ข่าวลือการรัฐประหารในประเทศจีนไม่ใช่เพียงแค่ข่าวลือหรือข่าวปล่อยธรรมดา หากแต่เป็นข่าวที่เกิดขึ้นจากความตึงเครียดทางการเมืองของการเมืองแบบกลุ่มการเมือง (Factions) ของสังคมการเมืองจีน ซึ่งจากอดีตที่ผ่านมา หากมีข่าวลือที่เกิดจากความตึงเครียดระหว่างกลุ่มการเมืองก็มักจะมีความเปลี่ยนแปลงจริงเกิดขึ้นเสมอ
การต่อรอง/ต่อสู้ทางการเมืองของกลุ่มการเมืองในสังคมจีนมีพลวัตตลอดมา ประเด็นที่น่าสนใจคือ การขึ้นมามีอำนาจของกลุ่มเติ้ง เสี่ยวผิงที่ถูกเรียกกันว่า “กลุ่มการเมืองเซี่ยงไฮ้” (Shanghai Gang) ซึ่งในช่วงนั้นได้รับการสนับสนุนกลุ่มการเมืองสำคัญกลุ่มหนึ่งได้แก่กลุ่มสันนิบาตยุวชนคอมมิวนิสต์จีน (the Chinese Communist Youth League: CCYL) เมื่อได้เอาชนะกลุ่มของจ้าว จื่อหยาง และหู ย่าวปัง ในกรณีเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 เติ้ง เสี่ยวผิง ได้ประสานรอยแยกการแย่งชิงอำนาจใน “กลุ่มการเมืองเซี่ยงไฮ้” ด้วยการตั้งเจียง เจ๋อหมิน ขึ้นมามีอำนาจ เพราะเจียง เจ๋อหมินซึ่งเป็นคนเซียงไฮ้และเป็นคนที่มีลักษณะประนีประนอมสูง ให้ขึ้นมาประคับประคองกลุ่มของตน ซึ่งทำให้การประสานความขัดแย้งให้ดำรงอยู่ในสภาวะที่ทุกคนในกลุ่มและกลุ่มอื่นๆ รับกันได้
การถ่ายโอนอำนาจในกลุ่มเซียงไฮ้ในระยะต่อมาเป็นความพยายามที่จะเชื่อมสันนิบาตยุวชนคอมมิวนิสต์จีนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เติ้ง เสี่ยวผิงจึงเลือกคนหนุ่ม หู จิ่นเทา ซึ่งเคยเป็นเลขาธิการของสันนิบาตยุวชนคอมมิวนิสต์ในช่วงเวลานั้นขึ้นมามีอำนาจ หู จิ่นเทา ได้ทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมาก และมีแนวทางการสร้าง “ประชาธิปไตย” ให้ก้าวหน้าขึ้นพร้อมกับการทำให้รัฐขยายตัวทางการบริการและควบคุมไปอย่างกว้างขวาง
การครองอำนาจของกลุ่มการเมืองเซี่ยงไฮ้และกลุ่มสันนิบาตยุวชนคอมมิวนิสต์จีนดำเนินต่อมาเนื่องมา หู จิ่นเทา และกลุ่มได้ตัดสินใจเลือกสี จิ้นผิง ขึ้นมาครองอำนาจเพื่อสืบทอดอำนาจของกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การครองอำนาจต่อเนื่องมาได้เริ่มทำให้เกิดความตึงเครียดทางการเมืองขึ้นในสองระดับ ได้แก่ ในระหว่างกลุ่มการเมืองอื่น และภายในกลุ่มการเมืองเซี่ยงไฮ้เอง ซึ่งความไม่พอใจสูงมากขึ้นเมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมินนิสต์ “โปลิตบูโร” โดยเฉพาะคณะกรรมการชุดที่ 19
กลุ่มการเมืองอื่นๆ ไม่พอใจเพราะกลุ่มการเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ครองอำนาจมานาน ได้จำกัดคนที่จะขึ้นมาสู่ตำแหน่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมินนิสต์ “โปลิตบูโร” โดยเฉพาะคณะกรรมการชุดที่ 19 ในปี 2017 มีที่มาหลักมาจากกลุ่มเซี่ยงไฮ้ ขณะเดียวกัน การประชุมคณะกรรมการกลางชุดดังกล่าว (ชุดที่ 19) ครั้งที่ 16 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ได้แสดงให้เห็นว่ามีกระบวนการทางการเมืองที่จะสืบทอดอำนาจของสี จิ้นผิงต่อไปอีกยาวนาน และน่าจะไม่มีการถ่ายโอนอำนาจ/เปิดโอกาสให้แก่คนอื่นในกลุ่มการเมืองเซี่ยงไฮ้ขึ้นมามีอำนาจได้ขณะเดียวกันก็จะเป็นการปิดโอกาสของกลุ่มการเมืองอื่นโดยสิ้นเชิง
การครองอำนาจยาวนานของกลุ่มการเมืองเซี่ยงไฮ้ทำให้กลุ่มขยายตัวออกไปมากขึ้น ซึ่งต้องการการจัดสรรอำนาจให้แก่กลุ่มย่อยต่างๆ อย่างลงตัว แต่สี จิ้นผิง ที่ครองอำนาจมานานพอสมควรได้ก่อกำเนิดกลุ่มการเมืองกลุ่มใหม่ภายในกลุ่มเซี่ยงไฮ้ เรียกกันโดยทั่วไปว่า “กลุ่มของสี” (Xi Gang) และได้ขยายอิทธิพลและบทบาทของกลุ่มของสีออกไปอย่างกว้างขวาง อันก่อให้เกิดความไม่พอใจและความอึดอัดในกลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม
ข่าวลือการรัฐประหารนี้ จึงอาจจะไม่ได้ปรากฏเป็นการรัฐประหารแบบที่เห็นทั่วๆ ไป หากแต่อาจจะแสดงออกในหลายลักษณะซึ่งยังไม่อาจคาดเดาได้ แต่ที่แน่ชัดคือ ข่าวลือรัฐประหารนี้เป็นผลมาจากความตึงเครียดทางการเมืองอันเกิดจากการเมืองแบบกลุ่มการเมืองที่ไม่สามารถจัดสรรอำนาจให้ลงตัวได้
เผยแพร่ครั้งแรกในเพจ ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง

