สถานีคิดเลขที่ 12 : หนูสีดา ลุย ไฟ

20.02.22 | 13:02 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : หนูสีดา ลุย ไฟ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ซึ่งกำลังเนื้อหอม

ยังคงพยายามไม่หลุดคอนเซ็ปต์ “มุ่งสู่กลาง”

โดยเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชูวรรณคดีรามเกียรติ์ กลางสภา เปรียบตนเป็นพระราม แล้วยกทศกัณฐ์ให้ผู้นำฝ่ายค้านไป

ผู้สื่อข่าวไปถามนายอนุทิน ว่าจะเป็นตัวละครใดในวรรณคดีนั้น

Advertisement

นายอนุทินบอกว่า เป็นนางสีดา ในแนวคอนเซ็ปต์กลางๆ อย่างที่ว่า

น่ารัก น่าเอ็นดู อย่างไรในสายตาคนดู ก็ว่ากันไปตามสะดวก

แต่กระนั้น เกิดมาเป็นคนกลางอย่างนางสีดา ดูเหมือนเป็นกรรม

เพราะนอกจากต้องตกเป็น “เหยื่อ” ถูกยื้อแย่งแล้ว

หลังพระรามเสร็จศึกสงครามกับทศกัณฐ์ แทนที่จะได้รับความสุขสบาย

กลับยังต้องมาเผชิญความสงสัยจากพระราม ใน “ความบริสุทธิ์” เนื่องจากอยู่กับทศกัณฐ์มาเป็นเวลานานเสียอีก

ซึ่งหากเป็นหญิงยุคในปัจจุบัน คงมีเสียงเชียร์กระหึ่มให้เดินสะบัดบ๊อบจากฝ่ายชาย ที่ดูเหมือนจะเอาแต่ได้

แต่ตามขนบเดิม ทางออกของนางสีดาไม่มีอะไรดีไปกว่าการเล่นบทเสียสละต่อไป

ด้วยการขอพิสูจน์ “ความบริสุทธิ์” ด้วยการลุยไฟ

แถมไฟนั้นยังให้พระรามเป็นผู้จุด โดยให้แผลงศรออกไปเป็นเพลิงโชติช่วงด้วย

และมิได้ทำเฉพาะในวงจำกัด

หากแต่ประชุมเทพและเทวดา มาเป็นพยานในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์เสียอีก

ต้องกล่าวคำสาบาน หากตัวไม่บริสุทธิ์ก็ขอให้ไฟนั้นผลาญชีวิตให้ตายลง แต่หากบริสุทธิ์ก็ขอให้ไม่เป็นไร

แม้ที่สุดนางสีดารอดมาได้

แต่กว่าจะได้ขึ้นมานั่งร่วมพระแท่นให้พระราม ยอกรลูบหลังแล้วพิศพักตร์/พระนุชนาฏแน่งน้อยดวงสมร/แสนสุขแสนสวัสดิ์สถาวร/ภูธรแย้มยิ้มพริ้มพราย ก็แสนเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ

การเป็น “กลางๆ” แบบนางสีดา หรือแบบ “ตาอยู่” เพื่อหยิบชิ้นปลามัน จึงใช่จะสบาย

อย่างที่เราเห็น เมื่อนายอนุทินนำ 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยไม่เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อสกัดรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่นำไปสู่การตีความว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังจะกลายเป็นอื่นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

สูญเสียจุดสมดุล “กลางๆ”

ทำให้ไม่กี่วันต่อมาสังคมต้องเล่นบท “หนู ช่วย ราชสีห์” ไปเสริมความ “เหนียว” ให้เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ด้วยกระแสข่าวที่ระบุว่า มีการกางโผ ส.ส. 260 เสียง พร้อมจะเป็นกองหนุน พล.อ.ประยุทธ์

ตัวเลข 260 เสียงนี้เกินกว่าเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล จึงเกิดเสียงวิจารณ์กระหึ่มเรื่อง “ส.ส.ฝากเลี้ยง” ในฝ่ายพรรคฝ่ายค้าน ถือเป็น “ทีเด็ด” ของฝ่ายพยายามเป็นกลางๆ ที่น่าทึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดปรากฏการณ์ “หนูเปล่านะ เขามาเอง” เมื่อ 3 ส.ส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผละมาซบพรรคภูมิใจไทย กลายเป็นเสียงหนุน “ราชสีห์” เพิ่มขึ้นมาอีก 3 เสียง

สิ่งเหล่านี้ทำให้มีเสียงไม่พอใจจากฝั่งฟาก “ทศกัณฐ์” ฉบับดูไบ

เมื่อ โทนี่ วู้ดซัม ออกมาเปิดโปงเรื่องวัคซีนเข็มละ 20-30 ล้าน และเงินรายเดือน อีกเดือนละ 2 แสน

ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวเลข ส.ส. 260 คนหรือไม่ คงไม่ยากจะตีความ

แน่นอนเรื่องนี้ถูกนำไปถามนายอนุทิน ก็ได้คำตอบว่า ไม่ขอตอบโต้เพราะถือว่าโทนี่ วู้ดซัม เคยเป็นผู้มีพระคุณ

ซึ่งก็ไม่เหนือความคาดหมายของผู้ที่ยึดแนวกลางๆ ไม่พยายาม “แตกหัก” กับฝ่ายใด

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า กระแสข่าวที่แม้จะยังไกลในตอนนี้คือการที่พรรคภูมิใจไทยอาจจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยในวันข้างหน้าก็ยังคงมีเชื้ออยู่

จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่นายอนุทินพยายามแตะมือไว้กับทุกฝ่าย อันถือเป็นลักษณะเด่นของพรรคพรรคนี้

เพียงแต่เหนื่อยหน่อย เพราะต้องเล่น “หลายหน้า”

ขณะเดียวกันยังต้องทำใจ “ลุยไฟ” เพราะเมื่อเลือกเป็นคนกลางอย่างนางสีดา ก็ต้องพิสูจน์ตัวกันหน่อย

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร