กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ปลุกพลังสังคมสุขภาพดี ใน โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพระดับชาติ ‘Prime Minister’s Award for Health Promotion Innovation 2022’ ที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ ‘สสส.’ ต้องการเปิดเวทีให้ว่าที่นวัตกรได้อวดไอเดียการมีส่วนร่วมพัฒนา สรรค์สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์และใช้งานได้จริง
นับจากการประกวดครั้งแรกในปี 2561 ภายใต้จุดประสงค์ต้องการปลูกฝังแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพ บ่มเพาะทักษะความรู้การสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาสุขภาวะให้กลุ่มนักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษาอาชีวะ กิจกรรมดังกล่าวก็ได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากผู้สมัครที่เพิ่มขึ้นทุกปี บวกกับเสียงสะท้อนการเป็นกิจกรรมประกวดที่มีจุดเด่นการพัฒนาศักยภาพนักเรียนได้อย่างน่าสนใจ
มาในปีล่าสุดได้เพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลทั่วไปกับสตาร์ทอัพ และกลุ่มภาคีเครือข่าย สสส. จากเดิมที่มีเพียงกลุ่มมัธยมปลาย และกลุ่มอาชีวศึกษา (ปวช.) ภายใต้โจทย์ประกวดจากการนำประเด็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 10 ปี ของ สสส. มาเป็นตัวตั้งในการพัฒนานวัตกรรม
หลังเปิดรับสมัครไปเมื่อช่วงกลางปี ผ่านกระบวนการขั้นตอน ตั้งแต่ระดมสมอง ปั้นไอเดีย มีติวเตอร์ที่มากประสบการณ์ด้านงานนวัตกรรมเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพและเทคโนโลยี มาเป็นพี่เลี้ยงคอยชี้แนะ เพื่อพัฒนาจากไอเดียสู่ผลงานจริง เวทีนี้ก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย คณะกรรมการพิจารณาตัดสินผลงานที่โดดเด่น สามารถต่อยอดนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมจัดพิธีประกาศผลและมอบรางวัล เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

มีคำชื่นชมจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานกรรมการกองทุน สสส. ประธานในงาน ด้วยทุกชิ้นงานเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความทุ่มเทและความพยายาม ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์จนออกมาเป็นผลงานนวัตกรรม ตอบโจทย์การแก้ปัญหาด้านสุขภาพในพื้นที่ บ้างก็ตรงกับประเด็นสถานการณ์ตามที่ สสส. ตั้งเป้าหมายไว้ พร้อมกับย้ำว่า
“ทุกวันนี้ เราอยู่ในโลกแห่งความผันผวน ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้า รวมถึงสถานการณ์ทางสุขภาพและสาธารณสุข การประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพจึงเป็นการสร้างนวัตกรที่จะมาช่วยสร้างเสริมสุขภาพ ไม่ว่าจะในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ”

เจาะใจ 3 ทีมไอเดียสุดปัง คว้ารางวัลชนะเลิศ
วรินยุพา งามเจริญวงศ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตัวแทนทีม SMD Team แห่งโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) พิชิตรางวัลชนะเลิศไปด้วยผลงาน ‘นวัตกรรมบอร์ดเกม Just say No เพื่อเสริมสร้างความรู้และการตระหนักเรื่องบุหรี่’ มีที่มาจากการเล็งเห็นถึงพิษภัยของบุหรี่ที่สูบกันทุกเพศทุกวัย แม้แต่นักเรียน
ทีมจึงช่วยกันพัฒนาบอร์ดเกม เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้ถึงผลเสียของการได้รับควันบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นตัวคนสูบเอง หรือคนที่ได้รับควันมือสองและมือสาม และหากติดแล้วจะมีใครบ้างที่สามารถช่วยทำให้เขาเลิกได้

สถิติการเกิดอุบัติเหตุนับครั้งไม่ถ้วนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะกับรถจักรยานยนต์ จุดประกายให้ ก้องเกียรติ จิรวัฒนคุณากร นักศึกษา ปวช. ปี 2 วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการลานนา จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อนๆ ทีม F two K ช่วยกันสร้างสรรค์นวัตกรรมชื่อว่า ‘อุปกรณ์เสริมหมวกกันน็อคนิรภัยอัจฉริยะ Wireless helmet signal light’ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุและสร้างเสริมความปลอดภัยทางถนน
เขาเล่าถึงการใช้งานอุปกรณ์ตัวนี้ว่า เป็นหมวกกันน็อคนิรภัยอัจฉริยะ ที่สามารถมองเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวได้ชัดเจนมากขึ้น โดยทำงานควบคู่กับรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ ทุกครั้งที่เปิดไฟเลี้ยวซ้ายหรือขวา จะมีสัญญาณติดที่หมวก เพื่อให้รถที่ตามมาด้านหลังมองเห็นอย่างชัดเจน นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดการสูญเสียชีวิตได้ จนคว้ารางวัลชนะเลิศของกลุ่มอาชีวศึกษา (ปวช.)

หนุ่มเฮลท์ตี้ นิพิธพนธ์ ทองพันฐ์ ตัวแทนทีม Rambler เจ้าของรางวัลชนะเลิศกลุ่มบุคคลทั่วไปและสตาร์ทอัพ จากผลงาน ‘GreenSmooth น้ำปั่นผักผลไม้ออร์แกนิคที่คิดค้นร่วมกับนักโภชนาการและนักกำหนดอาหาร จำหน่ายผ่านตู้ Vending Machine’ มีที่มาจากเพนพอยต์ของตัวเองที่ชอบบริโภคผักผลไม้ แต่ไม่ถูกใจรสชาติของผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด บางแบรนด์ก็มีราคาสูง ไม่สะดวกในการซื้อบริโภคได้ทุกวัน
นวัตกรรมของคนรักสุขภาพจึงเกิดขึ้น ในรูปแบบของสมูธตี้น้ำผัก-ผลไม้แบบปั่นรวม จำหน่ายผ่านตู้เวนดิ้งแมชชีน ให้ซื้อได้อย่างสะดวกง่ายดายในทุกเวลาที่ต้องการ

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ทิ้งท้ายถึงความสำคัญของโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาวะคนไทย แม้แต่เด็กนักเรียนและเยาวชน ที่อาจเรียกได้ว่าพวกเขาคือนวัตกรที่จะเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศไทยต่อไป
“ผลงานที่เกิดขึ้น สสส. พยายามนำไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด โดยได้รับความร่วมมือจากเอกชนหลายแห่ง ที่จะช่วยนำไปสู่กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม และจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ผลงานที่เกิดขึ้นไม่ได้จบแค่รางวัล แต่ทุกอย่างที่ถูกคิดขึ้นมา สสส. จะพยายามผลักดันให้เกิดประโยชน์สู่ประชาชนในวงกว้าง ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” ดร.สุปรีดา ย้ำหนักแน่น

