สถานีคิดเลขที่ 12 : กัดฟันทบทวนปฏิวัติ 19 ก.ย. โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

19.09.21 | 13:16 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : กัดฟันทบทวนปฏิวัติ 19 ก.ย. โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

ครบ 15 ปี การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ความทรงจำ ที่ผุดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ของเหตุการณ์นั้น

คือคำว่า “เสียของ”

อันนำมาสู่ “ข้ออ้าง” การรัฐประหารครั้งต่อมา 22 พฤษภาคม 2557

8+7 ปี ที่ผ่านมาสังคมไทย “ได้ของ” หรือไม่

Advertisement

ทุกคนคงมีคำตอบในใจ

จริงอยู่แม้ คณะรัฐประหาร จะสลายร่างไปแล้ว

แต่ตัวละครสำคัญ ที่พยายามโชว์ลบคำว่าไม่เสียของโดยได้ปูทางในทุกวิธีที่ทำได้ เพื่อสืบทอดอำนาจยังอยู่ใน “เวทีอำนาจ” ต่อไป

โดยพยายามนำคำว่าประชาธิปไตย มาปะ “แป้ง” เพื่อให้ดูดีว่า พวกตนมาตามระบอบอันชอบธรรม

ซึ่งปัจจุบันก็ลากกันมา 2 ปีกว่า

เมื่อถามซ้ำว่า ประเทศชาติ และประชาชน ได้ของหรือเสียของ

สิ่งที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นผลิตผลของการรัฐประหาร 2557 น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

กล่าวคือ นอกจากจะบริหารประเทศ ที่ถูกกล่าวหาว่า ถอยหลังŽ ในแทบทุกด้านแล้ว

ยังมาแก่งแย่งอำนาจ โค่นล้มในหมู่กันเอง ทั้งพี่น้อง 3 ป. และน้องร่วมสถาบัน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างอื้อฉาว

แม้ว่าจะมีความพยายามกลบเกลื่อน ความขัดแย้งในหลายวิถีทาง รวมถึง การ กอดŽ โชว์สื่อมวลชน

แต่ก็ไม่อาจจะกลบเสียง กัดฟันกรอด-กรอดŽ แห่งความไม่พอใจ และความไม่ลงรอยที่มีต่อกันได้

ตอนนี้ สังคมก็ได้แต่เฝ้ามองว่า เมื่อไหร่ปัญหาขัดแย้งจะปะทุขึ้นมาอีก

และความขัดแย้งนั้นจะนำไปสู่อะไร

แน่นอน ในความรู้สึกของชาวบ้านแล้วย่อมนำไปสู่ความย่ำแย่ลงไปอีก

ชาวบ้านแทบจะไม่ได้อะไร

แถมอาจจะเกิดความรู้สึก อย่างที่ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รู้สึก และทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ

โดยอ้างว่า เริ่มมีกระแสข่าวลือว่า ทหารอาจจะต้องออกมาปฏิวัติอีก

เพราะสถานการณ์บ้านเมืองกำลังอยู่ในวิกฤต วุ่นวาย

สังคมมีความรู้สึกไม่ยอมรับในตัวผู้นำ รวมถึงการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส

มีผู้ออกมาประท้วงรายวันและไม่แน่ใจว่าจะมีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น

จึงอาจนำไปสู่การปฏิวัติได้อีก

นายอันวาร์ สาแล เลยตีปลาหน้าไซ โดยระบุในจดหมายเปิดผนึกว่า กองทัพไม่จำเป็นต้องออกมาปฏิวัติ โดยใช้ข้ออ้างที่ว่า ต้องการทำให้บ้านเมืองสงบ ถามว่าแล้วสงบจริงหรือไม่ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นอย่างไร ทุกครั้งที่มีการปฏิวัติสถานการณ์บ้านเมืองกลับเลวร้ายลงกว่าเดิม เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงด้วยได้วิธีใด ดังนั้น แค่ทหารต้องให้โอกาส กลไกของประชาธิปไตยทำงานให้จนถึงที่สุด และหนทางสุดท้าย คือ การคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินŽ

แม้จะมีผู้วิจารณ์ว่านายอันวาร์ ตื่นตูมŽ ด้วยประเมินเงื่อนไขต่างๆ แล้ว ยังไม่น่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น

ซึ่งโดยส่วนตัวก็เชื่อเช่นนั้น และหวังว่าการปฏิวัติคงไม่เกิดขึ้น

เอาแค่การได้ย้อนทบทวนการรัฐประหารที่ผ่านมา โดยเฉพาะ 19 กันยายน 2549 ที่ต่อเนื่องมาถึง 22 พฤษภาคม 2557 ว่าได้สร้างบาปกรรมอย่างไรให้กับประเทศของเราขนาดไหน

แค่นี้ เราในฐานะประชาชนก็ได้แต่กัดฟันกรอดๆ ด้วยความรู้สึกคับแค้นแล้ว!

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร