หน้าแรก เด่นวันนี้ OKMD ผนึกพันธ...

OKMD ผนึกพันธมิตร ชวน ‘ศรัญญู-นริศ’ สองผู้รู้ประวัติศาสตร์ คืนชีวิต ‘ห้องสมุดเสรีไทย’ 

30.11.22 | 10:35 น.

หากเอ่ยถึงคลังความรู้บนโลกใบนี้ แน่นอนว่ามีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือ ตำรา อินเทอร์เน็ต ภูมิปัญญา คำบอกเล่า  หรือแม้กระทั่งร่องรอยสถานที่ต่างๆ ที่ถูกเก็บรวบรวมไว้  รอวันถ่ายทอดให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งหากพูดถึงแหล่งเรียนรู้สำคัญ ที่รวบรวมคลังความรู้ที่หลากหลาย สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ‘ห้องสมุด’ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ของใครหลายคน 

เพื่อฟื้นคืนชีวิตห้องสมุดให้กลับมามีสีสัน ให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ทำความรู้จัก และเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบห้องสมุดของกรุงเทพมหานคร ในแง่มุมที่แปลกใหม่ น่าศึกษา ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่สนุกสนาน และสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น 

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD จึงร่วมกับ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และสำนักพิมพ์มติชน จัดกิจกรรม Talk&Walk: เปิดกองบัญชาการลับ ‘ขบวนการเสรีไทย’ ที่ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์เสรีไทย อนุสรณ์ ภายใต้โครงการ Library Alive : ห้องสมุดมีชีวิต เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 

สำหรับกิจกรรม Talk&Walk: เปิดกองบัญชาการลับ ‘ขบวนการเสรีไทย’ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วม 50 คน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรู้และความสนุกสนาน เต็มอิ่มกับ 2 กิจกรรม เริ่มด้วย Talk: เปิดกองบัญชาการลับ ‘ขบวนการเสรีไทย’ เสวนาเกี่ยวกับประเด็นไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 จากสถานะเป็นกลาง สู่ฝ่ายอักษะ และการเปลี่ยนฝั่งโดยขบวนการเสรีไทย 

Advertisement

บอกเล่าเรื่องราวโดยวิทยากรมากความรู้อย่าง ผศ. ศรัญญู เทพสงเคราะห์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และ นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์คณะราษฎร ดำเนินรายการโดย กษิดิศ อนันทนาธร

ผศ. ศรัญญู เทพสงเคราะห์ เริ่มด้วยการเล่าถึงบริบทการเมืองไทย ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เชื่อมโยงมาถึงเหตุผลข้อสำคัญที่ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนจากสถานะเป็นกลาง สู่ฝ่ายเดียวกับญี่ปุ่น ข้อมูลตอนหนึ่งเล่าว่า เมื่อญี่ปุ่นทิ้งระเบิดที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ ในเช้าตรู่วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ขณะที่อีกฟากหนึ่งในประเทศไทย ก่อนเช้าตรู่วันที่ 8 กองทัพญี่ปุ่นนับแสนนายบุกประเทศไทย นำสู่วิกฤตครั้งใหม่ของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งไม่สามารถวางตัวเป็นกลางได้อีกต่อไป สุดท้ายจอมพล ป. ต้องเลือกข้าง 

“เหตุผลในการเลือกข้าง ในด้านหนึ่งการที่ประเทศไทยไปเข้าร่วมกับญี่ปุ่นมันมีเหตุผลหลายๆ อย่างเยอะมาก ซึ่งเหตุผลสำคัญเลย เราจะจัดการอย่างไรกับกองทัพญี่ปุ่นนับแสนนายที่เข้ามาในเมืองไทย” ผศ. ศรัญญู เล่า

อีกส่วนหนึ่งคือจะจัดการอย่างไรกับทรัพย์สินต่างๆ ที่เมื่อญี่ปุ่นเข้ามาแล้ว ต้องมาจัดการกับทรัพย์สินของประเทศสัมพันธมิตร และทหารไทยจะทำอย่างไร จะถูกปลดอาวุธหรือไม่ ส่วนนี้น่าจะเป็นแรงกดดันที่ทำให้จอมพล ป. ต้องหันเหนโยบายต่างประเทศไปเพื่อเอาตัวรอดในภาวะวิกฤตช่วงเวลานั้น

ปัญหาที่พบเมื่อญี่ปุ่นเข้ามาคือ ญี่ปุ่นมีการเรียกร้องรัฐบาลไทย โดยเฉพาะขอกู้เงิน นำไปสู่ความขัดแย้งในคณะรัฐมนตรี ในด้านหนึ่งมีการแบ่งขั้วชัดเจน  คือ ฝ่ายที่สนับสนุนญี่ปุ่นกับฝ่ายที่ต่อต้านญี่ปุ่น ซึ่งสุดท้ายจอมพล ป. ปลดคนที่ต่อต้านญี่ปุ่นออกจาก ครม. ทิ้งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ปรีดี พนมยงค์ ที่ถูกปลดออก และตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้อยู่เหนือการเมือง 

หลังจากนั้น จอมพล ป. เป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นชัดเจนในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ด้วยการลงนามกติกาพันธมิตรกันที่บริเวณวัดพระแก้ว และในปีถัดมาได้เข้าร่วมสงคราม ประกาศสงครามกับฝ่ายอังกฤษและอเมริกา ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485 

ด้าน นริศ จรัสจรรยาวงศ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นและบทบาทของขบวนการเสรีไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า ปรีดี พนมยงค์ เล่าไว้ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันฉลองรัฐธรรมนูญ เช้าวันนั้นขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมงานเพื่อฉลอง เกิดเหตุญี่ปุ่นบุกขึ้นมา ทำให้งานยกเลิก เดิมคืนนั้นปรีดีตั้งใจขึ้นไปทางเหนือก่อน แต่ปรากฏว่าญี่ปุ่นยึดไปถึงนครสวรรค์แล้ว จึงต้องใช้วิธีเคลื่อนไหวภายในแบบลับๆ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีนิยามชื่อเสรีไทย จะเป็นชื่อขบวนการกู้ชาติ องค์การต่อต้านญี่ปุ่น 

คำว่า ‘เสรีไทย’ เกิดขึ้นเป็นทางการครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา หลังจาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ขณะนั้น แสดงจุดยืนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น นำไปสู่การเกิดแนวร่วมของนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาเกือบ 100 คน เริ่มรวมกลุ่มกันประชุม ซึ่งเสรีไทยที่อเมริกากว่าจะเป็นกลุ่มก้อนจริงๆ ก็ล่วงเข้าไปกลาง พ.ศ. 2485 

ขณะที่ในเมืองไทยทางใต้ดิน ใช้ชื่อว่า XO Group ซึ่งเป็นชื่อที่ปรีดีนิยามขึ้นมา และอีกขบวนการที่เกิดขึ้น คือที่อังกฤษ แต่จะแตกต่างกับที่สหรัฐอเมริกา เพราะที่อังกฤษเอกอัครราชทูตขณะนั้น คือ พระมนูเวทย์วิมลนาท (เปี๋ยน สุมาวงศ์) กึ่งๆ ว่าไม่เข้าแนวร่วมเหมือนกับ ม.ร.ว.เสนีย์ ทำให้เกิดผู้นำที่สำคัญ คือ สายของ ม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน หรือท่านชิ้น ซึ่งเป็นพระเชษฐาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และอีกหนึ่งคนสำคัญ คือ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ขณะนั้นเรียนที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ใช้นามแฝงว่า นายเข้ม ทำให้เกิดการรวมกลุ่มกัน

นริศยังบอกด้วยว่า การเป็นสมาชิกเสรีไทยนับว่ามีความเสี่ยงมาก ทั้งการเดินทาง ฝึกการเป็นสายลับ เป็นปฏิบัติการที่เรียกได้ว่า อยู่ระหว่างความเป็น-ความตาย และข้อสงสัยที่ว่าเหตุใดประเทศไทยร่วมกับญี่ปุ่นถึงไม่แพ้สงคราม ซึ่งมาจากคุณูปการใหญ่หลวงของเสรีไทย ที่เกิดจากการร่วมมือกันอย่างแท้จริง 

หลังกิจกรรมเวทีเสวนาสุดเข้มข้นจบลงแล้ว วิทยากรนำทีมผู้เข้าร่วมงานไปต่อกันที่กิจกรรม Mini Walking Tour เดินนำชมข้อมูลและหลักฐานวัตถุชิ้นสำคัญ ที่รวบรวมจัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์เสรีไทย อนุสรณ์ พร้อมฟังบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ขบวนการเสรีไทย ลัดเลาะสอดส่องกองบัญชาการในหลากหลายแง่มุม อัดความรู้แน่นเอี้ยด สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก

เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมด ณภาภัช สร้อยทอง นักศึกษา หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรม เล่าให้ฟังว่า ทราบข้อมูลกิจกรรมนี้จากเฟซบุ๊กมติชน ส่วนตัวตามเรื่องราวของขบวนการเสรีไทยอยู่แล้ว สนใจชีวประวัติของ ส.ส.เตียง ศิริขันธ์ และ อ.ป๋วย พร้อมเผยความประทับใจว่า กิจกรรมในวันนี้สนุกและได้ความรู้มากกว่าแค่อ่านในหนังสือ

“ถ้าอ่านเราจะได้แค่ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าได้มาเจออย่างที่วิทยากรทั้ง 2 ท่าน และผู้ดำเนินรายการเล่าในวันนี้ มันกระจ่างกว่าที่เราอ่านค่อนข้างเยอะ ถึงเนื้อหาจะดูเครียด แต่เวลาเขาเล่าออกมาจริงๆ ก็ไม่ได้เครียดขนาดนั้น” 

ขณะที่ ชมพูนุท วาณิชย์กุล พนักงานบริษัท แฟนพันธ์ุแท้กิจกรรมห้องสมุดมีชีวิต ซึ่งเคยเข้าร่วมกิจกรรมมาแล้วที่ห้องสมุดดุสิต เกิดความประทับใจจนตามมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เล่าว่า กิจกรรมสนุกมาก และไม่เคยรู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์แบบนี้อยู่

“มีความสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว อยากลองมาฟังในเบื้องลึก ที่อาจจะแตกต่างจากสิ่งที่เราเคยอ่านในหนังสือทั่วๆ ไป กิจกรรมดีมาก สนุกมาก ไม่เคยรู้ว่ามีพิพิธภัณฑ์แบบนี้แทรกตัวอยู่”

สำหรับใครที่พลาดกิจกรรมในครั้งนี้ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะกิจกรรม Library Alive : ห้องสมุดมีชีวิต ที่ได้ทั้งความรู้และความสนุกแบบนี้ยังไม่หมด ติดตามรายละเอียดกิจกรรมครั้งต่อไป ที่ www.okmd.or.th หรือ Facebook Fanpage: OKMD