หน้าแรก เด่นวันนี้ 80 ปี ‘ไทยประ...

80 ปี ‘ไทยประกันชีวิต’ ทุกคำตอบของการประกันชีวิตกับก้าวต่อไปสู่ความยั่งยืน

6.06.22 | 10:40 น.

‘80 ปี’ คือวัยที่สั่งสมประสบการณ์ชีวิต มีความแข็งแกร่งทั้งกายใจ เหมือนกับ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (ไทยประกันชีวิต) บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทยที่ก่อตั้งโดยคนไทย และเป็นแบรนด์ประกันชีวิตสัญชาติไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยืนหยัดอย่างมั่นคงตลอด 8 ทศวรรษ และพร้อมก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพื่อเป็นทุกคำตอบสำหรับการประกันชีวิตของทุกคน 

นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2485 ไทยประกันชีวิตพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้ไทยประกันชีวิตเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงเป็นอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 ในประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมของไทยประกันชีวิต ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 14.7 และร้อยละ 12.9 ของอุตสาหกรรมประกันชีวิตในปี 2564 และสำหรับรอบระยะเวลา 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากคนไทย ที่มีให้บริษัทประกันชีวิตชั้นนำแห่งนี้ 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยประกันชีวิตครองใจลูกค้าอย่างเหนียวแน่น คือการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่เข้าใจคนไทย จึงสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ และตอบโจทย์ในทุกช่วงชีวิต อาทิ ประกันชีวิตประเภทสามัญ สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ ประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน และประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล เป็นต้น 

ประกอบกับการมีตัวแทนประกันชีวิตกว่า 64,000 ราย ที่มีจิตวิญญาณของการดูแลคนไทยด้วยหัวใจ พร้อมเครือข่ายสาขาและศูนย์บริการลูกค้าจำนวน 264 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อีกทั้งยังมีพันธมิตรที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีเครือข่ายสาขารวมกันกว่า 730 แห่งทั่วประเทศ ธนาคารและองค์กรของรัฐอีกกว่า 2,900 แห่ง รวมถึงบริษัทลีสซิ่งและเช่าซื้อ บริษัทสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคที่มีสาขาและจุดจำหน่ายรวมกันกว่า 300 แห่ง (อ้างอิงจากข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565) จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าถึงบริการของไทยประกันชีวิตได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

Advertisement

ในขณะเดียวกัน ไทยประกันชีวิตยังยกระดับการบริการ ด้วยการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกและแห่งเดียวที่ให้บริการ ‘ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์’  เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และยังพัฒนา ‘แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต’ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ให้สะดวกสบายมากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลของกรมธรรม์ ตรวจสอบความคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ การชำระค่าเบี้ยประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนบางประเภท 

และปัจจุบัน แม้ทั่วโลกต้องเผชิญกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ไทยประกันชีวิตสามารถดำเนินธุรกิจ และสร้างผลกำไรสุทธิสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 8,394 ล้านบาทในปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการเตรียมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี

สำหรับก้าวย่างต่อไป ไทยประกันชีวิตพร้อมมุ่งสู่โลกดิจิทัลเต็มตัว ในฐานะ ‘Data Driven Company’ ด้วยข้อมูลจำนวนกรมธรรม์ที่มีผลบังคับใช้กว่า  4,400,000 กรมธรรม์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ที่สามารถนำมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน สร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นในทุกช่วงของชีวิต ทุกจังหวะชีวิต และทุกการใช้ชีวิต 

ไม่เพียงเท่านั้น ไทยประกันชีวิตยังมองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยได้เข้าสู่ตลาดเมียนมาผ่านการลงทุนใน CB Life Insurance Company Limited โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สัดส่วนการถือหุ้นของไทยประกันชีวิตใน CB Life Insurance Company Limited อยู่ที่ร้อยละ 35 ของจำนวนหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมดของ CB Life Insurance Company Limited นอกเหนือจากประเทศเมียนมาแล้ว ไทยประกันชีวิตยังมองหาโอกาสการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป เพื่อเสริมสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้วยบทบาทผู้บริหารธุรกิจประกันชีวิตชั้นนำของไทย ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยประกันชีวิต กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ไทยประกันชีวิตไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเพื่อให้เท่าทันกระแส และพร้อมพัฒนาองค์กรสู่การเเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน โดยกำหนด Business Purpose เป็น ‘Life Solutions Provider’ เพื่อเป็นทุกคำตอบด้านการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลอย่างครบรอบด้าน รวมถึงกำหนด Brand Purpose เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ ความชื่นชอบ และเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม 

“นอกจากการดำเนินธุรกิจ ไทยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญเรื่องธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม  ตามแนวทาง ESG เพราะเราตระหนักดีว่า หากทุกภาคส่วนของสังคมไม่เติบโตไปพร้อมกันอย่างแข็งแกร่ง ความยั่งยืนก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ไทยประกันชีวิตจึงยึดหลัก ESG อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างธุรกิจและสังคมที่ยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน” 

ไทยประกันชีวิตยังก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคงอีกขั้น ด้วยการเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเสริมศักยภาพการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการทำการตลาดผ่านนวัตกรรมและโซลูชันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการและดูแลลูกค้าได้อย่างครบวงจร เสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่าย ทั้งช่องทางตัวแทนประกันชีวิต และผ่านทางพันธมิตรที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับลูกค้าทั่วประเทศ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินทุน และสำหรับเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่นๆ รองรับวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนในอนาคต

ร่วมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนกับไทยประกันชีวิต พร้อมติดตามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-354-2424-5 หรือ E-mail: [email protected]

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ในประเทศไทยเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ ส่งต่อ หรือเผยแพร่เอกสารฉบับนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต