ผู้คร่ำหวอดในวงการเมือง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเมืองไทยว่า หลังผ่านพ้นเดือนมีนาคม 2565 รัฐบาลจะเหลือวาระ 1 ปี ปีสุดท้ายของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย พรรคการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จะเร่งรัดการหาเสียงเพื่อให้เป็นที่นิยม แต่ละพรรคจะพูดแต่เรื่องของตัวเอง ยกตนข่มท่าน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองปีสุดท้าย รัฐบาลเองในช่วงที่ผ่านมาประสบวิกฤต โควิด-19 จนต้องปิดประเทศ และล่าสุดโอมิครอนระบาดอีก ส่งผลต่อปัญหาปากท้องของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกับยืนยันว่า รัฐบาลยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกคน
อีกเหตุการณ์ที่สะท้อนการเมืองในปี สุดท้ายของรัฐบาล รวมถึงกรณีที่ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้อง
ไปยัง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ให้ตรวจสอบทหารกว่า 100 นาย จากนอกพื้นที่เข้าไปยังพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชุมพร มีความผิดปกติและมีลักษณะกดดันการรณรงค์หาเสียงของพรรค ปชป. โดยระบุถึงนายทหารที่เรียกกันว่า “เสธ.” ที่คนในพื้นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมาก ขอให้ ผบ.ทบ.ได้เร่งตรวจสอบ หากมีการกระทำเช่นนั้นจริง สั่งการให้ทหารถอยออกไป เข้ากรม เข้ากอง อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม โดยระบุด้วยว่า การใช้อำนาจรัฐในการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะไม่ใช่การเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
การเลือกตั้งที่เขต 1 จ.ชุมพร เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล คือ ปชป.กับพลังประชารัฐ
หากมีการนำทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งจริงดังการกล่าวหาของ ปชป. ก็เท่ากับว่ามีความพยายามใช้อำนาจรัฐ ชิงความได้เปรียบ เอื้อประโยชน์ระหว่างพรรครัฐบาลด้วยกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามแนวทางประชาธิปไตย และยังเป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายด้วย แน่นอนว่าการแข่งขันทางการเมือง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แม้ในพรรครัฐบาลด้วยกันเอง แต่ควรแข่งขันตามครรลอง เอาชนะกันด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และยอมรับผลแพ้ชนะที่จะตามมาอย่างผู้มีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย

