เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ภาพถ่ายล่าสุดของดาวพุธ โดยระบุว่าวันพุธ มาชมภาพ #ดาวพุธ ของจริงจาก #ยานเบปีโคลอมโบ ที่เพิ่งเฉียดผ่านดาวพุธครั้งแรก
ยานเบปีโคลอมโบ (BepiColombo) ยานสำรวจดาวพุธที่พัฒนาร่วมกันระหว่างองค์การอวกาศยุโรป (ESA) กับองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ได้เฉียดใกล้ดาวพุธครั้งแรก ในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2564 เวลา 06.34 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ด้วยระยะที่ใกล้ที่สุดที่ 200 กิโลเมตรเหนือพื้นผิวดาวพุธ และเริ่มถ่ายภาพในเวลา 06.44 น. ก่อนส่งข้อมูลถ่ายภาพดาวพุธกลับมา นับเป็นภาพถ่ายดาวพุธจากระยะใกล้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยานเมสเซนเจอร์สิ้นสุดภารกิจลงด้วยการพุ่งชนดาวพุธในปี พ.ศ.2558
หลังจากนี้ เบปีโคลอมโบจะโคจรรอบดวงอาทิตย์และเฉียดใกล้ดาวพุธอีก 5 ครั้ง อาศัยความโน้มถ่วงของดาวพุธปรับวิถีโคจรและอัตราเร็วของยานเพื่อให้ไล่ทันดาวพุธ (แต่การเฉียดผ่านดาวพุธทั้ง 5 ครั้งถัดมาไม่มีครั้งใดที่จะใกล้ดาวพุธเท่าครั้งนี้) ก่อนที่ยานลำนี้จะเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธในปลายปี พ.ศ.2568
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเฉียดใกล้ดาวพุธครั้งนี้ ยานเบปีโคลอมโบไม่สามารถใช้อุปกรณ์บนยานทั้งหมด เนื่องจากยานถูกออกแบบมาให้เป็นยาน 2 ลำประกอบอยู่ด้วยกัน ได้แก่ ยาน MPO (Mercury Planetary Orbiter) ของ ESA กับยาน MMO (Mercury Magnetospheric Orbiter) ของ JAXA โดยยานทั้งสองส่วนที่ยึดติดกันกับโมดูลสำหรับส่งยานโคจรรอบดาวพุธ (Mercury Tranfer Module) ทำให้อุปกรณ์บางส่วน เช่น กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงยังไม่สามารถใช้งานได้ ต้องรอให้ยานเข้าวงโคจรรอบดาวพุธแล้วแยกตัวออกจากกันก่อน จึงจะสามารถทำงานได้เต็มรูปแบบ
สำหรับอุปกรณ์ที่สามารถใช้เก็บข้อมูลได้ระหว่างที่ยานเฉียดใกล้ดาวพุธ คือ อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในอวกาศ และกล้องถ่ายภาพเซลฟี่ขาวดำ ความละเอียด 1,024 x 1,024 พิกเซล ซึ่งแต่เดิมมีจุดประสงค์ใช้ถ่ายภาพเพื่อตรวจสอบการกางปีกแผงเซลล์สุริยะของยานหลังส่งยานขึ้นสู่อวกาศในเดือนตุลาคม พ.ศ.2561
กล้องถ่ายภาพเซลฟี่ตัวยานแบบขาวดำตัวนี้เคยใช้ถ่ายภาพดาวศุกร์ระหว่างที่ยานเฉียดใกล้ดาวศุกร์เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2563 และเดือนสิงหาคม พ.ศ.2564 แต่เนื่องจากสภาพบรรยากาศของดาวศุกร์ที่สะท้อนแสงได้ดี ทำให้ภาพดาวศุกร์สว่างจ้าเกินไปจนไม่สามารถเห็นรายละเอียดที่ปรากฏบนบรรยากาศดาวศุกร์ได้
แต่ภาพถ่ายดาวพุธที่ยานเบปีโคลอมโบถ่ายได้ในครั้งนี้ สามารถเห็นรายละเอียดทางภูมิประเทศต่างๆ บนพื้นผิวบริเวณซีกเหนือของดาวพุธ เนื่องจากพื้นผิวดาวพุธมีสีเข้มกว่า และสะท้อนแสงอาทิตย์ได้น้อยกว่าบรรยากาศของดาวศุกร์ ทำให้ภาพของดาวพุธไม่สว่างจ้าเกินไป

