เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความเคลื่อนไหวสำคัญในวงการสาธารณสุข คือ ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร กับภาคเอกชนอย่างธนาคารกสิกรไทย ที่ร่วมกันพัฒนาแอปฯ “หมอ กทม.” ภายใต้โครงการ Smart OPD จนสำเร็จและพร้อมให้ดาวน์โหลดใช้งานเต็มรูปแบบ ในปลายเดือนมีนาคม 2565 โดยเป็นครั้งแรกที่มีการเชื่อมโยงบริการจากโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานครทั้งหมด 11 แห่ง อำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยนอกกว่า 4 ล้านคนต่อปี ได้ใช้บริการของโรงพยาบาลอย่างสะดวก ปลอดภัย ตั้งเป้าหมายให้เกิดการเชื่อมโยงระบบบริการด้านสุขภาพของหน่วยบริการทางการแพทย์ต่างๆ ของประเทศต่อไปในอนาคต
ระบบฐานข้อมูลบริการ – โจทย์ใหญ่ของระบบบริการทางการแพทย์ของไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความพยายามของภาคสาธารณสุขในการพัฒนาระบบบริการรูปแบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ต้องให้บริการทางการแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น อย่างเช่น ระบบการจองวัคซีน, ระบบการแพทย์ทางไกล
นอกจากนี้ ในปี 2565 ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว การนำเทคโนโลยีมาใช้กับบริการการแพทย์ ก็จะช่วยทำให้ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างกรุงเทพมหานคร สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี กำลังคน และความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยสนับสนุนหน่วยงานด้านบริการทางการแพทย์ของไทยที่อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข
ธนาคารกสิกรไทยมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาแพลตฟอร์มต่างๆ มามากมาย และมีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง KBTG มาช่วยอีก ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จึงได้เห็นธนาคารกสิกรไทยใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย และเร่งพัฒนาบริการต่างๆ บนดิจิทัลแพลตฟอร์มของโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งด้วยกัน ซึ่งแต่ละแห่งมีโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, รพ.ชลบุรี, รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, รพ.ราชวิถี และสถาบันประสาทวิทยา
เพราะความตั้งใจของธนาคารกสิกรไทยคือ เข้าไปช่วยสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐด้านต่างๆ เพื่อช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลง และขยายผลลัพธ์ที่ดีทางสังคมให้เกิดเป็นรูปธรรม ใช้งานได้จริง เกิดประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย

โดยแนวทางเบื้องต้นที่ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับโรงพยาบาลในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์เน้นใน 3 แกนหลัก คือ 1) การเชื่อมต่อข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางของโรงพยาบาล (Hospital Information System: HIS) มาแสดงที่แอปพลิเคชัน ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงประวัติสุขภาพและการรักษาได้ด้วยตนเอง รวมถึงแชร์ข้อมูลให้บุคลากรทางการแพทย์ ช่วยให้การให้บริการทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2) การสร้างประสบการณ์ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานที่ง่าย รวดเร็ว สามารถทำได้ด้วยตนเอง ทั้งในและนอกสถานที่ของโรงพยาบาล 3) การเชื่อมโยงระบบชำระเงินและบริการทางเงินต่างๆ ที่เลี่ยงสัมผัสเงินสด โดยอนาคตเตรียมเชื่อมโยงฐานข้อมูลประวัติคนไข้กับฐานข้อมูลการเบิกจ่ายสิทธิรักษาและประกันต่างๆ ตลอดจนการรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงานสุขภาพต่างๆ (Single Health Record) ช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพระหว่างผู้ป่วยและบุคลาการทางการแพทย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย
![]() |
![]() |
เป็นการช่วยกันพัฒนาบริการใน “ปัจจุบัน” ให้ดีขึ้น และพัฒนาเพื่อรองรับโจทย์ใน “อนาคต” ที่ต้องการให้ระบบบริการสาธารณสุขของประเทศเป็นระบบเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง
เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในแอปของโรงพยาบาลต่างๆ ที่ได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์ฐานข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระบบบริการด้านสุขภาพของหน่วยบริการทางการแพทย์ต่างๆ ของประเทศต่อไปในอนาคต



