่เรามักไม่กล้านำปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งอยู่นอกเหนือการคาดการณ์ทางการเมือง เข้ามาร่วมพิจารณาด้วย
ด้วยเหตุนี้ การคิดคำนวณ ราคาต้องจ่ายในทางการเมือง ณ สถานการณ์โควิดแพร่ระบาดหนักระลอกปัจจุบัน จึงได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากการคิดคำนวณเรื่องเดียวกันตอนปี 2557 ตอนจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตอนปี 2562-63 หรือตอนโควิดเริ่มระบาดระลอกแรก อย่างมีนัยยสำคัญ
ในการคิดคำนวณ ราคาต้องจ่ายในทางการเมือง ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน
คงยากที่เราจะปฏิเสธการดำรงอยู่ของคำถามหลายๆ ข้อ เช่น
การจ่ายราคาด้วยชีวิตผู้ป่วยหลายสิบชีวิตต่อวัน การจ่ายราคาด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดอย่างน้อยๆ ในหลักครึ่งหมื่นต่อวัน การจ่ายราคาด้วยระบบสาธารณสุขที่กำลังพังทลายลงกับตา ถือเป็น ราคาต้องจ่าย ที่สูงเกินไปหรือยัง?
การจ่ายราคาด้วยการโดดประชุมสภา (เพราะกลัวติดเชื้อโควิด?) ของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว การจ่ายราคาด้วยการยกสมาชิก ครม.จำนวนมาก ไปต้อนรับนักท่องเที่ยวหลักสิบคนในโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ถือเป็น ราคาต้องจ่าย จริงหรือไม่?
ทำไมประชาชนที่พอมีกำลังทรัพย์ จึงต้องเสียเงินจอง วัคซีนทางเลือก ซึ่งควรเป็น วัคซีนหลัก แต่แรก? และคนที่ไม่มีเงินจอง วัคซีนราคาแพง จะต้องแบกรับความเสี่ยง-ความไม่มั่นใจกับ วัคซีนหลัก ของรัฐบาลต่อไปเรื่อยๆ เช่นนั้นหรือ?
เหล่านี้คือ ราคาที่ต้องจ่าย ของประชาชนใช่หรือไม่?
บางที อาจถึงคราวแล้วที่สังคมการเมืองไทยต้องหาหนทาง ตัดทิ้ง อะไรออกไปบ้าง เพื่อป้องกันการเกิดขึ้นของสภาวะ ปราสาททราย ที่จะแหลกสลายจนไม่เหลืออะไรเลย กระทั่งไม่สามารถ จ่ายราคาทางการเมือง ใดๆ ได้อีกต่อไป
แน่นอน สิ่งที่จำเป็นต้องตัดทิ้งไม่ใช่ ประชาชน แต่เป็น…
ปราปต์ บุนปาน

