บทนำ เอเปคกับยูเครน
การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 29 ปิดฉากลงแล้วในวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมผู้นำเอเปคได้รับรองเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ซึ่งเป็นผลจากการประชุมตลอดปีนี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ประกอบด้วยปฏิญญาเขตเศรษฐกิจเอเปค ค.ศ.2022 และเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจบีซีจี ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสำคัญที่ที่ประชุมสามารถออกปฏิญญาร่วมกันได้
เนื้อหาสำคัญในปฏิญญาเขตเศรษฐกิจเอเปคได้ระบุถึงสงครามยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งผู้นำเอเปคได้เน้นย้ำจุดยืนที่แสดงในเวทีอื่นๆ ที่สมาชิกส่วนใหญ่ประณามอย่างรุนแรงและเน้นย้ำว่าทำให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมากต่อผู้คน และทำให้เศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้วเลวร้ายมากขึ้น ขัดขวางการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ขัดขวางห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เกิดความไม่มั่นคงด้านพลังงานและอาหาร และเพิ่มความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงิน แต่ตระหนักว่าเอเปคไม่ใช่เวทีสำหรับการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง และรับทราบว่าปัญหาด้านความมั่นคงอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เนื้อหาประณามสงครามที่เกิดกับยูเครน คล้ายกับแถลงการณ์ภายหลังการประชุม จี20 ที่อินโดนีเซียที่เพิ่งผ่านไปก่อนหน้านี้่ และไม่มีการระบุถึงรัสเซียในฐานะผู้ก่อสงคราม แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ท่าทีของนานาชาติในเวทีต่างๆ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยสงครามรุกราน ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อทุกประเทศในโลก โดยเฉพาะในเรื่่องเศรษฐกิจ ในด้านพลังงาน อาหาร และเสถียรภาพทางการเงิน
นอกเหนือจากมีท่าทีร่วมกัน ประณามสงครามอย่างรุนแรง ผู้นำหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้ยุติสงครามนี้ในทันที อันเป็นท่าทีของฝ่ายเสรีประชาธิปไตยในระบบโลก สงครามยูเครนเป็นเรื่องของคนทั้งโลกที่รับผลกระทบเลวร้ายไม่แพ้กัน การวางตัวไม่รู้ร้อนหนาว เป็นการปฏิเสธความจริง ในขณะที่ผลกระทบที่มีต่อไทยด้วย รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตราบเท่าทีสงครามยังไม่ยุติ

