เพราะอุบัติเหตุทางถนนในเมืองไทยถือเป็นภัยเงียบ คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร มักคิดว่าคงไม่มีทางเกิดขึ้นกับตัวเอง ในขณะที่มีตัวเลขจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ปี 2561 ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก เป็นอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และติดหนึ่งในสิบอันดับถนนที่อันตรายที่สุดของโลก มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยปีละ 20,000 ราย โดยเฉพาะช่วงอายุ 15-19 ปีที่มีสาเหตุมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์
ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดทำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ตั้งเป้าหมายลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 50% ภายในปี 2573 และกำหนดค่าเป้าหมายการเสียชีวิตไม่เกิน 12 ต่อแสนประชากรภายในปี 2570 โดยมี 4 จุดเน้นสำคัญ ได้แก่ การจัดการอุบัติเหตุในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์, การจัดการอุบัติเหตุและการเสียชีวิตในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน, การจัดการความเร็ว, การติดตามและประเมินผล

ภาคีเครือข่ายพร้อมใจสร้างความปลอดภัยระดับชาติ
แต่เมื่อจำนวนอุบัติเหตุทางถนนยังคงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางหลักของคนส่วนใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมในการขับขี่ เช่น ประมาท เมาแล้วขับ อีกทั้งปัจจัยอื่นๆ เป็นต้นว่า มีคนเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวัง ยานพาหนะที่ใช้ถนนร่วมกัน ฯลฯ จึงเป็นความท้าทายสำคัญอย่างยิ่งของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายลดการสูญเสียชีวิตในอีก 8 ปีข้างหน้าได้หรือไม่
สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เป็นหนึ่งในองค์กรร่วมดำเนินการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนเพื่อสุขภาวะคนไทยอย่างต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการขับเคลื่อนงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ลงไปถึงระดับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ได้เตรียมจัดการประชุมและสัมมนาวิชาการระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 15 หัวข้อ “ทศวรรษใหม่ วิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัยต้องมาก่อน” ระหว่าง 25-26 พฤษภาคม 2565 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ประธานในงานแถลงข่าวการจัดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 15 กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่า เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน เพื่อจะนำไปสู่เป้าหมายที่จะลดการสูญเสียชีวิตบนท้องถนนให้ได้ตามที่มีการประกาศเป็นแผนแม่บทฯ ซึ่งจะสำเร็จตามเป้าหมายได้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดที่ดูแลถนนในประเทศไทยกว่า 600,000 กิโลเมตร

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวเสริมว่า เพราะปัญหาความปลอดภัยทางถนนไม่ได้เป็นเรื่องต้องแก้ไขเฉพาะองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องการความร่วมมืออย่างมหาศาล โดยงานสัมมนาวิชาการระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนน มีหน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงสถาบันวิชาการ ร่วมกันจัดอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นคนทำงานตั้งแต่ระดับนโยบายลงไปจนถึงระดับท้องถิ่น มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทุกคนตั้งใจมาเพื่อนำบทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติหน้างานมาแลกเปลี่ยนกันพร้อมกับรับความรู้ใหม่ๆ

สำหรับไฮไลต์ของงานสัมมนาวิชาการระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 15 ได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบรางวัล Prime Minister Road Safety Awards และกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “บทบาทผู้นำประเทศ” ก่อนเป็นพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนนระหว่าง 5 หน่วยงาน และการเสวนาในหัวข้อที่เป็นสาระสำคัญ
นอกจากนี้ หน่วยงานที่มีบทบาทร่วมขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนโดยตรง กรมการขนส่งทางบก จะร่วมสัมมนาในหัวข้อการยกระดับมาตรฐานใบขับขี่และยานพาหนะ มุ่งสู่ความปลอดภัยด้วยการใช้เทคโนโลยี และภาคนโยบายกับการขับเคลื่อนงานเยาวชน โดยเน้นเรื่องนโยบายของกรมการขนส่งทางบก แผนการยกระดับมาตรฐานใบขับขี่ ความคืบหน้าในการยกระดับมาตรฐานยานพาหนะของประเทศไทย รวมถึงนโยบาย แผนงานสนับสนุนโครงการความปลอดภัยในกลุ่มเยาวชน เป็นต้น
ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน จะมีการนำเสนอสถานการณ์เสี่ยงด้านอุบัติเหตุทางถนนในรูปแบบวิถีใหม่ มีการนำเสนอ Key Message สำคัญ เช่น 50 by 30 ต้องทำอะไรจึงจะลดตายได้ครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2573 ความรับผิดชอบและบทบาทหน้าที่ในการสร้างระบบความปลอดภัยทางถนนภายใต้วิถีชีวิตใหม่ เป็นต้น

“สสส.กำหนดเรื่องการจัดการความปลอดภัยทางถนนเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยการนำความรู้ พลังสังคม และพลังนโยบาย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน โดยคำว่า ทศวรรษใหม่ หมายถึงการทำงานในทศวรรษที่ 3 จะมุ่งลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน สร้างสังคมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเกิดเป็นวิถีใหม่หรือวิถีแห่งระบบที่ปลอดภัย โดยสสส. จะดำเนินการร่วมกับเครือข่าวภาคี เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน” ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวย้ำในตอนท้าย

