พม.แจ้งปิดระบบออนไลน์ยื่นขอเงิน 3,000 บ.แล้ว หลังยอดคำขอทะลุเป้า งบไม่พอ เผยเพิ่มเกณฑ์รายได้ครัวเรือนไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี
ตามที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้เปิดบริการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือออนไลน์ หรืออีเซอร์วิส ให้ประชาชนที่รายได้ไม่เพียงพอต่อการครองชีพ ไม่มีงานทำ มีหนี้สิน หรือป่วยเป็นโรคร้ายแรง ตลอดจนเดือดร้อนในสถานการณ์โควิด-19 สามารถขอเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้ประชาชน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมากนั้น
จากข่าว
– พม.เปิดช่องทางออนไลน์ ให้ผู้เดือดร้อนโควิด 19 ยื่นขอเงิน 3,000 บาท โอนเข้าบัญชีภายใน 5 วัน
– เช็กเงื่อนไข เงินสงเคราะห์ผู้เดือดร้อนโควิด 3,000 ให้เฉพาะคน “จนมาก ลำบากจริง” ไม่ได้ให้ทุกคน
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นางสาวซาราห์ บินเย๊าะ รองอธิบดีกรม พส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ พส.ได้ปิดระบบอีเซอร์วิสขอเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งแล้ว เนื่องจากมียอดผู้ยื่นคำขอมามากถึง 3.7 หมื่นราย ถือว่าเกินเป้าหมาย 3 หมื่นกว่าราย และเพื่อให้เพียงพอกับงบประมาณส่วนนี้ที่เหลือในปีงบประมาณ 2564 อีก 60 กว่าล้านบาท
รองอธิบดี พส. กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ อาทิ คัดกรองความทับซ้อนจากที่อยู่เดียวกันของผู้ยื่นคำขอ ให้เหลือเป็นรายครัวเรือน เพราะเงินอุดหนุนนี้จะช่วยเป็นรายครัวเรือน ไม่ได้ช่วยรายคน เบื้องต้นเจอผู้ยื่นคำขอที่มีความทับซ้อนแล้ว 2 พันกว่าราย ทำให้เหลือผู้มีคุณสมบัติอีก 3.5 หมื่นราย
จากนั้นจะคัดกรองจากฐานรายได้ผู้ยื่นคำขออิงตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด คือรายได้ของสมาชิกทั้งหมดในครัวเรือนรวมกันและหารด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมด ต้องไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ ต่อมาจะแจ้งในระบบลงทะเบียนว่าผู้ยื่นคำขอนั้นเป็นผู้มีคุณสมบัติหรือไม่ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการให้นักสังคมสงเคราะห์ลงเยี่ยมบ้าน และการพิจารณาให้เงินอุดหนุนต่อไป
ถามว่า พส.จะมีการของบประมาณกลางมาเพิ่มเติม และเปิดระบบอีเซอร์วิสอีกครั้งหรือไม่ นางสาวซาราห์ กล่าวว่า คงไม่มีการของบประมาณเพิ่ม เพราะเงินช่วยเหลือนี้ใช้งบประมาณปกติ ฉะนั้นอาจต้องรองบประมาณปี 2565 หรือตุลาคมนี้ ที่มีงบประมาณปกติเข้ามาใหม่ และสามารถเปิดระบบอีเซอร์วิสนี้อีกครั้ง ซึ่งจะมีการปรับปรุงในระบบที่มีการแจ้งคุณสมบัติชัดเจนเลยว่าต้องมีอะไรบ้าง เช่น ฐานรายได้ครัวเรือนรวมกันหารด้วยจำนวนสมาชิกต้องไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม กรณีหลังจากคัดกรองแล้ว หากเหลือผู้มีคุณสมบัติต่ำกว่าเป้าหมายนั้น พส.ก็ยังไม่เปิดระบบอีเซอร์วิส เนื่องจากต้องนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในระบบช่วยเหลือเดิมด้วย ได้แก่ ผู้เดือดร้อนที่วอล์คอินเข้ามาขอความช่วยเหลือ พส. ผู้เดือดร้อนที่ชุมชนช่วยชี้เป้ามา เป็นต้น

