สถานีคิดเลชที่ 12 : ตัวเลข‘ร้อน’หลังสงกรานต์

17.04.22 | 13:03 น.

สถานีคิดเลชที่ 12 : ตัวเลข‘ร้อน’หลังสงกรานต์

นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ แง้มที่มาของเป้าหมาย 150 ส.ส. ให้เห็นคร่าวๆ แล้ว

ประกอบด้วย กทม. 10 เสียง กลาง 70 เสียง อีสานและภาคเหนือ 30 เสียง ใต้ 20 เสียง ปาร์ตี้ลิสต์ 25 เสียง

รวมแล้ว 155 เสียง

หากเป็นไปตามเป้าหมายนี้ พรรคพลังประชารัฐก็มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้าอีกสมัยก็สูง

Advertisement

เมื่อมีโอกาส ก็คงต้องถามต่อไปว่า แล้วใครจะเป็น “ผู้นำ”

หากถามนายสุชาติ ก็คงโน้มเอียงไปทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สนับสนุนกันมาตลอด

แต่กระนั้นกระแสดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ไม่เคยสร่างซา

แค่ พล.อ.ประวิตรขึ้นป้ายอวยพรช่วงสงกรานต์ก็เป็นประเด็นร้อนทางการเมืองแล้ว

ด้วย “คนคิดมาก” ไม่ได้มองว่าเป็นแค่ประเพณีอย่างที่ พล.อ.ประวิตรชี้แจง

หากแต่แฝงหาเสียงล่วงหน้า

และยังถูกตั้งข้อสงสัยอีกว่า นี่เป็นความพยายามชู พล.อ.ประวิตรขึ้นมาให้โดดเด่นเหนือ “น้องประยุทธ์” หรือไม่

จน พล.อ.ประยุทธ์ถูกนักข่าวซักไซร้ให้รำคาญใจอีกครั้ง ว่า พล.อ.ประวิตรเตรียมเป็นนายกฯหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ตอบเสียงสูงว่า “ท่านก็ยืนยันร้อยครั้งว่าไม่เป็น”

“ผมถาม พล.อ.ประวิตรท่านก็พูดแบบเดิมทุกครั้ง ไม่เคยสงสัยเรื่องนี้ ไม่มีอะไรที่จะทำให้ผมแตกคอกันได้ทั้งสิ้น…ท่านไม่เคยบอกว่าจะเป็นหรือไม่เป็น แต่ท่านก็บอกผมว่าท่านก็ยินดีและสนับสนุนนายกฯตลอดไป”

ยืนยันชัดๆ กันอย่างนี้ ถามว่า จบไหม

ก็คงต้องตอบว่าไม่จบ ด้วยเพราะ เกมแห่งอำนาจ มันพลิกผันอยู่ตลอดเวลา

และที่สำคัญ ที่ผ่านมาก็มีอะไรจากพรรคพลังประชารัฐ และจาก 3 ป. ให้คนคิดมากอยู่ตลอดเหมือนกันมิใช่หรือ

ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย ที่มีเป้าหมายแลนด์สไลด์ ก็เขย่า 3 ป.และพรรคพลังประชารัฐอยู่ตลอด ว่าเครือข่ายอำนาจ 3 ป.มีปัญหา ที่ พล.อ.ประวิตรขึ้นป้ายสงกรานต์อาจแฝงเจตนาพร้อมเป็นนายกฯ

เสี้ยมกันแบบไม่เกรงใจขนาดนี้

จึงไม่แปลกที่พรรคพลังประชารัฐ จะชูเป้าหมาย 150 เสียง สกัดฝันแลนด์สไลด์ของเพื่อไทย

และคงจะบลั๊ฟกันไปจนถึงวันเลือกตั้งครั้งใหม่นั่นแหละ

และไม่ใช่แค่ 2 พรรคข้างต้น

พรรคภูมิใจไทย ก็ใช่ย่อย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ ก็โชว์ตัวเองเต็มที่คือจากพรรคกลาง ตอนต้นสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มี 51 เสียง แต่ตอนนี้ ตัวเลข ส.ส.ดีดไปถึง 61 เสียง และยังฝากเลี้ยงไว้ในพรรคอื่นอีกหลายคน

จึงมีคำถามอย่างท้าทาย จากนายอนุทิน ว่าทำไมมองว่าภูมิใจไทยมักอยู่ฝ่ายผู้ชนะ ทำไมไม่มองว่าภูมิใจไทยจะเป็นตัวแกนบ้างล่ะ

ถือเป็นความทะเยอทะยานในห้วง “ขาขึ้น” ไม่น้อย

และคงทำให้ภูมิใจไทยเป็นหมากสำคัญในเกมชิงอำนาจที่น่าจับตามอง

แต่ที่ต้องจับตามองและน่าห่วงใยไปพร้อมๆ กันคือ พรรคประชาธิปัตย์

ที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ไปประกาศในงานรดน้ำดำหัวที่บ้านพัก อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

“วันนี้ประชาธิปัตย์มี ส.ส. 51 คน ปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง เชื่อว่าประชาธิปัตย์จะมี ส.ส.มากกว่านี้ หากไม่ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ผมจะเลิกเล่นการเมืองทั้งชีวิต”

เดิมพันแบบหมดน่าตัก ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่ดีเอาเสียเลย ด้วยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผชิญข้อหาฉกาจฉกรรจ์ ในประเด็น “สตรี”

ซึ่งไม่เพียงจะสะเทือนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เท่านั้น

ยังน่าจะสะเทือนถึงการชูคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในพรรคด้วย ที่ผ่านมา นายปริญญ์ ถือเป็นจุดขายสำคัญคนหนึ่ง

เจอแบบนี้เสียหายหนัก

ทำให้การเดิมพันของนายเฉลิมชัย สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง

ตัวเลขการเมืองหลังสงกรานต์จึงร้อนและต้องลุ้นกันสนุก

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร