ลำพังการศึกษารูปแบบเดิม อาจไม่เพียงพอต่อการเอาชีวิตรอดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอยู่ทุกขณะ แนวคิดเรื่อง ‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’ (Lifelong Learning) จึงเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาทักษะที่เหมาะสมกับโลกยุคศตวรรษที่ 21 นี้
สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) ภายใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงผนึกความร่วมมือกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรและการพัฒนาบุคลากร สนับสนุนการสร้างเสริมศักยภาพด้านการสร้างเสริมสุขภาวะ ในรูปแบบรายวิชาไมโครเครดิต ( Microcredit) พร้อมทั้งใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พูดถึงหลักสูตรภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ว่า ระบบการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มีความเปลี่ยนแปลงที่มุ่งสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้น มหาวิทยาลัยมหิดลจึงกำหนดนโยบายส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคคล เพื่อสอดรับต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ข้อที่ 4 ส่งเสริมให้ประชากรโลกเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม และข้อที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายในปี 2573
นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ ด้านการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากร ที่สอดคล้องกับพันธกิจของ สสส. ในการจุดประกายและกระตุ้นพลังบุคคลและองค์กรทุกภาคส่วน ให้มีขีดความสามารถและสร้างสรรค์ระบบสังคมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ
สำหรับหลักสูตรที่เปิดเรียนนั้น ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสาขาตามความต้องการได้มากกว่า 1 สาขา และยังสามารถสะสมหน่วยกิตผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ ให้ผู้เรียนมีความรู้ที่กว้างขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของประเทศและโลกอนาคต

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการ สสส. บอกถึงบทบาทความร่วมมือระหว่าง สสส. กับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังระหว่างสองผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ของสุขภาวะมาทำงานร่วมกัน คือ สสส. ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ ใกล้ชิดกับบุคลากรผู้ทำงานโดยตรง ขณะที่มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเลิศด้านวิชาการ เมื่อมาทำงานร่วมกันแล้ว จะสามารถเสริมสร้างให้หลักสูตรและบุคลากรด้านสร้างเสริมสุขภาวะมีความสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้มากขึ้น
“ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการ เกิดประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสุขภาพของบุคลากร นักศึกษา และประชาชน สู่การเปลี่ยนแปลงประเทศให้ก้าวทันต่อยุคสมัยต่อไปได้” ดร.ประกาศิต ย้ำ

ด้าน รศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรัช ผู้อำนวยการ ThaiHealth Academy เล่าว่า ThaiHealth Academy มีหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะของบุคลากรด้านสุขภาวะ ต่อยอด และพัฒนาหลักสูตรด้านสุขภาวะ ให้มีความทันสมัยและเป็นปัจจุบันมากที่สุด ขณะเดียวกันก็สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้บุคลากร ภายใต้ภาคีเครือข่ายของ สสส. รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากร ในการให้ความรู้ด้านสุขภาวะแก่ภาคีเครือข่ายภาคสังคม
แล้วบอกอีกว่า ThaiHealth Academy มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากรและประชาชน ถือเป็นจุดแข็งที่มีพื้นที่การทำงานกระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยมหิดลก็มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาการและองค์ความรู้ ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การปฏิบัติงาน และถ่ายทอดประสบการณ์ที่เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นได้
“หลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้จัดทำออกมาเป็นรูปแบบไมโครเครดิตของหลักสูตรภายใต้ ThaiHealth Academy กับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาต่างๆ ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจะเอื้อให้ผู้เรียนและภาคีเครือข่ายของ สสส. สามารถสะสมหน่วยกิตที่เทียบเคียงในระบบธนาคารหน่วยกิตได้
“นับเป็นก้าวสำคัญที่จะขยายฐานผู้รับประโยชน์จากคนที่ทำอยู่แล้วไปสู่ชุมชนและสังคม ที่จะสามารถต่อยอดการทำงานด้านสุขภาพได้ไกลและขยายวงกว้างสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป” ผู้บริหาร ThaiHealth Academy ภายใต้ สสส. ลงรายละเอียด

ส่วน รศ.ดร.สราวุธ เทพานันท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายเพิ่มเติมถึงทิศทางความร่วมมือการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านไมโครเครดิต ว่า การจัดทำไมโครเครดิต ทำให้บุคลากรหรือผู้เรียนของมหาวิทยาลัยมหิดล สามารถสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิตของบัณฑิตวิทยาลัย ซึ่งใช้สำหรับการเข้าศึกษาต่อและได้รับปริญญาจากหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง
แล้วบอกให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบไมโครเครดิตนี้ จะเริ่มจากหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ เป็นสาขาแรก ส่วนระยะต่อไป จะเปิดเป็นคอร์สอบรมรายวิชาอื่นๆ ความร่วมมือด้านการฝึกภาคสนาม ด้านส่งเสริมสุขภาพ สำหรับนักศึกษาของหลักสูตร พัฒนาหลักสูตรร่วมกันที่ตอบโจทย์ความต้องการ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตามลำดับ”

“การพัฒนาไมโครเครดิตขึ้น เพื่อรองรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือผู้เกี่ยวข้อง ไม่จำกัดเฉพาะบัณฑิตวิทยาลัย แต่รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากข้างนอกด้วย ช่วยกระบวนการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะบัณฑิตศึกษา ที่มุ่งหวังการแลกเปลี่ยนความรู้ จากผู้ประสบการณ์ด้านสุขภาวะเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งยังสอดคล้องกับเป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตามแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติอีกด้วย” รศ.ดร.สราวุธ เผย
เห็นได้ว่า จากการร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ ไม่เพียงทำให้เกิดการขยายพื้นที่การเรียนรู้ และส่งเสริมให้เกิดโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่บุคลากรและหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาวะของคนไทยทุกระดับให้ก้าวไปสู่มิติที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

