หน้าแรก เด่นวันนี้ ศบค.เผยบนเครื...

ศบค.เผยบนเครื่องบิน ‘โอไมครอน’ เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้ถึง 2-3 เท่า

23.12.21 | 22:04 น.

ศบค.เผยบนเครื่องบิน ‘โอไมครอน’ เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้ถึง 2-3 เท่า

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดข้อมูลประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ โดยระบุว่า “โอไมครอน” เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อบนเครื่องบิน 2-3 เท่า


ซึ่งแพทย์และที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เปิดเผยว่า ผู้โดยสารเครื่องบินมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนระหว่างเที่ยวบินเที่ยว โดยชั้นธุรกิจมีแนวโน้มปลอดภัยมากกว่าชั้นประหยัด ซึ่งมีคนใช้บริการหนาแน่นกว่า

แนะผู้โดยสารเลี่ยงการสัมผัส

พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกัน หรือสัมผัสบนพื้นผิวที่มีการจับต้องบ่อย และหากต้องรับประทานอาหารบนเครื่องบินก็ควรสลับเวลากันในแถว เพื่อให้คนอื่นๆ ยังสวมหน้ากากอนามัยอยู่
ในขณะที่อีกคนถอดหน้ากากเพื่อรับประทานอาหาร

Advertisement

เผย ‘ศูนย์การค้า’ เสี่ยงสูงกว่า

แม้การโดยสารเครื่องบินจะมีความเสี่ยง แต่การอยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นมาก เช่น ศูนย์การค้าต่างๆ นั้น ก็ยังคงมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก เนื่องจากเครื่องบินสมัยใหม่นั้นจะมีระบบกรองอากาศเกรดเดียวกับในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการรักษามาตรการควบคุมโรค อาทิ การสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดบนเครื่องบิน การหมั่นล้างมือให้สะอาด และการรักษาระยะห่างจากผู้โดยสารคนอื่นๆ โดยสิ่งที่ป้องกันการติดเชื้อได้ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนให้ครบทุกเข็ม รวมถึงการฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ตามคำแนะนำทางการแพทย์

‘สิงคโปร์’ ยกเลิกระบบไม่ต้องกักตัว

นอกจากนี้ ศบค.ยังเปิดข้อมูลกรณีประเทศสิงคโปร์ ยกเลิกระบบเข้าเมืองไม่ต้องกักตัวสกัดโอไมครอน โดยระบุสิงคโปร์เตรียมยกเลิกการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินและรถประจำทางขาเข้าประเทศภายใต้ระบบเข้าเมืองไม่ต้องกักตัวหรือ ‘quarantine – free travel’ เป็นเวลา 4 สัปดาห์

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ภายใต้โครงการ vaccinated travel lane (VTL) รัฐบาลสิงคโปร์อนุญาตให้ผู้เดินทางจากบางประเทศที่ฉีดวัคซีนครบ และเดินทางมาพร้อมกับเที่ยวบินและรถโดยสารที่กำหนด สามารถข้าเมืองไโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการกักตัว

โดยจะต้องมีการตรวจหาเชื้อเป็นประจำ ปัจจุบันมีอยู่ 24 ประเทศที่ได้รับอนุญาตเข้าโครงการนี้ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อินเดีย มาเลเขีย อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์จะงดจำหน่ายตั๋วเดินทางในโครงการ VTL ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม ไปจนถึง 20 มกราคม 2565 ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เดินทางเข้าสิงคโปร์ทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการกักตัวทั้งหมด

มาตรการควบคุมพรมแดนจะช่วยให้มีเวลาศึกษาและทำความเข้าใจเชื้อโอไมครอน เสริมการป้องกันให้แข็งแกร่ง ยกระดับศักยภาพของระบบสาธารณสุข