โรงพยาบาล 61 แห่งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เข้าร่วมให้บริการระบบการแพทย์ทางไกล Telehealth/Telemedicine เพื่อลดระยะห่างทางกายภาพและลดความแออัดในโรงพยาบาล เน้นกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังรายที่มีอาการคงที่ สามารถควบคุมโรคได้ดี มีผู้ป่วยเข้ารับบริการแล้ว 89,706 คน 174,710 ครั้ง
จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งในไทยเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2563 สปสช.ได้สนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมบริการของหน่วยงานด้านสาธารณสุขต่างๆ เพื่อให้เกิดการเว้นระยะห่างและลดความแออัดในโรงพยาบาลซึ่งเป็นอีกจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ
หนึ่งในรูปแบบบริการที่ สปสช.ได้พัฒนาการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเว้นระยะห่างทางกาย ลดการเดินทางและลดความแออัดในโรงพยาบาลคือบริการสาธารณสุขระบบทางไกล (Telehealth / Telemedicine) โดยได้เริ่มนำร่องให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 ตามมาตรฐานการบริการที่สภาวิชาชีพหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ในผู้ป่วยรายเก่าในหน่วยบริการที่มีอาการคงที่และควบคุมโรคได้ดี และมีโรงพยาบาลที่มีความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วมโครงการในขณะนี้ 61 แห่ง และมีผู้ป่วยเข้ารับบริการสาธารณสุขระบบทางไกลกรณีผู้ป่วยนอก 89,706 คน 174,710 ครั้ง
ในส่วนของการบริการสาธารณสุขระบบทางไกลหรือที่เรียกสั้นๆว่า Telehealth/Telemedicine นี้ หน่วยบริการจะเน้นที่กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังรายเก่าในหน่วยบริการที่มีอาการคงที่ สามารถควบคุมโรคได้ดี ซึ่งแพทย์สามารถตรวจรักษาผ่านระบบทางไกลได้ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาหาถึงโรงพยาบาล ยิ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวที่จะติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย การรับบริการผ่านระบบ Telehealth/Telemedicine จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทาง ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทั้งระหว่างการเดินทางหรือการติดเชื้อจากผู้ป่วยด้วยกันเองที่โรงพยาบาล ขณะเดียวกันยังช่วยลดความแออัด ทำให้การรักษาระยะห่างในพื้นที่โรงพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
ดังนั้นขอแนะนำให้ผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทองติดต่อสอบถามโรงพยาบาลที่ตนรับบริการ เพื่อสอบถามข้อมูล หรือแสดงความจำนงค์เข้ารับบริการสาธารณสุขระบบทางไกลได้ตามต้องการ ในส่วนของขั้นตอนการรับบริการผ่านระบบดังกล่าวนั้น ในขั้นแรกทางแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอาการผู้ป่วยว่ามีอาการคงที่ พร้อมที่จะรับการรักษาผ่านระบบ Telehealth/Telemedicine หรือไม่
หากประเมินแล้วพบว่าผู้ป่วยมีความพร้อมก็จะแจ้งให้ทราบและสอบถามความสมัครใจเข้าร่วมโครงการ จากนั้นพยาบาลจะติดต่อชี้แจงข้อตกลง วิธีการตรวจทางไกลและนัดหมายผู้ป่วย ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับได้ จากนั้นดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามที่โรงพยาบาลกำหนดมาไว้ในเครื่อง การรับบริการทางเจ้าหน้าที่จะทำการยืนยันตัวตนผู้ป่วย ตรวจสอบสิทธิการรักษา จัดเตรียมประวัติการรักษาและนัดหมายเวลาพบแพทย์ให้ เมื่อถึงเวลานัดก็ทำการเชื่อมต่อวิดีโอคอลกับแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย หากจำเป็นต้องรับยาด้วย ทางโรงพยาบาลก็จะมีระบบการจัดส่งยาทางไปรษณีย์หรือแพ็คยาแล้วให้ไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าบริการ ซึ่งการไปรับยาที่ร้านยายังมีข้อดีอีกประการคือผู้ป่วยจะมีเวลาพูดคุยรับคำปรึกษาเรื่องยากับเภสัชกรได้นานกว่าที่โรงพยาบาล อีกทั้งเภสัชกรจะช่วยติดตามอาการเบื้องต้นและประเมินผลการทานยาให้อีกทางหนึ่งด้วย
